-


บัตรกรุงไทย ฯ

เปิดแผนตลาดเชิงรุกแนวใหม่

นิวัตต์ จิตตาลาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2548 บริษัทได้เตรียมแผนการตลาดใหม่ ภายใต้คอนเซพท์ "EXPERIENCE THE NEW EXPERIMENTAL" เน้นการตอบสนองผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มีความต้องการในการแสวงหาและทดลองสิ่งใหม่ๆ รวมถึงเน้นการมอบสิทธิประโยชน์ เจาะลึกทุกรูปแบบของการใช้ชีวิต โดยเข้าถึงทุกกิจกรรมความต้องการของลูกค้า เพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด ได้สัมผัสสินค้าและบริการ ซึ่งจะมีบัตรเครดิท และบัตรกิฟท์คาร์ด ออกมาในหลากหลายรูปแบบ


บัตรเครดิทสำหรับองค์กร บัตรฟลีทคาร์ด ร่วมกับ ปตท. และบางจาก ออกบัตรเพื่ออำนวยความสะดวกในการเติมน้ำมัน และสามารถใช้แทนเงินสดสำหรับองค์กร


บัตรเครดิทส่วนบุคคล สำหรับลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบต่างๆ เช่น กลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ แบ่งออกเป็น บัตรเครดิท เคทีซี วีซาอินฟินิท สำหรับบุคคลพิเศษที่ได้รับการเชิญเป็นสมาชิกเท่านั้น บัตรเคทีซี วีซา แพลทินัม สำหรับกลุ่มลูกค้ารายได้ระดับสูง และ บัตรเคทีซี วีซาทอง ให้อำนาจและสิทธิพิเศษเหนือบัตรทองทั่วไป


กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความหลากหลายรูปแบบ เช่น บัตรเคทีซี วีซา เชพ คาร์ด (SHAPE CARD) บัตรแรกและใบเดียว ที่เปิดโอกาสให้คุณเลือกดีไซจ์นของบัตร ให้เหมาะสมกับความชื่นชอบของตัวคุณเอง บัตรเติมเงิน หรือบัตรของขวัญ เป็นบัตรที่ลูกค้าสามารถเลือกแบบ และจำนวนเงินในบัตรได้ตามต้องการ


กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่าในทุกๆ ครั้งของการใช้จ่าย บัตรเครดิทเคทีซี วีซา แคชแบค เป็นบัตรเครดิทที่คืนเงินเข้าบัญชีของผู้ถือบัตร สำหรับทุกยอดการใช้จ่าย ด้วยอัตราสูงสุด 0.8 %


สำหรับการปรับแผนการตลาดครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ทางการตลาดที่จะมอบสิทธิประโยชน์และทางเลือกที่ฉีกแนวจากบัตรเครดิททั่วๆ ไปให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะมีความชอบและมีรูปแบบในการดำเนินชีวิต เฉพาะบุคคลที่แตกต่างกัน โดย เคทีซี มุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำบัตรไปใช้ได้ในทุกโอกาส


การใช้รูปแบบการตลาดเชิงรุกแนวใหม่ โดยการออกผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกความต้องการและทุกความชื่นชอบของกลุ่มลูกค้า จะสร้างความพึงพอใจสูงสุด และสร้างความเป็นสุดยอดแบรนด์ในใจลูกค้า ขยายฐานลูกค้า และชิงส่วนแบ่งการตลาดได้มากยิ่งขึ้น


ฟอร์ด

ส่งมอบรถ เรนเจอร์ ให้ ซิงเกอร์ ฯ

จอห์น ฟิงค์ รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ลงทุนด้านยานพาหนะและมีหน่วยรถเป็นของตนเอง ด้วยความไว้วางใจ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น โอเพนแคบ จึงตัดสินใจซื้อรถ ฟอร์ด เป็นจำนวน 420 คัน ผ่านทาง บริษัท อาคเนย์แคปปิตอล จำกัด


ฟอร์ด ประเทศไทย จะเป็นผู้ให้บริการหลังการขาย การบำรุงรักษารถ ตลอดจนการใช้งาน โดยที่ ซิงเกอร์ จะได้รับสิทธิพิเศษรับประกันการซ่อมแซมเป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กม.


โดยการร่วมมือกันครั้งนี้ ฟอร์ด เชื่อมั่นว่า คุณภาพ ความสะดวกสบายที่ ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพนแคบ จะมอบให้แก่ลูกค้า ตลอดจนการบริการหลังการขายจะให้ความคุ้มค่าสูงสุด


ยงยุทธ์ บุญเปกข์ตระกูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อว่า ความต้องการซื้อสินค้ามีมากขึ้น ตลาดในปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ทำให้บริษัทต้องเร่งเข้าถึงลูกค้าให้ได้เร็วขึ้น สำหรับการลงทุนครั้งนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ จะให้ความสะดวกสูงสุดสำหรับทีมขาย ทั้งในการเข้า/ออกจากรถ และการขนสินค้า


บริษัท เป็นบริษัทเช่า-ซื้อสินค้า รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ปัจจุบันมีสาขา 250 แห่ง และมีตัวแทนขายกว่า 7,000 คนทั่วประเทศ โดยตัวแทนขายจะเป็นผู้นำสินค้าไปส่ง หรือเดินทางเข้าไปรับสินค้าจากลูกค้า หรือเข้าไปให้บริการแก่ลูกค้าที่บ้านด้วยตนเอง


เลกซัส

เปิดโชว์รูม สุขุมวิท

วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า โชว์รูม เลกซัส แห่งใหม่ ของบริษัท เลกซัส สุขุมวิท จำกัด เปิดดำเนินการภายใต้การร่วมทุนของ MITSUI & CO,CO., LTD (JAPAN) และ MITSIAM MOTOR CO., LTD.


โดยโชว์รูมแห่งนี้ออกแบบและตกแต่งภายใต้แนวคิด "ASIA CONTEMPORARY WITH MINIMALISM STYLE" ซึ่งเป็นการผสมผสานการออกแบบเป็นเอเชียร่วมสมัย กับแนวคิด MINIMALISM พร้อมการตกแต่งภายในที่ให้บรรยากาศ และความรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับอยู่ที่บ้าน โดยเน้นความหรูหราแบบ "CONTEMPORARY LUXURY"


เลกซัส มีแนวทางการทำตลาดที่เน้นสร้างความแตกต่างในการให้บริการด้านการขาย และการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยในปีที่ผ่านมามีการเติบโตสูงขึ้น 274 % เมื่อเทียบกับปี 2546 และมียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 538 คัน ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ทั้งสิ้น 1,000 คัน


มาซดา

ตั้งเป้าปี '48 โต 20 %

ฟูมิโอะ โทเนะ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการเน้นเรื่องการบริการและการเปิดตัวสินค้าใหม่ ทำให้บริษัทประสบผลสำเร็จอย่างมาก โดยในปี 2547 มีส่วนแบ่งการตลาด 2.3 % โดยมียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 14,130 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 36 % เมื่อเทียบกับปี 2546 มียอดขายแบ่งเป็น ไฟเตอร์ 11,625 คัน/ปรอเฒเฌ/3 1,491 คัน/ทรีบิวท์ 963 คัน/เอมพีวี/อาร์เอกซ์-5 และ อาร์เอกซ์-8 รวม 51 คัน ซึ่งในปี 2548 นี้ บริษัทตั้งเป้าจำหน่าย มาซดา ไว้ที่ประมาณ 17,000 คัน โดยจะเพิ่มจากปีที่แล้วประมาณ 20 %


สำหรับปีนี้บริษัทได้เปิดแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปี "อะริกาโตะ" หรือ "ขอบคุณ...ที่ไว้วางใจ" ด้วยการนำภาพลักษณ์ศูนย์บริการที่เป็นเลิศ เน้นให้ลูกค้าเห็นถึงศักยภาพในด้านบริการหลังการขายของ มาซดา ประกอบไปด้วยเงื่อนไขพิเศษ ทั้งสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อรถใหม่ และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์บริการ พร้อมดึงตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศทั้ง 77 แห่ง ร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อเป็นตัวแทนบอกเล่าความตั้งใจในการให้บริการของ มาซดา อย่างแท้จริง

นอกจากการโฆษณาทางสื่อต่างๆ แล้ว มาซดา ยังจะมีการสนับสนุนให้ดีเลอร์ออกไปพบลูกค้าและจัดกิจกรรมต่างๆ ในเขตจังหวัดของตน เพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่าย อีกทั้งเป็นการหาเสียงและเพิ่มการรับรู้ภาพลักษณ์อันดีของ มาซดา อีกด้วย


มิตซูบิชิ

เผยนโยบายปี '48

ฮิซาโยชิ คุมาอิ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นโยบายด้านการตลาดของบริษัทในปีนี้ ตั้งเป้ายอดขายสำหรับรถ มิตซูบิชิ รวมทั้งสิ้น 45,000 คัน คิดเป็น 6-7 % แบ่งเป็น ยอดขายรถยนต์นั่ง 5,000 คัน รถอเนกประสงค์ 4,000 คัน และรถพิคอัพ 36,000 คัน โดยคาดว่า ตลาดรวมจะอยู่ที่ประมาณ 650,000-680,000 คัน


สำหรับกลยุทธ์ที่จะทำให้นโยบายของบริษัทเป็นไปตามเป้าหมาย บริษัทเปิดตัวรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ทั้งในรุ่นพิเศษที่มีการปรับปรุงใหม่ ทั้งการดีไซจ์นและสมรรถนะการขับขี่ รถพิคอัพ มิตซูบิชิ สตราดา ใหม่ นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาตลาดสำหรับการนำรถยนต์ มิตซูบิชิ เอโวลูชัน 9 มาทำตลาดเพิ่มขึ้น


ส่วนในเรื่องของโชว์รูม และศูนย์บริการ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขาย การบริการหลังการขาย บริษัทจะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่ตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ทั้งสิ้น 92 ราย กับโชว์รูมและศูนย์บริการ 152 แห่งทั่วประเทศ ให้มีศักยภาพในด้านการสร้างความพึงพอใจสูงสุดด้วยนโยบาย 3S คือ SALES/ SERVICE และ SPARE PARTS


ขั้นตอนแรกคือ การเพิ่มจำนวนพนักงานขาย รวมถึงเร่งจัดอบรมความรู้สำหรับพนักงานขายและช่างเทคนิค ในส่วนของงานอะไหล่ บริษัทเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดส่งโดยกำหนดมาตรฐานการจัดส่งเร่งด่วนภายใน 24 ชม. รวมถึงการจัดส่งอะไหล่มาตรฐานภายใน 3 วัน อีกทั้งกำหนดนโยบายปรับโครงสร้างราคาอะไหล่รถ มิตซูบิชิ โดยเฉพาะอะไหล่และอุปกรณ์ที่มีการเปลี่ยนบ่อย


ส่วนตลาดส่งออกคาดว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์และชิ้นส่วนไว้กว่า 100,000 คัน ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการผลิต เพื่อรองรับกับนโยบายของภาครัฐที่กำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ


เกีย

มั่นใจปี '48 ยอดขายโต 40 %

บุญฤทธิ์ ผ่องเมฆินทร์ กรรมการบริหาร บริษัท ยนตรกิจเกียมอเตอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและผู้ผลิตรถยนต์ เกีย ในประเทศไทย เปิดเผยว่า นโยบายด้านการตลาดสำหรับปี 2548 ว่า บริษัทได้ตั้งเป้าจำหน่ายสำหรับรถ เกีย รวมทั้งสิ้น 5,800 คัน ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 40 %


โดยแบ่งยอดจำหน่ายออกเป็นรุ่น เค 2700 จำนวน 3,600 คัน ปเรโจ จำนวน 1,200 คัน รุ่น คาร์นิวัล จำนวน 800 คัน และที่เหลือประมาณ 200 คันเป็นรุ่น คาเรนส์ และรุ่น โซเรนโต


อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลมีความชัดเจนเรื่องการสนับสนุนโครงการ อีโค คาร์ ด้านอัตราภาษีสรรพสามิต บริษัทคาดว่าจะนำรถ เกีย ปิกันโต เข้ามาจำหน่ายโดยคาดว่าจะมีราคาประมาณ 4 แสนบาท ซึ่งจะส่งผลให้มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1,000 คัน


สำหรับรถใหม่ในปีนี้บริษัทยังไม่มีนโยบายที่จะแนะนำออกสู่ตลาด แต่อยู่ระหว่างเร่งศึกษารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่บริษัทแม่เปิดตัวออกสู่ตลาดโลก ว่ารุ่นใดเหมาะสมกับตลาดเมืองไทย โดยขณะนี้บริษัทให้ความสำคัญกับงานด้านบริการก่อน และหลังการขายเป็นหลัก เพื่อสร้างความประทับใจ และความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า เกีย


พร้อมกันนี้บริษัทยังได้เร่งสร้างความแข็งแกร่งของโชว์รูมและศูนย์บริการ โดยจะมีการพิจารณาแต่งตั้งโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรี ทำให้ปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่ายรวม 40 แห่งทั่วประเทศ


ปัจจุบัน รถ เกีย เค 2700 นับว่าเป็นรถยนต์ที่สร้างยอดจำหน่ายให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก เนื่องจากรถรุ่นดังกล่าวสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี ในปีนี้บริษัทจะเร่งขยายตัวออกสู่ต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น ด้วยการจัดโรดโชว์ในจังหวัดต่างๆ


นอกจากนี้บริษัทยังมีนโยบายที่จะตกแต่งรถ เค 2700 รองรับงานด้านการค้าขายหรือการบริการด้านการขนส่งต่างๆ เช่น รถสำหรับขายดอกไม้ ก๋วยเตี๋ยว แซนด์วิช หรือปรับเป็นรถเครื่องเสียง หรือเป็นเวทีสำหรับการแสดง ซึ่งนับว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจและเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีปริมาณมาก


เมร์เซเดส-เบนซ์

เผยนโนบายปี '48

คาร์ล ไฮนซ์ เฮกค์เฮาเซน ประธานบริหาร บริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยนโยบายการตลาดในปี 2548 ว่า บริษัทได้ตั้งเป้าจำหน่ายรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ ไว้ทั้งสิ้น 5,500 คัน พร้อมทั้งจะมีการแนะนำรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็น เอ-คลาสส์/ซีแอลเอส-คลาสส์ สุดยอดยนตรกรรมที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทันสมัย และรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย


นอกจากนี้ยังมี เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสส์ รุ่น ซี 220 ซีดีไอ ที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และ เอสแอลเค 55 เอเอมจี มาเสริมทัพเพิ่มขึ้นอีกด้วย


พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้เตรียมฉลอง 100 ปี สำหรับการเข้ามาของรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทยด้วยการจัดนิทรรศการ "THE SHINING SILVER STAR, AN EXHIBITION BY MERCEDES-BENZ CLASSIC" จากพิพิธภัณฑ์ เมร์เซเดส-เบนซ์ จำนวน 6 คัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการฉลองการที่รถยนต์ เมร์เซเดส-เบนซ์ ได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยมาครบ 100 ปี


และเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมการสื่อสารที่จะเกิดขึ้น บริษัทได้เปลี่ยนแผนก PUBLIC RELATIONS เป็น COMMUNICATIONS DEPARTMENT หรือ ฝ่ายสื่อสารองค์กร


โดยฝ่ายสื่อสารองค์กรจะมีความรับผิดชอบที่กว้างขวางขึ้น เช่น การดูแลข่าวสารของการฉลอง 100 ปี เมร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย "MERCEDES-BENZ CLASSIC CAR CLUB THAILAND" ที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจาก ไดม์เลร์ ไครสเลอร์ ประเทศเยอรมนี โดยชมรมนี้จะร่วมกับฝ่ายสื่อสารองค์กรในการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม


นอกจากนี้ฝ่ายสื่อสารองค์กร ยังรับผิดชอบในการจัดทำเวบไซท์ เพื่อประชาสัมพันธ์ความเคลื่อนไหวกิจกรรมของภายในองค์กร ตลอดจนสาธารณชนรับทราบ นอกเหนือจากที่รับผิดชอบการทำวารสาร เมร์เซเดส-เบนซ์


คาร์ล ไฮนซ์ เฮกค์เฮาเซน กล่าวต่ออีกว่า ในปี 2547 บริษัทสามารถครองส่วนแบ่งอันดับ 1 อีกครั้งติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้น 5,204 คัน คือ มีส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดรถหรู 47 % จากตลาดรวม 11,166 คัน
------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : -
นิตยสาร formula ฉบับเดือน เมษายน ปี 2548
คอลัมน์ ธุรกิจ
อัพเดทล่าสุด
7 Apr 2021

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
6.6-10.1 ล้าน
2.
2.2-2.7 ล้าน
3.
2.6-4.7 ล้าน
4.
2.2 ล้าน
5.
21.5 ล้าน
6.
2.5 ล้าน
7.
0.7-1.0 ล้าน
8.
6.3-9.4 ล้าน
9.
4.6-6.0 ล้าน
10.
0.7-1.2 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ