-


ค่าย เบนท์ลีย์ เปิดตัว

รถเปิดประทุนรุ่นใหม่

ออกจำหน่ายปลายปีนี้

อังกฤษ-เบนท์ลีย์ (BENTLEY) ยอดผู้ผลิตรถระดับหรูของเมืองผู้ดีซึ่งอยู่ในร่มเงาของ โฟล์คสวาเกน กรุพ (VOLKSWAGEN GROUP) แห่งเยอรมนี ใช้เวทีขนาดยักษ์ในงานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์ค เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นที่เปิดตัวรถเปิดประทุนรุ่นใหม่ล่าสุด มีชื่อว่า เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีทีซี (BENTLEY CONTINENTAL GTC)


หลังการออกตลาดของรถ 2 ประตูคูเป เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีที (BENTLEY CONTINENTAL GT) ในปี 2003 และรถ 4 ประตูซาลูน เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล ฟลายอิง สเปอร์ (BENTLEY CONTINENTAL FLYING SPUR) ในปี 2005 ก็มีข่าวเล่าขานกันมาตลอดว่า ในเวลาไม่นานจนเกินรอ ค่ายนี้จะทำรถ เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล ในตัวถัง 2 ประตูเปิดประทุนให้เลือกใช้ด้วย


จนกระทั่งที่งาน NEW YORK INTERNATIONAL AUTOMOBILE SHOW หรือ มหกรรมยานยนต์นิวยอร์ค ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 14-23 เมษายน 2006 นี่เอง ข่าวเล่าขานที่ว่านี้ก็กลายเป็นความจริงอย่างสมบูรณ์ เมื่อ เบนท์ลีย์ นำรถเปิดประทุน เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีทีซี ออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก พร้อมคำประกาศยืนยันว่า ในฤดูหนาวปี 2006 นี้ จะเริ่มนำรถออกจำหน่ายในตลาดทั่วโลก


เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีทีซี อยู่ในตัวถังเปิดประทุน 2+2 ที่นั่ง มีขนาดตัวถัง ยาว 4.804 ม. กว้าง 2.101 ม. (รวมกระจกมองข้าง) และสูง 1.398 ม. มีช่วงฐานล้อยาว 2.745 ม. และมีน้ำหนักตัวพร้อมขับค่อนข้างหนัก คือ 2,495 กก. เป็นตัวถังที่ดัดแปลงจากตัวถัง 2 ประตูคูเปของรถ เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีที โดยทีมงานออกแบบของ เบนท์ลีย์ มอเตอร์ ซึ่งมี เดิร์ค ฟาน บเรคเคิล (DIRK VAN BRAECKEL) เป็นผู้อำนวยการ และจุดใหญ่ใจความของการดัดแปลงที่ว่านี้ คือ การเปลี่ยนหลังคา จากหลังคาแข็ง เป็นหลังคาเปิดประทุนแบบอ่อน ทำจากผ้าใบสังเคราะห์ 3 ชั้น เปิด/ปิดด้วยระบบอีเลคทรอ-ไฮดรอลิค (ELECTRO-HYDRAULIC) และบังคับควบคุมด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว การเปิดและปิดประทุนด้วยระบบอัตโนมัตินี้ จะทำได้ตั้งแต่ตอนที่รถยังจอดอยู่กับที่ ไปจนถึงเมื่อใช้ความเร็วระดับ 30 กม./ชม.


เช่นเดียวกับรถคูเป เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีที และรถซาลูน เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล ฟลายอิง สเปอร์ รถเปิดประทุนสุดหรู เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีทีซี เป็นรถขับเคลื่อน4 ล้อ ด้วยพลังของเครื่องยนต์ DOHC ดับเบิลยู 12 สูบ 48 วาล์ว ความจุ 5,998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 560 แรงม้า ที่ 6,100 รตน. และแรงบิดสูงสุด 66.3 กก.-ม.ที่ 1,600 รตน. ระบบเกียร์เพื่อถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลัง เป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ของ ZF ซึ่งสามารถเปลี่ยนจังหวะเกียร์ด้วยมือได้ด้วย ติดตั้งระบบรองรับ (กันสะเทือน)แบบ AIR SUSPENSION ทั้ง 4 ล้อ และสามารถปรับความแข็งได้ถึง 4 ระดับ


สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของ เบนท์ลีย์ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ทำได้ใน 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุด เมื่อปิดประทุนจะทำได้ถึง 312 กม./ชม. แต่เมื่อเปิดประทุนจะลดเหลือ 306 กม./ชม.


สนนราคาค่าตัวของรถพวงมาลัยขวา ซึ่งจะเริ่มออกจำหน่ายในอังกฤษปลายปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 130,500 ปอนด์ หรือเท่ากับประมาณ 8.5 ล้านบาทไทย เมื่อคิดว่า เงินอังกฤษ 1 ปอนด์ แลกได้ด้วยเงินไทย 65 บาทถ้วน


นอกจากรถเปิดประทุน เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีทีซี นี่แล้ว ค่าย เบนท์ลีย์ ยังจะมีรถเปิดประทุนให้เลือกใช้อีกหนึ่งแบบ คือ รถเปิดประทุน 4 ที่นั่ง เบนท์ลีย์ อาซูร์ (BENTLEY AZURE) ซึ่งพัฒนาจากรถแนวคิด เบนท์ลีย์ อาร์นาจ ดรอพเฮด คูเป (BENTLEY
ARNAGE DROPHEAD COUPE) ที่ปรากฏตัวในงานมหกรรมยานยนต์ลอสแอเจลิสในสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปี 2005 รถแบบหลังนี่ ก็จะเริ่มจำหน่ายปลายปีนี้เช่นเดียวกัน


ย่อยข่าว

* เยอรมนี-ค่าย "ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว" เปิดเผยโฉมหน้า และรายละเอียดของรถ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-3 คูเป (BMW 3-SERIES COUPE) รุ่นใหม่ออกมาแล้ว โดยบอกว่า ในระยะแรกจะมีรถให้เลือกใช้รวม 4 โมเดล คือ 325I 330I 330D และ 335I ส่วนที่จะตามมาในระยะต่อไป คือ 320I กับ 320D โมเดลหัวกะทิของรถรุ่นนี้ คือ 335I จะติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงถึง 306 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 5.5 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม.ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย รถพวงมาลัยขวาจะเริ่มออกขายในตลาดอังกฤษปลายเดือนกันยายน 2006 นี้ ด้วยค่าตัวระดับ 34,000 ปอนด์


* เยอรมนี-ค่าย "ดาวสามแฉก" ก็มีความเคลื่อนไหวที่เป็นข่าวเช่นกัน นั่นคือ การออกตลาดของรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ E-CLASS) รุ่น FACELIFT หรือ "ยกหน้า" ในส่วนของตัวถังภายนอก ความเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้ชัด คือ แผงกระจังหน้า ดวงโคมไฟหน้าไฟท้าย และกันชนทั้งหน้าและหลัง ส่วนภายในห้องโดยสาร มีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์หลายชิ้น รวมทั้งพวงมาลัยและคันเกียร์ ในส่วนของเครื่องยนต์กลไก มีเครื่องยนต์แบบใหม่ หรือที่ได้รับการปรับปรุงขนานใหญ่รวม 6 ขนาด
ซึ่งส่งผลให้มีรถเลือกใช้รวม 29 โมเดล แยกเป็นรถตัวถัง 4 ประตูซาลูน 16 โมเดล และตัวถัง 5 ประตูตรวจการณ์ 13 โมเดล นำขบวนด้วยรถโมเดลหัวกะทิ คือ E63 AMG รถพวงมาลัยขวาออกจำหน่ายแล้วในเมืองผู้ดีเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวเริ่มต้นที่ระดับ 27,500 ปอนด์ หรือเท่ากับประมาณ 1.8 ล้านบาทไทย


* อังกฤษ-เมืองโคเวนทรี (COVENTRY) ซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็น ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์เมืองสำคัญเมืองหนึ่งของโลก กำลังจะกลายเป็นเมืองที่ไม่มีการผลิตรถยนต์ไปแล้ว เมื่อค่าย เปอโฌต์/ซีตรอง (PEUGEOT/CITROEN) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพียงรายเดียวที่ยังมีโรงงานตั้งอยู่ในเมืองนี้ ประกาศยืนยันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ในปี 2007 จะยุติการผลิตที่โรงงานอายุ 60 ปี แห่งนี้อย่างสิ้นเชิง เพราะแบกรับการผลิตที่มีต้นทุนสูงกว่าโรงงานแห่งอื่นๆ ไม่ไหว รวมทั้งยืนยันด้วยว่า จะย้ายการผลิตรถ เปอโฌต์ 207 (PEUGEOT 207) ซึ่งเดิมทีคาดหมายกันว่าจะผลิตที่โรงงานแห่งนี้ไปจนถึงปี 2010 ไปกระทำที่โรงงานซึ่งเพิ่งก่อสร้างขึ้นใหม่ในประเทศสโลเวเนีย (SLOVENIA) การปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งสุดท้ายในเมืองโคเวนทรีนี้ จะส่งผลให้มีการตกงาน 2,300 คน


* สหรัฐอเมริกา-ที่งานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์ค ในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14-23 เมษายน ที่ผ่านมา ซีตรอง เซ กัตร์ (CITROEN C4) รถยนต์นั่งขนาดกลางของค่าย"จ่าโท" เมืองน้ำหอม ได้รับการคัดเลือกให้เป็น WORLD CAR OF THE YEAR หรือ"ยอดรถโลกแห่งปี"ไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการจำหน่ายรถแบบนี้ในตลาดเมืองมะกันด้วยซ้ำ
------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : -
นิตยสาร formula ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2549
คอลัมน์ ธุรกิจ
อัพเดทล่าสุด
7 Apr 2021

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
6.6-10.1 ล้าน
2.
2.2-2.7 ล้าน
3.
2.6-4.7 ล้าน
4.
2.2 ล้าน
5.
21.5 ล้าน
6.
2.5 ล้าน
7.
0.7-1.0 ล้าน
8.
6.3-9.4 ล้าน
9.
4.6-6.0 ล้าน
10.
0.7-1.2 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ