ไบโอดีเซล


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์

เดือนตุลาคม ปี '48 กับ '47

ตลาดรวม เพิ่ม 3.7 %

รถยนต์นั่ง ลด 10.3 %

กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 7.7 %

รถอเนกประสงค์ (MPV) ลด 58.8 %

รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 252.9 %


ช่วงนี้ ดาวพุธ พักตร นะครับ พูดจาอะไรก็ระมัดระวังกันหน่อย


เรื่องจริงน่ะ ไม่ใช่เรื่องขำขันที่เอามาพูดกันเล่น


ส่วนเรื่องจริงเรื่องนี้ รายการนี้ผักชีจงเจริญ


กรมธุรกิจพลังงาน ประกาศกำหนดมาตรฐานคุณภาพของไบโอดีเซล บี 5 ประเภทเมธิลเอสเตอร์ ของกรดไขมัน สำหรับใช้ผสมในน้ำมันดีเซลในอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 5 โดยปริมาตร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกันยายน ที่ผ่านมา


เนื่องจากนโยบายรัฐบาล ที่ส่งเสริมให้มีการนำพลังงานทดแทนที่ผลิตได้จากพืชผลทางเกษตร มาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตจากฟอสซิล เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ กรม ฯ จึงได้หารือกับ ผู้ผลิตไบโอดีเซล ผู้ค้าน้ำมัน ผู้ประกอบการ เพื่อให้ได้น้ำมันที่มีคุณภาพเหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องยนต์


ซึ่งบริษัทรถยนต์ให้การยอมรับว่า ใช้งานกับรถยนต์ได้โดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ แต่การใช้ในอัตราส่วนที่สูงกว่านี้ จะมีผลให้คุณภาพของน้ำมันแตกต่างไปจากน้ำมันดีเซลทั่วไป


กระทรวงพลังงานมีนโยบายที่จะส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันดีเซลผสมไบโอดีเซลที่อัตราส่วนร้อยละ 10 (น้ำมันดีเซล บี 10) ในปี 2555 อยู่แล้ว โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปศึกษาผลการใช้ บี 10 ในเครื่องยนต์ดีเซลหมุนเร็ว เพื่อนำข้อมูลมาใช้พิจารณากำหนดมาตรฐานคุณภาพของน้ำมันดีเซลผสมไบโอดีเซลที่เหมาะสมต่อไป


มารู้จักกันหน่อยดีไหมครับ


ไบโอดีเซลประเภทนี้ผ่าน กระบวนการแปรรูปด้วยกระบวนการทางเคมีที่เรียกว่า ทรานส์เอสเตอริฟิเคชัน (TRANSESTERIFICATION) คือ การนำเอาน้ำมันพืชหรือสัตว์ที่มีกรดไขมันไปทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์โดยใช้กรดหรือด่างเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้ได้เมธิลเอสเตอร์ เพื่อนำมาผสมในน้ำมันดีเซล


ไบโอดีเซลชนิดเอสเตอร์นี้ มีคุณสมบัติที่เหมือนกับน้ำมันดีเซลมากที่สุด ทำให้ไม่มีปัญหากับเครื่องยนต์ สามารถนำมาใช้กับรถยนต์ได้ แต่ปัญหาที่จะมีก็คือ ต้นทุนการผลิตที่แพงนั่นเอง ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ บริษัทผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกหลายๆ ค่าย ออกมาประกาศรับรองว่าสามารถใช้ไบโอดีเซล ได้โดยไม่มีปัญหากับเครื่องยนต์ ขอยกตัวอย่างแค่ 2 ค่าย ค่ายแรก เมร์เซเดส-เบนซ์ และอีกค่ายหนึ่ง โฟล์คสวาเกน แต่นั่นเป็นเรื่องเมืองนอกเขานะครับ


ปัจจุบันในประเทศไทยมีโรงงานไบโอดีเซลขนาดเล็กของบริษัทราชาไบโอดีเซล ฯ ผลิตได้ 20,000 ลิตร/วัน โดยใช้น้ำมันพืชใช้แล้วเป็นวัตถุดิบ แต่ยังมีราคาแพงมาก ปัจจุบันลิตรละ 25 บาท อย่าลืมว่าตอนนี้ยังมีอยู่เจ้าเดียวนะครับ


นโยบายของรัฐที่จะส่งเสริมให้มีการผลิตไบโอดีเซลเพื่อใช้ทดแทนน้ำมันดีเซล ประมาณ 8.5 ล้านลิตร/วัน ภายในปี 2555 ซึ่งจะช่วยประหยัดการนำเข้าน้ำมันได้สูงถึงปีละ กว่า 50,000 ล้านบาท


ในปี 2544 ชาวบ้านอําเภอทับสะแก ร่วมมือกันพัฒนาและผลิตไบโอดีเซลสูตรมะพร้าวเป็นผลสําเร็จ จนสามารถเปิดสถานีจําหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และจําหน่ายให้แก่เกษตรกรเพื่อใช้ทดแทนน้ำมัน


ปัญหาส่วนใหญ่ของน้ำมันไบโอดีเซลสูตรพื้นบ้าน คือ เรื่องไส้กรองอุดตัน มีความหนืดสูง และที่สําคัญน้ำมันไบโอดีเซลสูตรพื้นบ้านนี้ ไม่ได้มาตรฐานคุณภาพตามข้อกําหนดน้ำมันดีเซลของกระทรวงพาณิชย์ ทําให้บริษัทที่ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอมรับ


ส่วนเจ้า บี 5 นี่ก็เช่นกันครับ ถ้าเป็นเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่าๆ ก็คงพอถูไถ แต่ถ้าเป็นเครื่องคอมมอนเรล ไม่ว่ายี่ห้อไหน ที่แต่ละหัวฉีดจะมีรูฉีดจ่ายน้ำมัน 5 รู ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.15 มม. แล้วแต่ยี่ห้อ เจอะอะไรหนืดๆ เข้าหน่อยเดียว ต้องเปลี่ยนหัวฉีดทั้ง 4 หัวครับ


ว่างๆ ลองโทรไปถามราคาหัวฉีดดูก่อนก็ได้น่ะ ถ้าคิดจะประหยัดเงินค่าน้ำมันไปเติมชนิดที่ถูกกว่า แถมบางยี่ห้อต้องเปลี่ยนรางแรงดันด้วย หน้าหนาวนี้จะหนาวหนักเลยล่ะครับ


ขอให้ผักชีจงเจริญ


กลับมาเรื่องมาตรวัดดีกว่า เฉไปปลูกผักชีเสียไกลเชียว


เดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ยอดรวมของตลาดรถยนต์ยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.7 % ขายได้ทั้งตลาด 57,399 คัน ยอดรวมยังคงดีอยู่ เพิ่ม 13.7 % รวม 562,134 คัน ก็คงเนื่องจากน้ำท่วมภาคเหนือนั่นแหละ เป็นตัวการ


ส่วน 3 จังหวัดภาคใต้ แทบว่าจะปิดโชว์รูมกันไปแล้ว


ตำแหน่งแชมพ์ประจำเดือน โตโยตา ขาย 21,621 คัน ลดลงกว่าตลาด 13.1 % ส่วนแบ่ง 37.7 %, อันดับที่สอง อีซูซุ โตมากกว่าเพื่อน เพราะมีไมเนอร์เชนจ์ เปลี่ยนวิทยุและลายแมก ขาย 16,082 คัน เพิ่ม 41.8 % ส่วนแบ่ง 28.0 %, อันดับสาม ฮอนดา ก็ยังคงขายได้ลดลง 4,313 คัน ลด 17.1 % ส่วนแบ่ง 7.5 %, อันดับสี่ นิสสัน ขายดิบขายดี 3,772 คัน เพิ่ม 6.9 % และอันดับห้า มิตซูบิชิ ขายเกือบเท่าปีก่อน 3,285 คัน เพิ่ม 3.8 % ส่วนแบ่ง 6.6 %


แชมพ์ 10 เดือน โตโยตา 224,807 คัน อีซูซุ 142,150 คัน ฮอนดา 42,243 คัน มิตซูบิชิ 37,991 คัน และ นิสสัน 34,441 คัน


ประเภทรถยนต์นั่ง เติบโตลดลง 10.3 % เดือนเดียวขายได้ 12,346 คัน 10 เดือนลดลง 10.8 % ด้วยยอด 131,973 คัน เหตุก็เพราะราคาน้ำมันนั่นแหละ


แชมพ์รถยนต์นั่ง โตโยตา ขาย 5,265 คัน ลดลงเยอะ 17.3 % ส่วนแบ่ง 42.6 % เลยต้องอัดแคมเปญกันขนานใหญ่ ที่สอง ฮอนดา ขายลดลงเหมือนกัน 4,229 คัน ลด 14.2 % ส่วนแบ่ง 34.3 % ที่สาม น้องใหม่ เชฟโรเลต์ ขาย 618 คัน เพิ่ม 59.3 % ส่วนแบ่ง 5.0 % มากกว่าที่สี่ ฟอร์ด แค่คันเดียว 618 คัน แต่เจ้านี้เพิ่มเยอะ 59.3 % ส่วนแบ่ง 5.0 % และที่ห้า มาซดา ขาย 489 คัน เพิ่มน่ากลัว 757.9 % ส่วนแบ่ง 4.0 %


ผู้เสียภาษีให้รัฐมากสุด แจกวาร์ ขาย 3 คัน และ โพร์เช ขายได้ 6 คัน


ประเภทกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อหนึ่งตัน ยอดรวมตั้งแต่ต้นปี 316,691 คัน เพิ่ม 22.0 % แต่เฉพาะเดือนนี้ เพิ่ม 7.7 % ขายได้ 33,555 คัน ตำแหน่งแชมพ์ยังคงได้แก่ อีซูซุ 14,063 คัน เพิ่มถึง 47.5 % ส่วนแบ่ง 41.9 % ที่สอง โตโยตา ขายได้ 9,902 คัน ลดลง 25.0 % ส่วนแบ่ง 29.5 % ที่สาม นิสสัน ขาย 3,117 คัน เพิ่ม 22.2 % แต่ส่วนแบ่งอยู่ที่ 9.3 %


ประเภทรถเพื่อการพาณิชย์ ยอดตกเล็กน้อย 2,879 คัน ลดลง 11.1 % รวม 10 เดือน 30,308 คัน ยังเพิ่มอยู่ 14.2 % มีแชมพ์ อีซูซุ ขาย 1,008 คัน เพิ่ม 3.3 % ส่วนแบ่ง 35.0 % ที่สอง ฮีโน ขาย 655 คัน ลดลง 27.5 % ส่วนแบ่ง 22.8 % และที่สาม โตโยตา ขาย 606 คัน ลดลง 17.2 % ส่วนแบ่ง 21.0 %


รถกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่รวมรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยรวม เพิ่มถึง 252.9 % ขาย 4,073 คัน โดยตำแหน่งแชมพ์ คือ โตโยตา ขายคนเดียว 2,994 คัน เพิ่มขึ้นถึง 3,839.5 % ส่วนแบ่ง 73.5 % ที่สอง อีซูซุ ขาย 520 คัน ส่วนแบ่ง 12.8 % และที่สาม ฟอร์ด ขาย 262 คัน ลด 49.5 % ส่วนแบ่ง 6.4 %


รถอเนกประสงค์อื่นๆ ขาย 773 คัน ลด 58.8 % สิบเดือนยังเพิ่มอยู่ รวม 13,518 คัน ลดลง 32.3 % มีแชมพ์ตลอดกาล โตโยตา ขายรถตู้อยู่เจ้าเดียว 525 คัน แต่ยังลดลง 66.3 % ส่วนแบ่ง 67.9 %


คิดกันเล่นๆ นะครับ เดือนหนึ่งมีรถออกสู่ตลาด 5 หมื่นคัน เป็นรถที่ใช้น้ำมันเบนซิน ประมาณ15,000 คัน ที่เหลือ 35,000 คัน ใช้น้ำมันดีเซล ที่ราคาเกือบจะแซงราคาน้ำมันเบนซินแล้ว


แล้วยังพาหนะประเภทอื่นๆ ที่ใช้น้ำมันดีเซลอีก เดือนหนึ่งขายกันอีกเท่าไร


แต่การพัฒนาพลังงานทดแทนของบ้านเรา มันช้ายิ่งกว่าเต่าเสียอีก แถมเต่าป่วยอีกต่างหาก


น่าวังเวงนะครับ เจอะแต่ผักชีโรยหน้าแบบนี้


อยากเกิดเป็นคนไทย ก็ต้องอยู่กันแบบไทยๆ อย่างนี้แหละนะครับ
------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
ภาพโดย : -
นิตยสาร formula ฉบับเดือน มกราคม ปี 2549
คอลัมน์ ธุรกิจ
อัพเดทล่าสุด
10 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
2.8 ล้าน
2.
0.9-1.1 ล้าน
3.
0.8-1.0 ล้าน
4.
1.2-1.6 ล้าน
5.
0.7-1.0 ล้าน
6.
7.7 แสน
7.
5.8-8.9 ล้าน
8.
5.4-8.5 ล้าน
9.
9.3 ล้าน
10.
0.9-1.2 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ