ลองของ "ใบรีดน้ำ"


จากบทความพิเศษฉบับนี้ เราได้ลองของจริงใบปัดน้ำฝนหลายระดับราคาไปแล้ว และถ้าวันนี้ใครสังเกต "ใบรีดน้ำ" ใบปัดน้ำฝนแบบใหม่ ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน อะไหล่ทดแทน หรือแม้แต่เป็นอุปกรณ์ตกแต่งให้ทันยุคทันสมัย ซึ่งได้นำมาใช้ในรถยนต์กันมากขึ้นเรื่อยๆ น่าจะต้องมีคำถามตามมาว่า เจ้าใบรีดน้ำนี้ มันมีดีกว่าที่ปัดน้ำฝนแบบเดิมๆ อย่างไร ?


พูดถึงใบรีดน้ำหลายคนอาจนึกไม่ออก (ถ้าไม่ดูภาพ) แต่ในรถยุโรปหลายรุ่น กับรถญี่ปุ่นรุ่นใหม่ๆ บางรุ่น จะใช้ใบปัดน้ำฝนแบบนี้กันจำนวนหนึ่งแล้ว อีกทั้งยังวางขายเป็นอุปกรณ์ตกแต่ง อะไหล่ทดแทนในร้านประดับรถยนต์ แถมราคาก็ไม่ต่างจากแบบเดิมมากสักเท่าไร ตามห้างขายกันอยู่ที่คู่ละประมาณ 200-500 บาท ส่วนถ้าเป็นอะไหล่ในศูนย์บริการ รถญี่ปุ่นจะอยู่ที่ราคา 300 กว่าบาทเท่านั้น รถยุโรปหรูราคา 2,000 บาทขึ้นไป


จากการที่ใบรีดน้ำเข้ามาแทนที่ใบปัดน้ำฝนรูปแบบเดิมๆ มากขึ้น ผมจึงตั้งสมมติฐานข้อดีของมัน ที่ทำให้คนจะเลือกใช้ขึ้นมา 3 ประการ คือ 1. ไม่เกะกะสายตา 2. แนบกับผิวกระจกได้สนิท 3. ปัดได้สะอาดกว่า


เพื่อคลายข้อสงสัย จึงได้ลองของจริง ผลการทดลองมีดังนี้ครับ

1. ไม่เกะกะสายตา

เมื่อลองสับเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนแบบใหม่แทนที่แบบเดิม (แต่เป็นของใหม่) แล้วถ่ายภาพออกมาที่มุมเดียวกัน เห็นได้ว่าความสูงตลอดแนวใบปัดลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังมีส่วนที่เป็นสลัก หรือขอเกี่ยว ที่สูงพอๆ กันกับแบบเดิม ฉะนั้นข้อดีเรื่องการไม่เกะกะสายตา ไม่น่าจะเป็นสาระสำคัญเท่ากับการออกแบบระยะของก้านปัดน้ำฝนในรถรุ่นนั้นๆ ตั้งแต่ต้นจากโรงงาน


2. แนบกับผิวกระจกได้สนิท

ผมเลือกกระจกของรถยนต์ที่มีทรงโค้งอ้อมไปด้านข้างมากๆ มาเป็นคันทดลอง โดยเมื่อได้สับเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนแบบใหม่แทนที่แบบเดิม แล้วถ่ายภาพออกมาที่มุมเดียวกัน ใบรีดน้ำจะแนบกับผิวกระจกมากกว่า เนื่องจากไม่มีโครงมาบังคับไว้ สามารถโค้งรับกับแนวกระจกได้โดยตลอด จึงน่าจะเหมาะกับการใช้ในรถที่มีบานกระจกทรงโค้งมากๆ ซึ่งจะสามารถปัดน้ำฝนได้ราบรื่นทั้งขาขึ้น และขาลง


3. ปัดได้สะอาดกว่า

จากการทดลองโดยการปัดหลายครั้งในรถคันเดียวกัน จากภาพจะเห็นได้ว่า ในหัวข้อนี้ ทั้งแบบเดิม และแบบใหม่ ให้การปัดที่เกลี้ยงไม่ต่างกันเลย เพียงแต่จะมีอาการสั่นที่เกิดขึ้นกับการปัดด้วยใบปัดแบบเดิมเพียงเล็กน้อย ถ้าไม่สังเกตกันจริงๆ คงไม่รู้สึก


ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่า ใบรีดน้ำ ที่เป็นใบปัดน้ำฝนของรถยุคใหม่ สามารถช่วยลดความเกะกะสายตาลงได้เพียงเล็กน้อย แต่ให้ความแนบสนิทกับกระจกทรงโค้งได้ตลอดแนวใบปัดมากกว่าแบบเดิม ส่วนแบบไหนปัดน้ำฝนได้สะอาดกว่า วันนี้คงบอกได้ว่าพอๆ กัน แต่หลังจากการทดลองนี้ ผมได้นำใบปัดน้ำฝนทั้ง 2 รูปแบบ ไปติดตั้งในรถของเพื่อนกองบรรณาธิการ เพื่อทดลองใช้ในระยะยาวแล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไร จะนำมารายงาน โปรดติดตามครับ
------------------------------
เรื่องโดย : ศิธา เธียรถาวร
ภาพโดย : -
นิตยสาร formula ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2550
คอลัมน์ ทั่วไป
อัพเดทล่าสุด
25 Sep 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
0.8-1.0 ล้าน
2.
7.0-8.8 แสน
3.
5.1-5.4 แสน
4.
5.4-6.0 แสน
5.
6.0-7.3 แสน
6.
6.8-8.4 แสน
7.
5.1 ล้าน
8.
5.3-6.7 แสน
9.
5.4-6.8 แสน
10.
3.3-7.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ