เรื่องของห่าน


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์

เดือนสิงหาคม ปี '48 กับ '47

ตลาดรวม เพิ่ม 21.0 %

รถยนต์นั่ง ลด 18.4 %

กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 60.1 %

รถอเนกประสงค์ (MPV) ลด 67.3 %

รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 165.0 %


ผ่านพ้นกันหมดทุกอย่าง เริ่มกันตั้งแต่ ฝนแล้ง ต้องทำฝนเทียม น้ำท่วมภาคเหนือ และกำลังไหลล่องลงมาภาคกลาง เขื่อนดินพังทลาย ไต้ฝุ่น ดีเพรสชัน สารพัดนะครับ


นี่เองเป็นสาเหตุให้รถยนต์นั่งขายไม่ออก หรือเปล่า แต่แน่นอนว่า รถกระบะ นานาชนิด หลากรูปแบบ ขายดิบขายดี ทำเอาตลาดโตขึ้นถึง 21.0 % ขายกันเพียงเดือนเดียวได้ 52,829 คัน โดยยอดรวม 8เดือนยังคงเพิ่มอยู่ 15.9 % ยอดรวม 449,598 คัน


นี่ถ้าไม่มีเรื่องร้ายๆ หลากหลาย ยอดการขายก็คงเพิ่มมากกว่านี้อีกแน่


ก่อนเข้าเรื่องมาตรวัด มีเรื่องน่าสนใจตามประสาห่านทองคำอย่างเราๆ ท่านๆ ว่าจะโดนถอนขน หรือเก็บไข่ทองคำเพิ่มอีกแล้ว


งานนี้เป็นงานวิจัยล่าสุดของนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า เรื่อง "แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิต" ซึ่ง นายสุริยน วรวิทยานนท์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นผู้ศึกษาค้นคว้า ซึ่งถือเป็นงานวิจัยที่น่าสนใจ


เนื่องเพราะผู้บริหารระดับสูงของอธิบดีกรมสรรพสามิตผู้นี้ มีข้อเสนอเกี่ยวกับการขยายฐานภาษีสินค้าและบริการใหม่ โดยเสนอแนวทางการขยายฐานภาษีและบริการใหม่ 7 ประการ คือ


เรื่องแรก เกมออนไลน์ ผู้ศึกษาเห็นว่าหากกำหนดให้เกมออนไลน์มีภาระภาษีสรรพสามิต จะเป็นการเพิ่มต้นทุนการจัดหา ราคาจะสูงขึ้น มีผลให้การนำเสนอรูปแบบเกมใหม่ลดลงได้ เป็นการลดแรงจูงใจของเด็กที่จะมาเล่นเกมใหม่ๆ และมีส่วนช่วยให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาไปทำอย่างอื่นที่เกิดประโยชน์มากกว่าการเล่นเกม


เรื่องที่ 2 คาราโอเกะ ผับ คอคเทลเลานจ์ คาเฟ กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีสถานบันเทิง คือ ไนท์คลับและดิสโกเธคเท่านั้น ผู้ศึกษาเห็นว่าควรจัดเก็บภาษีสถานบริการที่คล้ายคลึงให้ครบทุกประเภท เพราะเป็นสถานบริการที่ให้บริการความบันเทิงใกล้เคียงกัน จึงควรจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากการให้บริการทุกประเภททั้งหมด


เรื่องที่ 3 โรงภาพยนตร์ ปัจจุบันมีบริการโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กลงและมีหลายโรงในบริเวณเดียวกันเพื่อจะได้ฉายภาพยนตร์ได้หลายเรื่องในเวลาเดียวกัน


ผู้ศึกษาสังเกตเห็นว่าอัตราการเจริญเติบโตของโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นบริการที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น อีกทั้งผู้เข้าชมล้วนเป็นเยาวชนและรวมถึงเด็กด้วย น่าจะจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ถือเป็นการเพิ่มต้นทุนเข้าไปส่วนหนึ่ง เมื่อราคาค่าชมภาพยนตร์สูงขึ้นอาจลดการบริโภคได้


เรื่องที่ 4 อันนี้กระผมยอมรับได้เลยครับท่าน


เป็นโทรทัศน์ที่มีจอภาพขนาดใหญ่เกินกว่า 40 นิ้ว ปัจจุบัน แทบทุกครัวเรือน จะต้องมีโทรทัศน์อย่างน้อย 1 เครื่อง โทรทัศน์ที่เป็นรุ่นยอดนิยมมาแต่อดีตกาล คือ ขนาด 14 นิ้ว แต่เนื่องจากวิวัฒนาการด้านเครื่องใช้ไฟฟ้ามีนวัตกรรมรวดเร็ว เกิดการผลิตจำนวนมาก
ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าแทบทุกประเภทมีราคาถูกลง ปัจจุบัน ประชาชนเริ่มให้ความนิยม โทรทัศน์ขนาดใหญ่ขึ้น คือ รุ่น 20 นิ้ว เพราะราคาถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก


ผู้ศึกษาเห็นว่าการใช้โทรทัศน์ขนาดครอบครัว 14 นิ้ว หรือ 20 นิ้ว เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนได้ แต่หากใช้โทรทัศน์ที่มีจอภาพขนาดใหญ่เกินไป เช่น ขนาดใหญ่เกินกว่า 40 นิ้ว ถือว่าเป็นการบริโภคเกินความจำเป็น ควรจัดเก็บภาษีสรรพสามิต


เรื่องที่ 5 นาฬิกาที่มีอัญมณี หรือโลหะมีค่าเป็นส่วนประกอบ ผู้ศึกษาเห็นว่า การใช้นาฬิกาเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน และราคาซื้อขายนาฬิกาขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและรูปแบบต่างๆ แต่การนำอัญมณีหรือโลหะมีค่ามาประดับเพื่อให้นาฬิกามีมูลค่าเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นเครื่องประดับมากกว่าการใช้เป็นนาฬิกา เป็นสิ่งเกินความจำเป็น จึงควรจัดเก็บภาษีสรรพสามิต


เรื่องที่ 6 คอนเสิร์ท การจัดคอนเสิร์ทของศิลปินทั้งในและต่างประเทศกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก อีกทั้งค่าบัตรชมคอนเสิร์ทราคาค่อนข้างสูง หากเป็นศิลปินยอดนิยมค่าบัตรชมอาจมีตั้งแต่ 2,000-5,000 บาท ซึ่งเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเป็นอย่างมาก การจัดเก็บภาษีน่าจะช่วยให้กิจกรรมคอนเสิร์ทลดน้อยลง และลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศ


และเรื่องสุดท้าย โบว์ลิง กิจกรรมการเล่นโบว์ลิงจัดเป็นกิจกรรมด้านบันเทิง ซึ่งผู้ศึกษามีความเห็นว่าเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นควรจัดเก็บภาษีสรรพสามิต


แหม นี่แค่งานวิจัยนะครับ ท่านยังคิดออกมาได้ตั้ง 7 เรื่อง นับถือครับ


กลับมาเรื่องมาตรวัดดีกว่า รอบนี้เริ่มมองเห็นความขยันขันแข็งของฝ่ายการตลาดแต่ละค่ายแล้ว ว่ามัวแต่นั่งเฉยๆ ไม่ได้ ชาวบ้านเขาก้าวไปหนึ่งก้าว เท่ากับตัวเองถอยหลังไปเหมือนกัน


ไม่ได้ว่าใครนะครับ แค่อ่านหนังสือพิมพ์รายวัน ดูเฉพาะเรื่องรถยนต์ ก็มองเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน โฆษณา ก็ต้องโหมกระหน่ำกันไป อีเวนท์มาร์เกททิง ก็ต้องขยับทำให้ทั่วประเทศ เปลี่ยนวิทยุติดรถก็ต้องบอกว่า ไมเนอร์เชนจ์ กระหน่ำโฆษณาเข้าไป สนุกนะครับ


เล่าเรื่องตัวเลขดีกว่า เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องยาว อันดับหนึ่ง โตโยตา ขาย 21,153 คัน เพิ่มเยอะ 64.3 % ส่วนแบ่ง 40.0 % อันดับสอง อีซูซุ ขาย 12,705 คัน เพิ่มเล็กน้อย 10.3 % ส่วนแบ่ง 24.0 % อันดับสาม ฮอนดา ลดลงอีก ขาย 4,806 คัน ลด 12.2 % ส่วนแบ่ง 9.1 %, อันดับสี่ มิตซูบิชิ ขายเพิ่มขึ้น 4,107 คัน เพิ่ม 42.8 % ส่วนแบ่ง 7.8 % และอันดับห้า เชฟโรเลต์ ขาย 2,602 คัน เพิ่ม 34.4 % ส่วนแบ่ง 4.9 %


ยอดรวม 8 เดือน โตโยตา 181,602 คัน ที่สอง อีซูซุ 113,826 คัน ที่สาม ฮอนดา 33,490 คัน ที่สี่ มิตซูบิชิ 29,800 คัน และที่ห้า นิสสัน 27,228 คัน


ดูจากตัวเลขแล้ว 3 ตำแหน่งหลังมีโอกาสเปลี่ยนโผได้ภายในสิ้นปีนี้ครับ


แล้วคุณเชียร์ใคร


ประเภทรถยนต์นั่ง ยอดรวมร่วงพรวด 18.4 % ขายได้แค่ 13,565 คัน รวม 8 เดือนก็ลดลง 10.8 % ขายได้แค่ 107,372 คัน


แชมพ์ประจำรุ่นคงเดิม โตโยตา ขาย 6,048 คัน แต่ขายได้ลดลง 29.3 % ส่วนแบ่ง 44.6 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 4,705 คัน ศรัทธาลดลง 9.1 % ส่วนแบ่ง 34.7 % ที่สาม เชฟโรเลต์ ขาย 740 คัน เพิ่มขึ้น 126.3 % ส่วนแบ่ง 5.5 %, ที่สี่ มาสดา ขาย 510 คัน เพิ่ม 696.9 % ส่วนแบ่ง 3.8 ิ% และที่ห้า มิตซูบิชิ ขาย 460 คัน เพิ่ม 19.8 % ส่วนแบ่ง 3.4 % ฉลองกันไปเรียบร้อย


รถกระบะหนึ่งตัน ยอดรวมตั้งแต่ต้นปี 252,542 คัน เพิ่ม 25.7 % แต่เฉพาะเดือนนี้ เพิ่ม 60.1 % ขายได้ 30,310 คัน ตำแหน่งแชมพ์ยังคงได้แก่ อีซูซุ 11,460 คัน เพิ่ม 16.6 % ส่วนแบ่ง 37.8 % ที่สอง โตโยตา ขายได้ 9,585 คัน เพิ่ม 1,248.1 % ส่วนแบ่ง 31.6 % ที่สาม มิตซูบิชิ ขาย 3,030 คัน เพิ่ม 32.7 % แต่ส่วนแบ่งอยู่ที่ 10.0 %


รถเพื่อการพาณิชย์อื่นๆ และรถตู้ ขายได้เพิ่ม 4.0 % ยอด 2,556 คัน แชมพ์ อีซูซุ ขายน้อยลง 763 คัน ลดลง 11.3 % ส่วนแบ่ง 29.9 %, ที่สอง โตโยตา ขาย 743 คัน เพิ่มเหมือนกัน 49.8 % ส่วนแบ่ง 29.1 % และที่สาม ฮีโน 571 คัน ลดลง 21.0 % ส่วนแบ่ง 22.3 %


รถกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่รวมรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยรวม เพิ่มถึง 165.0 % ขาย 3,296 คัน โดยตำแหน่งแชมพ์ คือ โตโยตา ขายคนเดียว 2,589 คัน เพิ่มขึ้นถึง 3,177.2 % ส่วนแบ่ง 78.5 % ที่สอง อีซูซุ ขาย 320 คัน เพิ่มขึ้นมากถึง 31,900.0 % ส่วนแบ่ง 9.7 % และที่สาม ฟอร์ด ขาย 152 คัน ลด 68.7 %


รถอเนกประสงค์อื่นๆ ขายลดลง 67.3 % 948 คัน เจ้าตลาด โตโยตา ขาย 641 คัน


ถึงฝนจะตก ถึงฟ้าจะร้อง แต่ตลาดรถยนต์ก็ยังคงก้าวรุดหน้าไปตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ยิ่งผู้นำท่านบริหารประเทศแบบการตลาด ยิ่งทำให้ดูหรูหราขึ้นเยอะ


คอยสนามบินเสร็จก่อนเถอะ จะคุยให้ยิ่งกว่านี้อีก


เอ๊ะ งงๆ นะครับ
------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
ภาพโดย : -
นิตยสาร formula ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2548
คอลัมน์ ธุรกิจ
อัพเดทล่าสุด
20 Nov 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
6.0-6.4 แสน
2.
1.9-2.1 ล้าน
3.
4.4-4.9 ล้าน
4.
2.3 ล้าน
5.
2.2-2.6 ล้าน
6.
2.0-2.3 ล้าน
7.
2.9-4.3 ล้าน
8.
3.9-4.5 ล้าน
9.
5.9-8.5 แสน
10.
0.8-1.1 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ