มหกรรมยานยนต์ต่างประเทศ


คนของ "ฟอร์มูลา" เคยเดินทางไปเยือนดินแดนที่เรียกขานกันด้วยชื่อ "สหรัฐอเมริกา" มาแล้วหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่คณะของเราเดินทางแบบ "ฟูลล์ ทีม" ไปยังประเทศนี้ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ทำข่าว มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ หนึ่งในบรรดางานแสดงรถยนต์ระดับ "ทอพไฟว์" ของโลก และเป็นรายการเดียวที่จัดกันบนแผ่นดินของคนอเมริกัน ในขณะที่อีก 3 รายการ อยู่ในทวีปยุโรป และอีก 1 รายการ อยู่ในทวีปเอเชีย


คณะของเราออกเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนตอนตี 1 ของวันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2007 จุดเริ่มต้น คือสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งตอนนี้ยังตัดสินไม่ได้ว่า เป็นความภาคภูมิใจ หรือความอดสูใจของประเทศไทย แต่ที่เห็นกับตา และตัดสินได้ทันทีเมื่อมีโอกาสใช้งานเป็นครั้งแรก คือ ห้องน้ำห้องท่า ที่ออกแบบได้เหลือเชื่อจริงๆ


เราใช้เวลาบนท้องฟ้ากับสายการบินไทยยาวนานกว่าครึ่งค่อนวัน ก่อนที่นกเหล็กจะร่อนลงพื้นที่สนามบิน เจเอฟเค ของมหานครนิวยอร์คในตอนเช้ามืดของวันเดียวกัน (เวลาของที่นั่นช้ากว่าบ้านเรา 12 ชั่วโมงพอดิบพอดี คือ เที่ยงคืนในบ้านเรา ตรงกับเที่ยงวันในบ้านเขา) การผ่านด่านตรวจเพื่อเข้าประเทศ ไม่ยุ่งยากเหมือนกิตติศัพท์ที่เคยได้ยินกันมาก่อน พลิกพาสสปอร์ท 2-3 หน้าก็ประทับตราให้เลย โดยไม่มีคำถามใดๆ


เตร็ดเตร่อยู่ที่สนามบิน เจเอฟเค เกือบ 3 ชั่วโมง แล้วก็ได้เวลาขึ้นนกเหล็กอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ไม่ใช่ของสายการบินไทย แต่เป็นสายการบินนอร์ธเวสต์ของอเมริกัน และ 2 ชั่วโมงหลังจากนั้น เราก็ได้เหยียบพื้นดินของเมืองดีทรอยท์ครั้งแรกในชีวิต


โรงแรมระดับ 3 ดาวที่เราจองไว้ล่วงหน้าจากเมืองไทย มีชื่อว่า คอมฟอร์ท อินน์ ดาวน์ทาวน์ (COMFORT INN DOWNTOWN) เห็นชื่อเสียงเรียงนามแล้วก็คาดหวังว่า น่าจะอยู่ใจกลางเมือง มีร้านค้าให้เดินดูข้าวดูของเยอะแยะ ปรากฏว่าผิดหวัง อยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ก็จริง แต่เป็นขอบๆ ของดาวน์ทาวน์ คือ เกือบจะหลุดจากแผนที่ของเมืองไปแล้ว ดีอยู่อย่างที่อยู่ใกล้ๆ กับ โคโบ เซนเตอร์ (COBO CENTER) สถานที่จัดงาน และที่ดียิ่งกว่านั้นก็คือ ทุกๆ เช้า มีรถบัสรับส่งระหว่างโรงแรมกับสถานที่จัดงาน โดยไม่ต้องควักเงินดอลลาร์


เดือนนี้จะเล่าให้ฟัง (ที่จริงเขียนให้อ่าน) ว่า ผู้ผลิตรถยนต์เกือบ 50 ยี่ห้อที่ร่วมงานนี้ มีผลงานใหม่ๆ ที่น่าสนใจอะไรบ้าง แล้วเดือนหน้าจะกล่าวถึงรายละเอียดของสถานที่จัดงาน รวมทั้งเรื่องราวความเป็นมาของมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ ซึ่งปีนี้มีอายุครบ 100 ปี พอดิบพอดี และที่จะขาดไปเสียไม่ได้ก็คือ รายละเอียดของบรรดา CONCEPT CAR หรือ "รถแนวคิด" ทั้งพันธุ์อเมริกัน พันธุ์ยุโรป และพันธุ์ยุ่น ซึ่งปรากฏตัวให้เห็นที่งานนี้มากมาย


แคดิลแลค ซีทีเอส (2008)

ยักษ์ใหญ่ เจเนอรัล มอเตอร์ส หรือ จีเอม ซึ่งมีสินค้ารถยนต์อยู่ในเครือข่ายมากกว่า 10 ยี่ห้อ นำผลงานใหม่ออกแสดงในงานนี้เป็นกองทัพ ทั้งรถตลาดและรถแนวคิด แคดิลแลค ซีทีเอส (CADILLAC CTS) ในภาพ 11-12 เป็นรถรุ่นใหม่ ที่จะออกจำหน่ายตอนปลายปี 2007 ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2008 เป็นรถราคาย่อมเยาที่สุดของค่ายนี้ และได้รับการวิจารณ์ว่าเป็นรถ แคดิลแลค ที่ออกแบบได้เยี่ยมยอดที่สุดในรอบหลายๆ ปี รูปทรงองค์เอวดูเป็นรถยุโรปมากกว่ารถอเมริกัน


แซเทิร์น วิว (2008)

รถกิจกรรมกลางแจ้ง แซเทิร์น วิว (SATURN VUE) ในภาพ 13 ก็เป็นรถใหม่ที่กำลังจะออกจำหน่ายในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2008 เช่นกัน แยกโมเดลให้เลือกใช้รวม 4 โมเดล มีทั้งแบบขับล้อหน้า และขับ 4 ล้อ โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 3 ขนาด และมีระบบเกียร์ให้เลือกรวม 3 แบบ เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งที่มีโครงสร้างตัวถังแบบ UNIBODY เหมือนรถยนต์นั่ง


พอนทิแอค จี 6 จีเอกซ์พี.อาร์ (2008)

นอกจากรถเพื่อใช้งาน ค่าย จีเอม ยังนำรถที่ทำไว้สำหรับสนามแข่งออกแสดงในงานนี้ด้วย อย่างที่เห็นในภาพ 14-15 คือ พอนทิแอค จี 6 จีเอกซ์พี.อาร์ (PONTIAC G6 GXP.R) เป็นรถรุ่นใหม่ที่ทำขึ้นสำหรับการแข่งรถ GRAND AMERICAN ROLEX SPORT CAR SERIES ตัวถังคาร์บอน-ไฟเบอร์ ขนาด 4.904x1.879x1.343 ม. ดัดแปลงจากรถตลาด พอนทิแอค จี 6 ติดตั้งเครื่องยนต์ วี 8 สูบ 6.0 ลิตร 450 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ


เชฟโรเลต์ คามาโร คอนเวอร์ทิเบิล คอนเซพท์

เชฟโรเลต์ คามาโร คอนเวอร์ทิเบิล คอนเซพท์ (CHEVROLET CAMARO CONVERTIBLE CONCEPT) ในภาพ 16-17 เป็นรถแนวคิดซึ่งในปี 2010 จะกลายสภาพเป็นรถตลาด ออกแบบสำหรับคนรักรถที่ชอบกินลม ตัวถังซึ่งติดตั้งประทุนหลังคาแบบอ่อนที่เปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และมีที่เก็บซ่อนอยู่ท้ายรถ ดัดแปลงจากตัวถังคูเปของรถแนวคิดชื่อเดียวกันที่ปรากฏตัวในงานนี้เมื่อปีก่อน ส่วนเครื่องยนต์ วี 8 สูบ 6.0 ลิตร ขอหยิบขอยืมมาจากรถตลาด เชฟโรเลต์ คอร์เวทท์


เชฟโรเลต์ มาลิบู (2008)

เชฟโรเลต์ มาลิบู (CHEVROLET MALIBU) เป็นรถยนต์นั่งขนาด MID-SIZE ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของค่าย จีเอม คันที่เห็นในภาพ 18 ซึ่งเพิ่งปรากฏตัวให้เห็นเป็นครั้งแรกที่งานนี้ เป็นรถรุ่นใหม่เอี่ยมที่กำลังจะออกจำหน่ายในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2008 ตัวถังที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด แบ่งการตกแต่งและอุปกรณ์เป็น 3 ระดับ กำกับด้วยรหัส LS LT LTZ


เชฟโรเลต์ โวลท์ คอมแพคท์

ในงานนี้มีรถแนวคิดปรากฏตัวให้เห็นมากมาย และคันที่บรรดาเกจิอาจารย์ยกนิ้วว่าสุดยอด คือ เชฟโรเลต์ โวลท์ คอนเซพท์ (CHEVROLET VOLT CONCEPT) ในภาพ 19 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 5 ประตูแฮทช์แบคขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้า เซลล์เชื้อเพลิง และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร ทำงานร่วมกัน เติมเชื้อเพลิงเต็มถังครั้งเดียวสามารถเดินทางได้ไกลเกือบ 1,000 กม. โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินเป็นตัวประจุไฟเข้าหม้อแบทเตอรี


บิวอิค เอนคเลฟ (2008)

บิวอิค เอนคเลฟ (BUICK ENCLAVE) ในภาพ 20-21 เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งแบบใหม่ล่าสุด ที่ค่าย บิวอิค จะบรรจุเข้าสู่สายการผลิตแทนที่รถแบบเก่าสองแบบ คือ บิวอิค ไรเนียร์ (BUICK RAINIER) และ บิวอิค รองเดซ์วูส์ (BUICK RONDEVOUS) จะออกจำหน่ายในฤดูร้อนปี 2007 นี้ ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2008 ด้วยค่าตัวเริ่มต้นที่ระดับ 32,800 เหรียญสหรัฐ มีทั้งแบบขับล้อหน้าและขับ 4 ล้อ แต่มีเครื่องยนต์ขนาดเดียว คือ เครื่องยนต์ วี 6 สูบ 3.6 ลิตร 275 แรงม้า


จีเอมซี ยูคอน ไฮบริด (2008)

มีรถ HYBRID หรือ "พันทาง" อยู่หลายคันในงานนี้ อย่าง จีเอมซี ยูคอน ไฮบริด (GMC YUKON HYBRID) ในภาพ 22 เป็นรถแบบใหม่ที่กำลังจะออกจำหน่ายในเมืองมะกันปลายปี 2007 นี้ และนับเป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งแบบแรกในโลก ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนพันทางแบบ TWO-MODE ซึ่งคนของ จีเอม ยืนยันว่า สามารถลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ถึงร้อยละ 25


โฮลเดน เอฟิจี

โฮลเดน เอฟิจี (HOLDEN EFIJY) ในภาพ 23 เป็นรถแนวคิดพันธุ์จิงโจ้ ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ซิดนีย์ในออสเตรเลียเมื่อปี 2005 จีเอม นำออกแสดงซ้ำที่งานนี้เพราะเห็นว่าน่าจะเรียกร้องความสนใจได้เป็นอย่างดี เป็นรถแนวคิดที่เชื่อขนมกินได้เลยว่า ไม่มีโอกาสเปลี่ยนสภาพเป็นรถตลาด ตัวถังยาว 5.20 ม. รูปทรงย้อนยุค ได้แรงบันดาลใจจากรถพันธุ์จิงโจ้ที่เคยโด่งดังในอดีต คือรถ โฮลเดน เอฟเจ (HOLDEN FJ) รุ่นปี 1953 โดยขอหยิบขอยืมโครงตัวถังจากรถสปอร์ท เชฟโรเลต์ คอร์เวทท์


ฟอร์ด แอร์สตรีม คอนเซพท์

ฟอร์ด นำรถแนวคิดออกอวดตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้ 2 คัน คันแรก คือ ฟอร์ด แอร์สตรีม คอนเซพท์ (FORD AIRSTREAM CONCEPT) ในภาพ 24-25 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของ CROSSOVER VEHICLE หรือ "รถผสานพันธุ์" ที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้รถวัย 50 ปีปลาย ซึ่งมีเวลาเพียงพอสำหรับการท่องไปในที่ต่างๆ ตัวถังทรงกล่องเดียว ขนาด 4.700x2.005x1.795 ม. ออกแบบในลักษณะ ASYMMETRY หรือ "อสมมาตร" คือด้านขวาและด้านซ้ายมีรูปลักษณ์ไม่เหมือนกัน


ฟอร์ด ไฟว์ ฮันดเรด (2008)

ฟอร์ด นำรถตลาดที่จะออกจำหน่ายในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2008 ออกแสดงในงานนี้หลายคัน ฟอร์ด ไฟว์ ฮันดเรด (FORD FIVE HUNDRED) ในภาพ 26 คือหนึ่งในจำนวนนั้น เป็นรถขนาด FULL-SIZE ที่จะออกจำหน่ายในฤดูร้อนปี 2007 นี้ ในตัวถังสี่ประตูซีดาน ขนาด 5.120x1.880x1.555 ม. ที่ปรับปรุงจากรถรุ่นเดิมมากมายหลายจุดทั้งภายนอกและภายใน


ฟอร์ด โฟคัส (2008)

ฟอร์ด โฟคัส (FORD FOCUS) ในภาพ 27 เป็นรถรุ่นปีโมเดล 2008 อีกแบบหนึ่ง ที่ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้ พัฒนาจากรถชื่อเดียวกันที่ออกตลาดเมื่อปีโมเดล 2005 โดยปรับปรุงรายละเอียดมากมายทั้งภายนอกและภายใน จะเริ่มจำหน่ายในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยมีตัวถังให้เลือกใช้รวม 4 แบบ เป็นรถขนาดเล็กที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสุข ความสะดวก รวมทั้งระบบ FORD SYNC ซึ่งเป็นระบบสื่อสารไฮเทค ที่ ฟอร์ด ร่วมพัฒนากับ ไมโครซอฟท์


ฟอร์ด อินเตอร์เซพเตอร์ คอนเซพท์

รถแนวคิดอีกคันหนึ่งที่ค่าย ฟอร์ด นำออกอวดตัวเป็นครั้งแรกที่งานนี้ คือ ฟอร์ด อินเตอร์เซพเตอร์ คอนเซพท์ (FORD INTERCEPTOR CONCEPT) ในภาพ 28-29 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 4 ประตูซีดานขนาด FULL-SIZE ที่ขอหยิบขอยืมพแลทฟอร์มจากรถสปอร์ทคูเป ฟอร์ด มัสแตง (FORD MUSTANG) เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง ด้วยพลังจากเครื่องยนต์ วี 8 สูบ 5.0 ลิตร 400 แรงม้า ที่ใช้ไบโอ-เอธานอล (BIO-ETHANOL) เป็นเชื้อเพลิง


ฟอร์ด เอสเคพ (2008)

ยักษ์รองเมืองมะกัน นำรถกิจกรรมกลางแจ้ง ฟอร์ด เอสเคพ (FORD ESCAPE) ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2001 และขายไปได้แล้วมากกว่า 1 ล้านคัน ส่วนคันที่เห็นในภาพ 30 เป็นรถรุ่นปีโมเดล 2008 จะออกจำหน่ายในไตรมาสแรกของปีนี้ ในตัวถังที่ปรับปรุงรายละเอียดมากมายทั้งภายนอกและภายใน โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 3 ขนาด รวมทั้งเครื่องไฮบริด


เมอร์คิวรี มารีเนอร์ (2008)

เป็นที่ทราบกันดีในเมืองมะกันว่า รถกิจกรรมกลางแจ้ง เมอร์คิวรี มารีเนอร์ (MERCURY MARINER) คือคู่ฝาคู่แฝดกับรถ ฟอร์ด เอสเคพ (FORD ESCAPE) ยักษ์รองเมืองมะกันเริ่มจำหน่ายรถแบบนี้เมื่อปี 2005 สำหรับคันที่เห็นในภาพ 31-32 เป็นรถรุ่นใหม่ เพิ่งออกจำหน่ายในเมืองมะกันในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2008 โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 ขนาดเหมือนรถคู่แฝด คือ เครื่อง 4 สูบเรียง 2.3 ลิตร 153 แรงม้า เครื่อง วี 6 สูบ 3.0 ลิตร 200 แรงม้า และเครื่องพันทางที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า


ลินคอล์น มาร์ค อาร์ คอนเซพท์

ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่งานนี้เช่นกัน คือ ลินคอล์น มาร์ค อาร์ คอนเซพท์ (LINCOLN MKR CONCEPT) ในภาพ 33-34 หน้าตาและรูปทรงองค์เอวเหมือนเป็นรถที่พร้อมจะออกจำหน่ายในตลาด แต่ที่จริงยังเรียกตัวเองว่ารถแนวคิด เป็นรถ 4 ประตู 4 ที่นั่งระดับสุดหรู ที่มีรูปทรงตัวถังกึ่งรถซาลูนกึ่งรถคูเป คือ ออกแบบสไตล์เดียวกับรถ ซีแอลเอส-คลาสส์ (CLS-CLASS) ของค่าย เมร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งทำให้เกิดคำศัพท์ใหม่ ใช้เรียกตัวถังแบบนี้ว่า คูปูน (COUPOON)


ฟอร์ด เอฟ-ซีรีส์ ซูเพอร์ ดิวที (2008)

ในเมืองมะกัน รถที่ขายดีที่สุดในแต่ละปี ไม่ใช่รถยนต์นั่ง แต่เป็นรถกระบะ ฟอร์ด เอฟ-ซีรีส์ (FORD F-SERIES) ซึ่งเริ่มจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อ 30 ปีก่อน ฟอร์ด เอฟ-ซีรีส์ ซูเพอร์ ดิวที (FORD F-SERIES SUPER DUTY) ที่เห็นในภาพ 35 เป็นรถรุ่นใหม่ จะออกขายในปีนี้ โดยมีตัวถังให้เลือกใช้ 3 แบบ คือ REGULAR CAB-SUPER CAB และ CREW CAB


มาซดา รียูกะ

มาซดา รียูกะ (MAZDA RYUGA) ในภาพ 36 คือ จุดโฟคัสสายตาในบูธของ มาซดา ผู้ผลิตรถยนต์เมืองยุ่นซึ่งมียักษ์รอง ฟอร์ด ถือหุ้นอยู่ 1 ใน 3 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถคูเป 4 ที่นั่ง มีประตูข้างเปิดแบบปีกนก และมีห้องโดยสารที่กว้างขวางและนั่งสบายอย่างน่าประหลาดใจ เป็น 1 ในบรรดารถแนวคิดจำนวน 4 คัน ที่ มาซดา กำลังทำอยู่ในขณะนี้ โดยที่คันแรก คือ มาซดา นากาเร (MAZDA NAGARE) อวดตัวไปแล้วที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแอนเจลิสเมื่อเดือนธันวาคม


แจกวาร์ ซี-เอกซ์เอฟ

แจกวาร์ ซี-เอกซ์เอฟ (JAGUAR C-XF) ในภาพ 37-38 เป็นรถพันธุ์อังกฤษ ที่เลือกแผ่นดินเมืองมะกันเป็นที่เปิดตัว เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 4 ประตูซาลูนระดับหรู และเป็นต้นแบบของรถรุ่นใหม่ที่ค่าย "แมวป่า" จะนำออกสู่ตลาดแทนที่รถ แจกวาร์ เอส-ไทพ์ (JAGUAR S-TYPE) ใน 2 หรือ 3 ปีข้างหน้านี้ เป็นรถที่ได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมากจากสื่อมวลชนในเมืองมะกัน นิตยสารรถยนต์ฉบับหนึ่งถึงกับยกนิ้วให้ และสดุดีว่าเป็น BEST IN SHOW หรือ รถเยี่ยมยอดที่สุดในงานนี้


โวลโว เอกซ์ซี 60

จุดโฟคัสสายตาในบูธของยักษ์ใหญ่เมืองฟรีเซกซ์ คือ โวลโว เอกซ์ซี 60 (VOLVO XC60) ในภาพ 39 เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กอนุกรมใหม่ ที่ค่ายนี้จะนำออกจำหน่ายในปี 2009 รูปทรงองค์เอวของตัวถัง รวมทั้งพื้นรถที่ค่อนข้างต่ำกว่ารถกิจกรรมกลางแจ้งทั่วๆ ไป เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ออกแบบสำหรับการใช้งานในเมืองมากกว่าใช้ลุย


แอสตัน มาร์ทิน วี 8 โรดสเตอร์

แอสตัน มาร์ทิน วี 8 โรดสเตอร์ (ASTON MARTIN V8 ROADSTER) ในภาพ 40 เป็นรถพันธุ์อังกฤษอีกแบบหนึ่ง ที่เลือกใช้แผ่นดินของเมืองมะกันเป็นที่เปิดตัว ปรากฏโฉมเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแอนเจลิสเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พอฉายซ้ำอีกครั้งที่งานนี้ ผู้คนจึงดูเฉยๆ เป็นรถตลาดแบบใหม่ล่าสุดของยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเมืองผู้ดี ตัวถังเปิดประทุน 2 ประตู 2 ที่นั่ง พัฒนาจากรถคูเป แอสตัน มาร์ทิน วี 8 วานเทจ (ASTON MARTIN V8 VANTAGE)


ไครสเลอร์ นาสเซา

ค่าย ไดมเลร์ ไครสเลอร์ นำรถแนวคิดออกอวดตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้หลายคัน ไครสเลอร์ นาสเซา (CHRYSLER NASSAU) ในภาพ 41-42 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 4 ประตูซาลูนระดับสุดหรู และเชื่อกันว่า เป็นต้นแบบของรถตลาดแบบใหม่ ที่ค่ายนี้จะบรรจุเข้าสู่สายการผลิตแทนที่รถธงรุ่นปัจจุบัน คือ รถ ไครสเลอร์ 300 (CHRYSLER 300) ตัวถังขนาด 4.980x1.885x1.495 ม. มีช่วงฐานล้อยาว 3.050 ม. และมีส่วนท้ายซึ่งดูเป็นรถคูเปมากกว่ารถซาลูน


ไครสเลอร์ ทาวน์ แอนด์ คันทรี

ดอดจ์ กแรนด์ คาราวาน

คนรักรถในเมืองมะกันทราบกันดีว่า ถ้าต้องการรถตู้อเนกประสงค์ขนานแท้และดั้งเดิม ก็ต้องเลือกซื้อสินค้าของค่าย ไครสเลอร์/ดอดจ์ ซึ่งทำรถแบบนี้ออกขายก่อนใครเพื่อน สำหรับ ไครสเลอร์ ทาวน์ แอนด์ คันทรี (CHRYSLER TOWN&COUNTRY) ในภาพ 44 และ ดอดจ์ กแรนด์ คาราวาน (DODGE GRAND CARAVAN) ในภาพ 45 เป็นรถรุ่นใหม่ (รุ่นที่ห้า) ในชื่อเก่า ที่กำลังจะออกสู่ตลาดในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2008 โดยมีการปรับปรุงรายละเอียดมากมายทั้งภายนอกภายใน


จีพ ทเรลฮอว์ค

รถแนวคิดอีกคันหนึ่งของค่าย ไดมเลร์ ไครสเลอร์ ที่ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้ คือ ดอดจ์ ทเรลฮอว์ค (DODGE TRAILHAWK) ในภาพ 46-47 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งที่มีกระบะเปิดท้ายเหมือนรถพิคอัพ ตัวถังขนาด 4.858x1.968x1.761 ม. ออกแบบได้งามชวนมอง รวมทั้งให้ความรู้สึกในพละกำลังและความบึกบึน เป็นรถขับ 4 ล้อด้วยพลังจากเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง 3.0 ลิตร 215 แรงม้า อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ทำได้ใน 9.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม.


สมาร์ท ฟอร์ทู

ค่าย สมาร์ท นำรถ สมาร์ท ฟอร์ทู (SMART FORTWO) รุ่นใหม่ ในภาพ 48 ไปเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งานนี้ และประกาศยืนยันว่า ในปี 2008 จะส่งรถแบบนี้ไปจำหน่ายในเมืองมะกันเป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับรถรุ่นเก่า รถรุ่นใหม่นี้มีตัวถังให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ ตัวถัง 2 ประตูคูเป 2 ที่นั่ง กับตัวถัง 2 ประตูเปิดประทุน2 ที่นั่ง จะเริ่มจำหน่ายในยุโรปเดือนเมษายนนี้


เมร์เซเดส-เบนซ์ โอเชียน ดไรฟ

ค่าย "ดาวสามแฉก" เรียกผู้คนเข้าบูธได้อย่างล้นหลามด้วย เมร์เซเดส-เบนซ์ โอเชียน ดไรฟ (MERCEDES-BENZ OCEAN DRIVE) ในภาพ 49-50 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 4 ประตูเปิดประทุนระดับสุดหรู ตัวถังขนาด 5.293x1.911x1.497 ม. ดัดแปลงจากรถซาลูน เอส-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ S-CLASS) โดยออกแบบชิ้นส่วนตัวถังขึ้นใหม่ทั้งหมด และใช้ระบบขับล้อหลังด้วยพลังจากเครื่องยนต์ SOHC วี 12 สูบ 5,514 ซีซี 517 แรงม้า วิจารณ์กันว่า ค่าย "ดาวสามแฉก" ตั้งใจจะผลิตรถแบบนี้ออกจำหน่ายจริงๆ แต่อาจจะเปลี่ยนไปติดยี่ห้อ มายบัค (MAYBACH)


บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-3 กาบริโอเลต์

ค่าย "ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว" ก้าวตามยุคสมัย และสนองประสงค์ของผู้ใช้รถที่ต้องการรถเปิดประทุนประเภท คูเป-กาบริโอเลต์ โดยนำรถ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-3 กาบริโอเลต์ (BMW 3-SERIES CABRIOLET) รุ่นใหม่ในภาพ 51-52 ไปอวดตัวครั้งแรกในโลกที่งานนี้ รถรุ่นนี้ติดตั้งประทุนหลังคาแบบแข็ง ทำด้วยแผ่นเหล็กกล้า ออกแบบเป็นส่วนย่อย 3 ชิ้น บังคับเปิด/ปิดด้วยระบบ อีเลคทโร-ไฮดรอลิค (ELECTRO-HYDRAULIC) โดยใช้เวลาเปิดหรือปิดแต่ละครั้งประมาณ 22 วินาที


บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 5

รถตลาดรุ่นใหม่อีกอนุกรมหนึ่ง ที่ค่าย บีเอมดับเบิลยู นำไปเปิดตัวที่งานนี้ คือ รถกิจกรรมกลางแจ้ง บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 5 (BMW X5) ในภาพ 53 เป็นรถรุ่นที่ 2 ซึ่งกำลังจะออกจำหน่ายแทนที่รถรุ่นแรกซึ่งอยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 1999 ในเมืองมะกันจะมีจำหน่ายเพียง 2 โมเดล คือ BMW X5 3.0SI เครื่องยนต์ 260แรงม้า และ BMW X5 4.8I เครื่องยนต์ 350 แรงม้า


โรลล์ส-รอยศ์ แฟนทอม ดรอพเฮด คูเป

โรลล์ส-รอยศ์ แฟนทอม ดรอพเฮด คูเป (ROLLS-ROYCE PHANTOM DROPHEAD COUPE) ในภาพ 54 เป็นรถพันธุ์อังกฤษอีกแบบหนึ่ง ที่ใช้แผ่นดินเมืองมะกันเป็นที่เปิดตัว และเป็นรถเปิดประทุนแบบที่ 2 ของค่ายนี้นับแต่ขายกิจการให้แก่ บีเอมดับเบิลยู ตัวถังเปิดประทุน 4 ประตู 4 ที่นั่ง ขนาด 5.609x1.987x1.581 ม.พัฒนาจากรถแนวคิด โรลล์ส-รอยศ์ 100 อีเอกซ์ (ROLLS-ROYCE 100EX) ซึ่งปรากฏตัวเมื่อปี 2004 โดยใช้ประทุนหลังคาแบบอ่อนทำจากผ้าใบสังเคราะห์


โพร์เช กาเยนน์

ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเมืองเบียร์ ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถกิจกรรมกลางแจ้ง โพร์เช กาเยนน์ (PORSCHE CAYENNE) รุ่น FACELIFT หรือ "ยกหน้า" ในภาพ 55-56 ซึ่งออกจำหน่ายแล้วในยุโรปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รถรุ่นนี้ได้รับการปรับปรุงมากมายทั้งภายนอกและภายใน ความเปลี่ยนแปลงภายนอกที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ดวงโคมไฟหน้าแผงกระจังหน้าและกันชนหน้า แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญที่สุดอยู่ที่เครื่องยนต์ ซึ่งทุกเครื่องถูกขยายความจุให้โตขึ้น และให้ค่ากำลังสูงสุด สูงขึ้น


โฟล์คสวาเกน ทีกวน

โฟล์คสวาเกน ทีกวน (VOLKSWAGEN TIGUAN) ในภาพ 57 อวดตัวครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแอนเจลิสเมื่อเดือนธันวาคม และฉายซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็ก ที่ค่ายนี้กำลังจะผลิตออกจำหน่าย โดยติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลสะอาด BLUETEC ที่ ค่าย โฟล์คสวาเกน ร่วมพัฒนากับ เมร์เซเดส-เบนซ์


เอาดี คิว 7 วี 12 ทีดีไอ คอนเซพท์

เอาดี คิว 7 วี 12 ทีดีไอ คอนเซพท์ (AUDI Q7 V12 TDI CONCEPT) ในภาพ 58 เป็นรถแนวคิดซึ่งอีกไม่กี่วันก็คงจะเปลี่ยนสภาพเป็นรถตลาด และวันใดที่ออกจำหน่าย ก็จะต้องจารึกไว้ว่าเป็นรถตลาดคันแรกในโลกซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล วี 12 สูบ เป็นเครื่องทวินเทอร์โบ ความจุ 5,934 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 493 แรงม้า (เอสเออี-เนท) ทดสอบกันแล้วปรากฏว่า รถแนวคิดคันนี้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 5.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.


โตโยตา ทุนดรา (2007)

ยักษ์ใหญ่ของเมืองยุ่น อุทิศพื้นที่ส่วนใหญ่ให้แก่ โตโยตา ตุนดรา (TOYOTA TUNDRA) ที่เห็นในภาพ 59-60 เป็นรถกระบะขนาด FULL-SIZE รุ่นใหม่ ที่เริ่มจำหน่ายในเมืองมะกันเมื่อปีเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยแยกโมเดลให้เลือกใช้ถึง 31 โมเดล ในตัวถังสามแบบ คือ REGULAR CAB (2 ประตู 2 ที่นั่ง) DOUBLE CAB (2 ประตู 2+2 ที่นั่ง) และ CREWMAX (4 ประตู 2-6 ที่นั่ง) ทุกตัวถังมีทั้งแบบขับล้อหลังและขับ 4 ล้อ สนนราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ระดับ 18,000 เหรียญสหรัฐ


โตโยตา เอฟที-เอชเอส

รถแนวคิดเพียงคันเดียวที่ค่าย โตโยตา นำออกอวดตัวในงานนี้ คือ โตโยตา เอฟที-เอชเอส (TOYOTA FT-HS) ในภาพ 61 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ทคูเป 2+2 ที่นั่ง สมรรถนะสูง ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นต้นแบบของรถอนุกรมใหม่ ที่ค่ายนี้คิดจะผลิตออกขาย แทนที่รถ โตโยตา ซูพรา (TOYOTA SUPRA) ที่เคยโด่งดังในอดีต และถูกปลดจากสายการผลิตไปหลายปีแล้ว


เลกซัส ไอเอส-เอฟ

ค่าย เลกซัส มีผลงานใหม่ออกแสดง 2 ชิ้น ชิ้นแรก คือ เลกซัส ไอเอส-เอฟ (LEXUS IS-F) ในภาพ 62 เป็นรถตลาดโมเดลพิเศษ ออกแบบสำหรับผู้ต้องการรถหรูที่แรงและเร็ว พัฒนาจากรถรุ่นสามัญซึ่งติดตั้งเครื่อง วี 6 สูบ 2.5 ลิตร 204 แรงม้า หรือเครื่อง วี 6 สูบ 3.5 ลิตร 306 แรงม้า โดยเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นเครื่อง วี 8 สูบ 5.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงกว่า 400 แรงม้า รวมทั้งเปลี่ยนระบบเกียร์เป็นเกียร์ 8 จังหวะ อย่างที่ใช้ในรถธง เลกซัส แอลเอส 460


เลกซัส แอลเอฟ-เอ

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของ เลกซัส คือ เลกซัส แอลเอฟ-เอ (LEXUS LF-A) ในภาพ 63 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ทสมรรถนะสูงระดับ "ซูเพอร์คาร์" พัฒนาจากรถแนวคิดชื่อเดียวกันซึ่งปรากฏตัวที่งานนี้เมื่อปี 2005 และอยู่ในสภาพใกล้เคียงกับรถที่พร้อมจะออกจำหน่ายในตลาดมากกว่ารถคันเดิม ติดตั้งเครื่องยนต์วางกลางลำ วี 10 สูบ ที่ให้กำลังสูงกว่า 500 แรงม้า จึงเชื่อมั่นได้ว่า ความเร็วสูงสุดระดับ 200 ไมล์/ชม. หรือ 320 กม./ชม. คงจะทำได้แน่นอน


นิสสัน โรก (2008)

ยักษ์รองเมืองยุ่นคือ นิสสัน ก็มีผลงานใหม่ออกแสดงในงานนี้ 2 ชิ้นเช่นกัน นิสสัน รก เอสยูวี (NISSAN ROGUE SUV) ในภาพ 65 เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งอนุกรมใหม่ ที่จะเริ่มจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้ ในฐานะรถรุ่นปี 2008 โดยใช้พแลทฟอร์มชุดเดียวกับรถ นิสสัน กัชไก (NISSAN QASHQAI) ที่เพิ่งออกจำหน่ายในยุโรป แต่มีตัวถังที่ยาวกว่าและกว้างกว่าเล็กน้อย


นิสสัน บีเวล

นิสสัน บีเวล (NISSAN BEVEL) ในภาพ 66 เป็นรถแนวคิดซึ่งมีจุดประสงค์ผิดแผกแปลกไปจากรถแนวคิดคันอื่นๆ ที่เคยเห็นกันมา คือ มีผู้ใช้รถเพศชายวัย 45-60 ปี เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แทนที่จะเป็นลูกค้าวัยหนุ่มวัยสาว และเป็นรถที่ออกแบบโดยให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกแก่ผู้ขับ เพราะมีความคิดว่า ผู้ใช้รถวัยนี้มักจะเดินทางคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ เก้าอี้ผู้ขับที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันและนั่งสบายเป็นพิเศษ แต่เก้าอี้ผู้โดยสารออกแบบอย่างง่ายๆ และพับเก็บได้


อคูรา แอดวานศ์ สปอร์ทส์ คาร์ คอนเซพท์

ฮอนดา นำรถสปอร์ทยอดดัง ฮอนดา เอนเอสเอกซ์ (HONDA NSX) ออกจำหน่ายเมื่อปี 1990 และเลิกผลิตไปแล้วเมื่อปี 2005 ตอนนี้ผู้คนจึงเฝ้ารอกันว่า ยักษ์รองของเมืองยุ่นจะทำรถรุ่นที่ 2 ออกขายหรือไม่ ถ้าทำหน้าตาจะเป็นอย่างไร ? คำตอบน่าจะอยู่ที่ อคูรา แอดวานศ์ สปอร์ทส์ คาร์ คอนเซพท์ (ACURA ADVANCED SPORTS CAR CONCEPT) ที่เห็นในภาพ 67-68 ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นต้นแบบของรถที่กล่าวข้างต้น รายละเอียดมากกว่านี้โปรดติดตามเดือนหน้า


มิตซูบิชิ พโรโทไทพ์ เอกซ์ คอนเซพท์

มิตซูบิชิ โพรโทไทพ์ เอกซ์ คอนเซพท์ (MITSUBISHI PROTOTYPE X CONCEPT) ในภาพ 69 เป็นต้นแบบของรถโมเดลพิเศษ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ เอโวลูชัน (MITSUBISHI LANCER EVOLUTION) รุ่นที่ 10 ที่ค่าย "สามเพชร"กำลังจะนำออกสู่ตลาดในเวลาไม่นานจนเกินรอ ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบ DOHC 1,998 ซีซี ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ


ฮอนดา แอคคอร์ด คูเป

ฮอนดา แอคคอร์ด คูเป คอนเซพท์ (HONDA ACCORD COUPE CONCEPT) ในภาพ 70 ปรากฏตัวให้เห็นเป็นครั้งแรกที่งานนี้ ยังติดป้ายชื่อว่ารถแนวคิด แต่เชื่อว่าอีกไม่นานและโดยที่ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย ก็คงจะกลายสภาพเป็นรถตลาดอย่างสมบูรณ์ รูปทรงองค์เอวของตัวถังที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดหาง วิจารณ์กันในเมืองมะกัน ว่าออกแบบได้ดีและดูโดดเด่นกว่ารถรุ่นปัจจุบัน ที่สะดุดตาที่สุด น่าจะเป็นดวงโคมไฟหน้า ที่เรียวและยาวสะตาสะใจ


ฮันเด เวราครูซ

ฮันเด เวราครูซ (HYUNDAI VERACRUZ) ในภาพ 71-72 เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งแบบที่ 3 ที่ยักษ์ใหญ่ของเมืองโสมเพิ่งส่งไปจำหน่ายในตลาดเมืองมะกัน และเป็นรถที่มีขนาดโตที่สุด ตัวถังขนาด 4.840x1.945x1.750 ม. มีห้องโดยสารซึ่งติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว สามารถจุผู้โดยสารได้ 7 คน มีทั้งแบบขับ 2 และขับ 4 ล้อ แต่มีเครื่องยนต์เพียงขนาดเดียว คือ เครื่อง DOHC วี 6 สูบ 3.8 ลิตร ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ SHIFTRONIC


ฮันเด เฮลเลียน

ปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแอนเจลิสเมื่อเดือนธันวาคม 2006 และฉายซ้ำเป็นครั้งที่สองที่งานนี้ คือ ฮันเด เฮลเลียน (HYUNDAI HELLION) ในภาพ 73 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้ง 3 ประตู/2+2 ที่นั่ง ขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยพลังจากเครื่องยนต์ดีเซลฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง วี 6 สูบ 3.0 ลิตร 236 แรงม้า


เกีย คิว คอนเซพท์

รถแนวคิดพันธ์โสมอีกคันหนึ่งที่ปรากฏตัวในงานนี้ คือ เกีย คิว คอนเซพท์ (KIA KUE CONCEPT) ในภาพ 74 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของ CROSSOVER VEHICLE หรือ "รถผสานพันธุ์" 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยพลังจากเครื่องยนต์ซูเพอร์ชาร์จ วี 8 สูบ ที่ให้กำลังสูงถึง 400 แรงม้า รูปทรงองค์เอวเห็นแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะถูกบรรจุเข้าสู่สายการผลิต แต่คนของ ฮันเด ยืนยันว่า รูปลักษณ์ และรายละเอียดของชิ้นส่วนหลายชิ้นรวมทั้งเครื่องยนต์ มีโอกาสที่จะนำไปใช้ในรถตลาด


------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา/ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร formula ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2550
คอลัมน์ รถใหม่
อัพเดทล่าสุด
28 Oct 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
1.1-1.5 ล้าน
2.
1.3 ล้าน
3.
4.5-4.7 ล้าน
4.
3.5-4.3 ล้าน
5.
2.4 ล้าน
6.
2.6 ล้าน
7.
6.3-17.8 ล้าน
8.
6.5-18.2 ล้าน
9.
19.2-22.1 ล้าน
10.
18.0-20.9 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ