บทความ

สรยท. จัดสัมมนา “ทางเลือก-ทางรอด ระดมสมองปลดลอคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”


เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2558 สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) จัดสัมมนา “ทางเลือก-ทางรอด ปลดลอคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” ในงาน BIG MOTOR SALE 2015

อรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การวางยุทธศาสตร์ยานยนต์ใน 5 ปีข้างหน้า ไทยต้องผลิตสินค้าที่โลกต้องการ มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาไทยทำได้ตรงตามแนวคิดนี้ไม่ว่าจะเป็นพิคอัพ หรืออีโคคาร์ แต่ในอนาคต ไทยจะต้องส่งเสริมสินค้าตัวใหม่ๆ และเห็นว่าที่น่าสนใจ คือ รถพลังงานไฟฟ้า และระบบราง ที่ต้องการให้เกิดการผลิตภายในประเทศ

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขการขายรถยนต์ในประเทศไทยลดลงต่อเนื่อง 26 เดือนติดต่อกัน เป็นผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจ และคงต้องประเมินยอดขายตลาดรวมใหม่อีกครั้ง หรือลดลงจาก 8.5 แสนคัน หากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่เห็นผล

ทางกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ยังพยายามผลักดันให้เกิดการผลิตรถยนต์ประเภทใหม่ๆ ทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และการเป็นศูนย์กลางในการผลิตรถบรรทุกขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน หลังการเปิด AEC เต็มตัว

นอกจากนี้ยังอยากเสนอให้รัฐบาลเร่งเจรจาการเปิดเขตการค้าเสรี FTA ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป เพื่อทดแทนหลังจากไทยถูกถอนชื่อออกจากบัญชีรายชื่อประเทศผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้า (GSP) ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงกับการส่งออก

ประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า รถพลังงานไฟฟ้าจะมีบทบาทมากในอนาคต โดยคาดการณ์กันว่าในตลาดโลกปี 2563 รถพลังงานไฟฟ้าจะมีบทบาทมากขึ้น โดยมีสัดส่วน 20 % ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งทิศทางดังกล่าวหากรัฐจะช่วงชิงโอกาสในการให้ไทยเป็นฐานการผลิตก็จะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมในอนาคต

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ไทยเชื่อว่าผ่านจุดต่ำสุด และครึ่งปีหลังจะมีสถานการณ์เป็นบวก แต่จะต้องมีการดำเนินการใน 3 ส่วนหลัก คือ แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การกระตุ้นการบริโภคของผู้บริโภค และการดำเนินการของภาคเอกชนเพื่อเพิ่มใช้นโยบายการตลาดดึงความต้องการ ครึ่งปีหลังจะมีปัจจัยบวก คือ แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล นโยบายดอกเบี้ย และราคาน้ำมัน วอนรัฐหาตลาดรองรับอีโคคาร์

วัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย รวมถึงรถคันแรกที่ดึงกำลังซื้อไปใช้ล่วงหน้า และยังมีข้อกำหนดเรื่องการครอบครองครบ 5 ปี ซึ่งหากปลดลอคส่วนนี้ก็จะช่วยกระตุ้นตลาดได้บ้าง

และในส่วนของโครงการอีโคคาร์ ซึ่งปัจจุบันมี 2 เฟส หากผลิตตามเงื่อนไขทั้งหมดทุกยี่ห้อจะมียอดรวมกัน 9 แสนคัน ซึ่งตลาดในประเทศไม่เพียงพอต่อการรองรับ ดังนั้นเห็นว่าการที่รัฐกำหนดเฟส 2 เพิ่มเข้ามา ก็ควรจะต้องช่วยหาตลาดให้ด้วย เช่น การพิจารณาเงื่อนไขรถแทกซี ว่าจะทำอย่างไรให้อีโคคาร์ สามารถใช้ทำเป็นรถแทกซีได้

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคตต้องยกระดับสินค้า พัฒนาพโรดัคท์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ประหยัดน้ำมัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ในราคาที่คุ้มค่า และในระยะยาวต้องผลักดันรถพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพโรดัคท์แชมเพียนตัวต่อไป



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2558
คอลัมน์ : กิจกรรม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/D6Bdc

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฮีโน เฟ้นหาสุดยอดนักขับ จัดแข่งขัน HINO SMART DRIVER CONTEST 2017
โตโยตา มอเตอร์สปอร์ท 2017 สนามที่ 3 ดวลสนั่นเมืองย่าโม
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย)ฯ สานต่อโครงการ
เมร์เซเดส-เบนซ์ จัดกิจกรรม ทำความดีถวายพ่อ
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New