ทดสอบ
ไม่ถึงกับแปลกใหม่ แต่ใส่ความลงตัว
ฮอนดา ซีวิค 1.8 ไอ-วีเทค อี เนวี เบนซิน 1.8 ลิตร 4 สูบ 141 แรงม้า ราคา 964,000 บาท
คู่แข่ง
เชฟโรเลต์ ครูซ 1.8 แอลทีเซด เบนซิน 1.8 ลิตร 4 สูบ 122 แรงม้า ราคา 984,000 บาท
โตโยตา โคโรลลา อัลทิส 1.8 จี เบนซิน 1.8 ลิตร 4 สูบ 140 แรงม้า ราคา 919,000 บาท
นิสสัน ซิลฟี 1.8 วี เนวี เบนซิน 1.8 ลิตร 4 สูบ 131 แรงม้า ราคา 931,000 บาท
มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอกซ์ 1.8 จีแอลเอส ลิมิเทด เบนซิน 1.8 ลิตร 4 สูบ 139 แรงม้า ราคา 899,000บาท
จุดเด่น
- ภายในล้ำสมัย หลากหลายการใช้งาน
- สมรรถนะดี เน้นความประหยัดด้วยโหมด ECON และรองรับ อี 85
- ช่วงล่างลงตัวระหว่างความนุ่มสบาย และหนึบมั่นคง
จุดด้อย
- ภายนอกไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้เท่าใดนัก
- คอนโซลหน้าออกแบบไม่กลมกลืน
- ระบบเบรคที่ควรทำได้ดีกว่านี้
ฟันธง
- ซีดานสมรรถนะดี รักษาสิ่งเดิมๆ เสริมสิ่งใหม่ๆ เพื่อความลงตัว
ตลาดรถซีดานระดับ ซี-เซกเมนท์ มีการแข่งขันที่ดุเดือดมาแต่ไหนแต่ไร หนึ่งในเจ้าตลาดของรถระดับนี้ คือ ฮอนดา ซีวิค (HONDA CIVIC) ทำตลาดในประเทศไทยมานานหลายสิบปี จนกระทั่งรุ่นล่าสุด ภายใต้สภาวะตลาดที่มีคู่แข่งมากมายในขณะนี้ ครั้งนี้เรามาทดสอบกันว่า ซีดานยอดนิยมรุ่นนี้ จะยังมีทีเด็ดมากน้อยแค่ไหน เพื่อรักษาตำแหน่งแนวหน้าของรถพิกัด 1.8 ลิตร
ภายนอก 4 ดาว
มาแนวเดิม เพิ่มสันเหลี่ยม
ย้อนอดีตไปยัง ซีวิค ตัวถังรหัส EM (หรือที่เราคุ้นเคยกับชื่อ ซีวิค ไดเมนชัน ทำตลาดช่วงปี 2544-2548) และเปลี่ยนรุ่นมาเป็นรหัส FD (ทำตลาดปี 2549-2554) ซึ่งสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก กับขนาดตัวถังที่ใหญ่โตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงรูปทรงลิ่ม ปราดเปรียว เรียกได้ว่าเป็นการ ปฏิวัติ รูปทรงอย่างได้ผล
มาถึงรุ่นปัจจุบันรหัสตัวถัง FB แนวทางการออกแบบอิงเส้นสายจากรุ่นก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก แทบจะเป็นการ วิวัฒน์ เสียมากกว่า รูปทรงที่เห็นจึงไม่ต่างจากเดิมมากนักเมื่อแรกเห็น แต่เมื่อสังเกตสักระยะจะเห็นว่าเส้นสายดูเรียบง่ายขึ้น มีการออกแบบสันเหลี่ยมทึ่มีความต่อเนื่อง และสัมพันธ์กันมากขึ้น ดูคมเข้ม โดยเฉพาะตัวถังด้านหลังกับไฟท้ายทรง 3 เหลี่ยมแบบใหม่ แม้โดยรวมจะดูลงตัว อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่คาดหวังความแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากรุ่นเดิม อาจรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เมื่อวัดจากตัวเลขมิติตัวถัง ซีวิค รุ่นล่าสุดกลับมีขนาดที่เล็กลงเล็กน้อย จะเห็นได้จากความยาว 4,525 มม. และฐานล้อที่ 2,670 มม. เทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้กับมิติ 4,540 มม. และ 2,700 มม. ตามลำดับ ส่วนล้อแมกยังใช้ขนาดเท่าเดิม ในรุ่น อี มีขนาด 16 นิ้ว ยาง 205/55 R16
ภายใน 4 ดาว
ใส่ความล้ำสมัย ปรับแต่งได้ดังใจ
แผงหน้าปัดออกแบบอย่างล้ำสมัย ทำมุมเอียงเข้าหาผู้ขับเล็กน้อย ราวกับเป็นรถสปอร์ทพันธุ์แท้ มาตรวัดรอบเครื่องยนต์เป็นแบบแอนาลอก และมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทอล ติดตั้งเหนือพวงมาลัย ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดวางเหมือนรุ่นก่อนหน้า แต่รุ่นล่าสุดมีการเพิ่มจอแสดงผลอเนกประสงค์ (I-MID) บิรเวณด้านข้างมาตรวัดความเร็ว การติดตั้งในระดับสูงระดับสายตา ทำให้ผู้ขับไม่ต้องชำเลืองสายตาลงมาต่ำขณะขับขี่ แถมเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของทุกรุ่นด้วย แต่คอนโซลหน้าบริเวณจอดีวีดี เนวิเกเตอร์ ออกแบบไม่กลมกลืนเท่าใดนัก
จอแสดงผล I-MID สามารถปรับแต่งการทำงานผ่านปุ่มควบคุมมัลทิฟังค์ชันบนพวงมาลัย ไม่ว่าเป็นหน้าจอแสดงผลระบบความบันเทิง อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแบบเรียลไทม์ ตลอดจนการตั้งเวลาของระบบแจ้งเตือนต่างๆ หากใครที่เบื่อหน้าจอเรียบๆ ก็สามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลัง (WALLPAPER) ได้ตามใจชอบอีกต่างหาก แม้ช่วงแรกอาจต้องใช้ความคุ้นเคยกับระบบบ้าง แต่ถือว่าสร้างสีสันและความหลากหลายให้กับการใช้งานได้ไม่น้อย
เมื่อเหลือบมองไปทางขวาของพวงมาลัย จะเห็นปุ่ม ECON สำหรับเปิดโหมดการทำงานแบบประหยัดเชื้อเพลิง โดยปรับแต่งการทำงานของเครื่องยนต์เพื่อลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง รวมไปถึงการหมุนเวียนของอากาศภายในรถ ให้คอมเพรสเซอร์ทำงานตามความเหมาะสม นอกจากนี้บริเวณด้านข้างตัวเลขความเร็วมีแถบสีสะท้อนระดับการประหยัดเชื้อเพลิง (ECO COACHING) หากเป็นสีน้ำเงินแสดงว่าอยู่ในสภาวะปกติ และจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อการขับขี่อยู่ในสภาวะประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด นับเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้ขับรับรู้การประหยัดเชื้อเพลิงอย่างเป็นรูปธรรม
เครื่องยนต์ 4 ดาว
สมรรถนะดี และประหยัด จัด อี 85 อีกแรง
ดูจากสเปคเครื่องยนต์แล้ว เราพบว่า ซีวิค รุ่นล่าสุดใช้เครื่องยนต์บลอคเดิมล้วนๆ กับพิกัด 1.8 ลิตร กำลัง 141 แรงม้า ที่ 6,500 รตน. (เพิ่มจากรุ่นเดิมแค่ 1 แรงม้า แต่มาที่ 6,300 รตน.) แรงบิดสูงสุด 17.7 กก.-ม. ที่ 4,300 รตน. (เท่ากับรุ่นก่อนหน้าทุกประการ) นอกจากนี้อัตราทดเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ก็ไม่ต่างจาก ซีวิค FD แต่อย่างใด สิ่งเปลี่ยนแปลงหลักๆ ในส่วนของเครื่องยนต์ คือ การรองรับน้ำมันแกสโซฮอล อี 85
เริ่มแรกมาเปรียบเทียบสมรรถนะกับคู่แข่งระดับเดียวกัน โดยเติมน้ำมันแกสโซฮอล ออคเทน 95 อี 10 ส่วนผลของ อี 85 จะนำเสนอให้ลำดับถัดไป กับอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ฮอนดา ซีวิค 11.2 วินาที มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอกซ์ 1.8 (139 แรงม้า) 12.8 วินาที และคู่แข่งระดับเดียวกัน แต่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลอย่าง เชฟโรเลต์ ครูซ 2.0 วีซีดีไอ (150 แรงม้า) ทำได้ 10.3 วินาที
วัดกันยาวๆ ในส่วน 0-1,000 ม. ซีวิค ทำได้ 32.5 วินาที (ที่ความเร็ว 167.3 กม./ชม.) แลนเซอร์ อีเอกซ์ 33.9 วินาที (ที่ความเร็ว 162.4 วินาที) และ ครูซ 31.6 วินาที (ที่ความเร็ว 167.2 กม./ชม.) และอัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 80-120 กม./ชม. ซีวิค ทำได้ที่ 7.7 วินาที แลนเซอร์ อีเอกซ์ 8.4 วินาที และ ครูซ 7.6 วินาที
จากอัตราเร่งในส่วนต่างๆ ถือว่า ซีวิค ยังคงเป็นรถที่โดดเด่นด้านสมรรถนะเช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้านี้ เมื่อเทียบกับคู่แข่งเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร และต่อให้วัดกับเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 2.0 ลิตร อัตราเร่งอาจมีช้ากว่ากันเล็กน้อยในช่วงตีนต้น แต่ช่วงความเร็วตีนปลาย เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ของ ซีวิค ก็ทำอัตราเร่งไล่จี้ขึ้นมาติดๆ ได้เหมือนกัน
คุณสมบัติใหม่ คือ การรับน้ำมันแกสโซฮอล อี 85 งานนี้เราไม่ปล่อยให้เสียเปล่า หลังจากขับจนน้ำมัน (เกือบ) หมดถัง เติมน้ำมันแกสโซฮอล อี 85 เข้าไปใหม่จนเต็ม เพื่อพิสูจน์ว่าน้ำมันชนิดนี้จะมีผลต่ออัตราเร่ง และการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงหรือไม่
อัตราเร่งควอร์เตอร์ไมล์ 0-400 ม. อี 85 ใช้เวลา 18.1 วินาที (ที่ความเร็ว 127.7 กม./ชม.) แกสโซฮอล 95 อี 10 ทำได้ 18.1 วินาที เท่ากันพอดี (ที่ความเร็ว 128.5 กม./ชม.) ต่อมา คือ 0-100 กม./ชม. อี 85 คือ 11.3 วินาที และแกสโซฮอล 95 อี 10 11.2 วินาที ยังคงเป็นอัตราเร่งที่ใกล้เคียงกันมาก แทบไม่มีความแตกต่างในส่วนนี้ ขณะที่อัตราเร่งยืดหยุ่น 60-100 กม./ชม. อี 85 ทำได้ 6.2 วินาที และแกสโซฮอล 95 อี 10 ก็ยังเท่ากันอีกที่ 6.2 วินาที
หัวข้อถัดมา คือ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ความเร็ว 80, 100 และ 120 กม./ชม. น้ำมันแกสโซฮอล อี 85 ทำได้ที่ 17.2, 14.4 และ 11.8 กม./ลิตร ตามลำดับ ทางด้านแกสโซฮอล 95 อี 10 มีตัวเลข 19.6, 17.9 และ 13.0 กม./ลิตร จากตัวเลขแสดงให้เห็นว่า แกสโซฮอล อี 85 มีการสิ้นเปลืองมากกว่าประมาณ 10 % แต่พิจารณาจากราคาแล้ว แกสโซฮอล อี 85 อยู่ที่ 21.98 บาท/ลิตร และแกสโซฮอล 95 อี 10 ราคา 37.63 บาท/ลิตร (เมื่อวันที่ 3 กย. 2555) นับเป็นส่วนต่างด้านราคากว่า 40 % ดังนี้แล้วน้ำมันแกสโซฮอล อี 85 ถือว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของน้ำมันเชื้อเพลิงได้พอสมควร อย่างน้อยเป็นอีกทางเลือกของผู้ขับ แม้จำนวนปั๊มน้ำมันสำหรับเชื้อเพลิงประเภทนี้จะยังไม่แพร่หลายเท่าใดนัก ส่วนเรื่องอัตราเร่งแทบไม่แตกต่างกัน ยังฉับไวอย่างสูสีสำหรับเชื้อเพลิงทั้ง 2 ประเภทนี้
ระบบรองรับ 4 ดาว
นุ่มหนึบ เบามือ แต่ยังมั่นคง
แม้จะใช้เครื่องยนต์ชุดเดิม แต่ระบบรองรับของ ซีวิค รุ่นล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยด้านหน้ายังคงเป็นแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท ขณะที่ด้านหลังเปลี่ยนไปใช้แบบอิสระ มัลทิลิงค์ (รุ่นก่อนหน้านี้เป็นแบบอิสระ ปีกนกคู่) จากความรู้สึกที่เราสัมผัส ช่วงล่างของรถรุ่นนี้มีความนุ่มนวลมากกว่าเดิม แต่ยังคงมีบุคลิกของยี่ห้อ ฮอนดา ยังคงมีความหนึบที่พอเหมาะ ให้ทั้งความมั่นคง และความสะดวกสบายขณะขับขี่เป็นอย่างดี ส่วนพวงมาลัยเบาแรง แต่ยังคงตอบสนองทันใจ
ด้านประสิทธิภาพระบบเบรคที่ความเร็ว 60 และ 80 กม./ชม. ซีวิค ใช้ระยะเบรค 16.0 และ 28.2 ม. ขณะที่ แลนเซอร์ อีเอกซ์ อยู่ที่ 15.9 และ 28.9 ม. สุดท้าย คือ ครูซ 14.7 และ 27.1 ม. ตามลำดับ ประสิทธิภาพระบบเบรคของซีดานจาก ฮอนดา ค่อนข้างน่าพอใจ แต่ไม่ถึงโดดเด่นมากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่งด้วยกัน แต่หากมองในแง่ความสดใหม่ของตัวรถที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ประสิทธิภาพควรจะทำได้ดีกว่านี้
ขณะที่ระบบความปลอดภัยที่ให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรุ่น 1.8 คือ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า และเบรคเอบีเอส ส่วนของล้ำสมัยหน่อยอย่าง ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และระบบควบคุมการทรงตัว (VSA) ไปอยู่ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรทั้งหมดซะงั้น
สรุป
สิ่งเดิมที่น่าสนใจ กับสิ่งใหม่ที่ดีกว่า
จากการทดสอบ เรารู้สึกว่า ฮอนดา ซีวิค รุ่นล่าสุด เป็นการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้านี้ โดยคงไว้ซึ่งสิ่งเดิมๆ ที่ทางผู้ผลิตเห็นว่าทำได้ดีพออยู่แล้ว เช่น รูปทรงภายนอกที่ปราดเปรียว และการตกแต่งภายในที่ล้ำสมัย ตลอดจนสมรรถนะโดยรวมของเครื่องยนต์บลอคเดิมที่น่าพอใจ ใครที่พอใจคุณลักษณะดังกล่าวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่สำหรับคนที่ คาดหวัง การเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ อาจรู้สึกแตกต่างออกไป
ภายใต้บางสิ่งที่ ซีวิค รุ่นนี้คงเอาไว้ ยังมีการเพิ่มเติมในส่วนของความสะดวกสบายต่างๆ เช่น หน้าจอแบบ I-MID ที่ปรับแต่งได้ตามใจชอบ โหมด ECON ที่เอื้อต่อการขับขี่แบบประหยัดเชื้อเพลิง รวมไปถึงการรองรับน้ำมันแกสโซฮอล อี 85 ซึ่งมีผลดีด้านการประหยัดค่าเชื้อเพลิงโดยไม่ต้องมีตัวเลือกเครื่องยนต์ขนาดเล็กกว่า ดังเช่นที่คู่แข่งรายอื่นทำกัน รวมถึงการขับขี่ที่นุ่มนวลมากขึ้น ขับสบายกว่าเดิม ถือเป็นจุดที่น่าสนใจ
สุดท้ายแล้วซีดานรุ่นนี้เหมือนบุคคลที่เติบโตขึ้น มีความสุขุมมากขึ้น ประนีประนอมต่อผู้คนรอบข้าง มีทั้งความหลากหลาย ได้แก่ ความกระฉับกระเฉง และความน่าเชื่อถือผสมผสานเข้าด้วยกัน ก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าต้องการอะไร ระหว่างคนใหม่ที่ไม่คุ้นเคย กับคนเดิมที่ดีกว่าเก่า
ข้อมูลจำเพาะ
ฮอนดา ซีวิค 1.8 ไอ-วีเทค อี เนวี
ผู้แทนจำหน่าย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
โทร. 0-2790-9000
มิติ และน้ำหนัก
ยาว/กว้าง/สูง (มม.) 4,525/1,755/1,434
ช่วงล้อ หน้า/หลัง (มม.) 1,495/1,522
ฐานล้อ (มม.) 2,670
น้ำหนัก (กก.) 1,255
ความจุถังเชื้อเพลิง (ลิตร) 57
เครื่องยนต์
แบบ 4 สูบ SOHC I-VTEV 16 วาล์ว
ความจุ (ซีซี) 1,798
กระบอกสูบ/ช่วงชัก (มม.) 81.0/87.3
อัตราส่วนกำลังอัด 10.6:1
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รตน.) 141/6,500
แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รตน.) 17.7/4,300
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเลคทรอนิค
ระบบถ่ายทอดกำลัง
เกียร์ (จังหวะ) อัตโนมัติ 5
ขับเคลื่อน (ล้อ) 2 หน้า
ระบบรองรับ
หน้า อิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง
หลัง อิสระ มัลทิลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง
ระบบบังคับเลี้ยว
แบบ ฟันเฟือง และตัวหนอน พร้อมเพาเวอร์
ระบบห้ามล้อ
แบบ เอบีเอส อีบีดี
หน้า จาน พร้อมช่องระบายความร้อน
หลัง จาน
ราคา (บาท) 964,000
อัตราเร่ง (วินาที)
อี 85 || อี 10 (95)
0-60 กม./ชม. 5.3 || 5.2
0-80 กม./ชม. 8.1 || 8.0
0-100 กม./ชม. 11.3 || 11.2
0-120 กม./ชม. 15.9 || 15.6
0-400 ม. 18.1 (127.7) || 18.1 (128.5)
0-1,000 ม. 32.6 (167.2) || 32.5 (167.3)
อัตราเร่งยืดหยุ่น (วินาที)
60-100 กม./ชม. 6.2 || 6.2
80-120 กม./ชม. 7.9 || 7.7
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงความเร็วคงที่ (กม./ชม.) กม./ลิตร (ลิตร/100 กม.)
60 20.3 (5.0) || 22.7 (4.4)
80 17.2 (5.9) || 19.6 (5.1)
100 14.4 (7.0) || 17.9 (5.6)
120 11.8 (8.5) || 13.0 (7.7)
ห้ามล้อเมื่อหยุดรถกะทันหันจากความเร็ว (ม./ค่าจี)
60-0 กม./ชม 14.7 (0.96)
80-0 กม./ชม. 27.1 (0.93)
100-0 กม./ชม. 39.9 (0.98)
ระดับเสียงรบกวนในห้องโดยสาร (เดซิเบล A)
ที่ความเร็ว 0 กม./ชม. (จอดนิ่ง)
ที่ความเร็ว 60 กม./ชม.
ที่ความเร็ว 80 กม./ชม.
ที่ความเร็ว 100 กม./ชม.
ที่ความเร็ว 120 กม./ชม.
ความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดความเร็ว (กม./ชม.)
ที่ความเร็ว 60 กม./ชม.
ที่ความเร็ว 80 กม./ชม.
ที่ความเร็ว 100 กม./ชม.
ที่ความเร็ว 120 กม./ชม.
ที่ความเร็ว 140 กม./ชม.
หมายเหตุ : รถใหม่
ABOUT THE AUTHOR
ภ
ภูเขม หน่อสวรรค์ poukhem@autoinfo.co.th
นิตยสาร Formula ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2555
คอลัมน์ Online : ทดสอบ


