ซี-คลาสส์ รุ่นใหม่เอี่ยม


เยอรมนี-เจ้าของเครื่องหมายการค้า "ดาวสามแฉก" นำรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ C-CLASS) รุ่นใหม่ ออกอวดตัวแล้วในเยอรมนี พร้อมประกาศยืนยันว่า เดือนมีนาคมนี้ จะออกจำหน่ายในตลาดยุโรป ด้วยค่าตัวที่สูงกว่ารถรุ่นเดิมเพียงเล็กน้อย


ที่เมืองชตุทท์การ์ท (STUTTGART) ในเยอรมนี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา ค่าย "ดาวสามแฉก" ได้จัดงานช้างขึ้นอีกงานหนึ่ง โดยเชื้อเชิญแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนจากประเทศต่างๆ ไปร่วมงานมากมาย เป็นงานเปิดตัวรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสส์ รุ่นใหม่ ในตัวถังที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่กันชนหน้าจรดกันชนหลัง โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะลดอายุเฉลี่ยของผู้ใช้รถอนุกรมนี้ให้ต่ำกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 53 ปี


ในระยะแรก เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสส์ รุ่นใหม่นี้ จะมีตัวถังเพียงแบบเดียว คือตัวถัง 4 ประตูซาลูน ซึ่งมีขนาดโตกว่ารถรุ่นเดิมเล็กน้อย คือ ขนาดความยาวเพิ่มจาก 4.526 เป็น 4.581 ม. ขนาดความกว้างเพิ่มจาก 1.728 เป็น 1.770 ม. และช่วงฐานล้อขยายจาก 2.715 เป็น 2.760 ม. คือ เพิ่มขึ้น 55, 42 และ 45 มม.ตามลำดับ ส่วนอุปกรณ์ และการตกแต่งจะแบ่งเป็น 3 ระดับ กำกับด้วยรหัส CLASSIC ELEGANCE และ AVANTGARDE


ชุดที่เริ่มจำหน่ายในตลาดยุโรปปลายเดือนมีนาคมนี้ จะมีรถให้เลือกใช้รวม 5 โมเดล คือ C200 KOMPRESSOR เครื่องยนต์ซูเพอร์ชาร์จ 4 สูบเรียง 183 แรงม้า C280 เครื่องยนต์ วี 6 สูบ 231 แรงม้า C350 เครื่องยนต์ วี 6 สูบ 272 แรงม้า C220 CDI เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง 4 สูบเรียง 170 แรงม้า และ C320 CDI เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง วี 6 สูบ 224 แรงม้า


หากยังไม่ถูกใจก็ต้องรอเดือนสิงหาคม 2007 ซึ่งจะมีรถให้เลือกใช้อีก 3 โมเดล คือ C180 KOMPRESSOR เครื่องยนต์ซูเพอร์ชาร์จ 4 สูบเรียง 156 แรงม้า C230 เครื่องยนต์ วี 6 สูบ 204 แรงม้า และ C200 CDI เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง 4 สูบเรียง 136 แรงม้า


นอกจากความใหม่หลายๆ ประการที่ไม่สามารถบรรยายได้หมดในที่นี้แล้ว ความใหม่อย่างหนึ่งที่น่าจะกล่าวถึงของรถ ซี-คลาสส์ รุ่นใหม่นี้ก็คือ การเป็นรถซาลูนแบบแรกในประวัติศาสตร์ของค่าย "ดาวสามแฉก" ที่มี "หน้าตา" ให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ แบบที่ตกแต่งในลักษณะ CLASSIC และ ELEGANCE จะติดตั้งเครื่องหมาย "ดาวสามแฉก"ไว้บนหน้าหม้อ ส่วนแบบที่ตกแต่งในลักษณะ AVANTGARDE จะมี "ดาวสามแฉก" ขนาดโตกว่า และจะติดตั้งอยู่ในแผงกระจังหน้า ดังที่เห็นได้ในภาพประกอบหน้าซ้ายมือ


เมร์เซเดส-เบนซ์ บอกว่า จะใช้โรงงานที่เมืองซินเดลฟิงเกน และเมืองบเรเมนในเยอรมนี กับโรงงานที่เมืองอีสต์ลอนดอนในแอฟริกาใต้ เป็นที่ผลิตรถรุ่นใหม่นี้


* ญี่ปุ่น-ไดฮัทสุ มอเตอร์ (DAIHATSU MOTOR) ผู้ผลิตรถยนต์ที่มียักษ์ใหญ่ โตโยตา ถือหุ้นอยู่มากกว่าครึ่ง นำรถยอดนิยม ไดฮัทสุ มิรา (DAIHATSU MIRA) รุ่นใหม่ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 6 ออกจำหน่ายแล้วในเมืองปลาดิบ รถรุ่นนี้มีตัวถังเพียงแบบเดียว คือ ตัวถัง 5 ประตูแฮทช์แบค ยาว 3.395 ม. กว้าง 1.475 ม. และสูง 1.500 ม. มีทั้งแบบขับล้อหน้า และขับ 4 ล้อ โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่องหายใจอากาศธรรมดา 660 ซีซี 58 แรงม้า (รหัสเครื่องยนต์ KF-VE) กับเครื่องเทอร์โบ 660 ซีซี 64 แรงม้า (รหัสเครื่องยนต์ KF-DET) สนนราคาค่าตัวที่ซื้อขายกันในญี่ปุ่น อยู่ระหว่าง 0.87-1.55 ล้านเยน หรือเท่ากับประมาณ 0.26-0.47 ล้านบาทไทย


* ญี่ปุ่น-ตามตัวเลขของ JAPAN AUTOMOBILE MANUFACTURERS ASSOCIATION (JAMA) หรือ สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น ตลาดรถยนต์เมืองปลาดิบปิดผลประกอบการในรอบปี 2006 ด้วยยอดขายรถใหม่รวมทั้งสิ้น 5,739,506 คัน หรือลดลงร้อยละ 1.93 จากยอดขายในรอบปี 2005 โดยแยกออกได้เป็นรถยนต์นั่ง 4,641,732 คัน (ร้อยละ 80.9) รถบรรทุก 1,080,174 คัน (ร้อยละ 18.8) และรถโดยสาร 17,600 คัน (ร้อยละ 0.3) เฉพาะรถยนต์นั่ง สามารถแยกยอดขายตามบริษัทผู้ผลิตได้ดังนี้


1. โตโยตา 1,459,694 คัน

2. ฮอนดา 649,595 คัน

3. นิสสัน 648,411 คัน

4. ซูซูกิ 543,708 คัน

5. ไดฮัทสุ 481,697 คัน

6. มาซดา 219,374 คัน

7. มิตซูบิชิ 196,002 คัน

8. ซูบารุ 163,910 คัน

9. เลกซัส 31,097 คัน

10. อีซูซุ 36 คัน

11. อื่นๆ 248,208 คัน

รวม 4,641,732 คัน


* เยอรมนี-บีเอมดับเบิลยู กรุพ (BMW GROUP) ประกาศเปิดเผยผลประกอบการในรอบปี 2006 ออกมาแล้ว ด้วยตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทั้งในด้านยอดขายเป็นคันและตัวเงิน โดยระบุว่า ในรอบปีดังกล่าว บีเอมดับเบิลยู กรุพ สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 48,999 ล้านยูโร (ประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5.0 จากยอดขาย 46,656 ล้านยูโร ในรอบปี 2005 โดยที่ในจำนวนนั้น ร้อยละ 97.5 หรือ 47,767 ล้านยูโร เป็นรายได้จากการขายรถยนต์ ในส่วนของยอดขายนับเป็นคัน บีเอมดับเบิลยูระบุว่า สามารถทำยอดขายในตลาดทั่วโลกได้ถึง 1,373,970 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากยอดขาย 1,327,992 คัน ในรอบปี 2005 ยอดขายดังกล่าวนี้แยกออกได้เป็น บีเอมดับเบิลยู (BMW) 1,185,088 คัน มีนี (MINI) 188,077 คัน และ โรลล์ส-รอยศ์ (ROLLS-ROYCE) 805 คัน เฉพาะรถ บีเอมดับเบิลยู สามารถแยกยอดขายตามรุ่นของรถได้ดังนี้


1. บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-3 508,479 คัน

2. บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 232,193 คัน

3. บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-1 151,918 คัน

4. บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3 114,000 คัน

5. บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 5 75,321 คัน

6. บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-7 50,227 คัน

7. บีเอมดับเบิลยู เซด 4 30,981 คัน

8. บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-6 21,947 คัน


บีเอมดับเบิลยู ยังเปิดเผยด้วยว่า ปี 2006 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป นับเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ที่ยอดขายจักรยานยนต์ บีเอมดับเบิลยู ผ่านหลัก 100,000 คัน/ปี โดยทำยอดขายได้รวมทั้งสิ้น 100,064 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 จากยอดขาย 97,474 คัน ในรอบปี 2005


1. เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสส์ รุ่นใหม่ เริ่มจำหน่ายในยุโรปเดือนมีนาคม 2007

2. บุรุษในภาพ คือ ดอกเตอร์ ดีเทร์ เซทเช (DIETER ZETSCHE) นายใหญ่ ของค่าย "ดาวสามแฉก"
------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : -
นิตยสาร formula ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2550
คอลัมน์ ธุรกิจ
อัพเดทล่าสุด
20 Nov 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
6.0-6.4 แสน
2.
1.9-2.1 ล้าน
3.
4.4-4.9 ล้าน
4.
2.3 ล้าน
5.
2.2-2.6 ล้าน
6.
2.0-2.3 ล้าน
7.
2.9-4.3 ล้าน
8.
3.9-4.5 ล้าน
9.
5.9-8.5 แสน
10.
0.8-1.1 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ