หนาว ร้อน ฝน ฤดูไหนๆ เมืองไทยก็น่ากอด


ในวาระครบรอบ 20 ปี ของนิตยสาร 4 WHEELS เราได้รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นตา สามารถจัดทริพเดินทางได้ตลอดทั้งปี หรือเดินหลบลมร้อนไปหาที่พักผ่อนสไตล์ชิลล์ๆ การผจญภัยโหดท่ามกลางสายฝน และสัมผัสไอหนาวสุดแสนโรแมนทิค สถานที่ไหนที่คุณสนใจ พร้อมรูปแบบการเดินทางเป็นอย่างไร...ติดตามได้เลยครับ


ฤดูหนาว

สัมผัสไอหนาว และบรรยากาศโรแมนทิค

ปางอุ๋ง...ดินแดนแห่งเทพนิยาย

ปางอุ๋ง หรือ "โครงการพระราชดำริปางตอง 2" เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ อยู่ในพื้นที่เขตหมู่บ้านรวมไทย ห่างจาก อ. เมือง จ. แม่ฮ่องสอน ประมาณ 44 กม.ปางอุ๋ง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงราย ภาพอันสวยงามของไอหมอกที่ลอยเหนือทะเลสาบ บวกกับอากาศหนาวเย็นในยามเช้า ทำให้ ปางอุ๋ง กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มาแรง แถมยอดฮิท ในอันดับต้นๆ ของ จ. แม่ฮ่องสอน จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวิทเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย" และถูกเปรียบเปรยเสมือนดินแดนในเทพนิยาย มีความโรแมนทิค สวยงามไม่แพ้สถานที่ใด กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ คือ การนั่งแพชมทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรอบ รวมถึงชมดาราแห่งปางอุ๋ง นั่นก็คือ หงส์พระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นหงส์ดำ และหงส์ขาว อย่างละ 1 คู่ และยังมีแปลงไม้ดอกเมืองหนาว เช่น กุหลาบ ฮอร์เทนเชีย พวงแสด เอื้องแซะ และกล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ อีกมากมาย


การเดินทาง

เส้นทาง กรุงเทพ ฯ-เชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน มุ่งหน้าจาก จ. เชียงใหม่ เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 1095 ที่แยกแม่มาลัย ตามเส้นทาง แม่มาลัย-ปาย-ปางมะผ้า-แม่ฮ่องสอน สังเกตทางเข้าบ้านหมอกจำแป่ เลี้ยวขวา ตามเส้นทางจะมีป้ายบอกทางไปหมู่บ้านรวมไทย


ที่พัก

ที่พักของเอกชน ราคาเริ่มต้น 250 บาท/คืน ส่วนบ้านพัก รวมถึงพื้นที่พักแรมแบบแคมพิงในโครงการพระราชดำริ ต้องจองล่วงหน้า โทร. 08-0847-8456 และ 08-7661-8594
พิชิตความสูง 2,285 เมตร ของยอดดอย "ผ้าห่มปก"

ดอย "ฟ้าห่มปก" อ. ฝาง จ. เชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงในเรื่องความสูงของยอดดอย "ผ้าห่มปก" สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,285 ม. เตี้ยกว่าความสูงยอดดอยอินทนนท์ที่สูงที่สุดในประเทศ เพียงไม่กี่เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 25 องศาเซลเซียส กลางวัน 14-19 องศาเซลเซียส แต่ถ้าดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า จะต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส

ถ้าจะขึ้นยอดดอย ต้องไปลงทะเบียน ณ ที่ทำการอุทยาน ฯ (ด้านล่าง) ก่อนเวลา 15.30 น. บนยอดดอยจะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไว้ไม่เกิน 1,000 คน/วัน จุดสิ้นสุดการเดินทางด้วยรถยนต์ อยู่ที่ดอยกิ่วลม ซึ่งมีลักษณะเป็นลานกว้างสำหรับแคมพิง หากจะขึ้นยอดดอย ต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ 2 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ถ้าอดทนกับอากาศที่หนาวยะเยือกไม่ไหว ด้านล่างบริเวณที่ทำการของอุทยาน ฯ มีที่พัก และกิจกรรมมากมายไว้คอยบริการ อาทิ ห้องแช่และอาบน้ำแร่ธรรมชาติ หรือจะเช่าจักรยานเสือภูเขา หรือไปลงเล่นน้ำที่ "ห้วยแม่ใจ" ซึ่งอยู่ตอนบนของที่ทำการอุทยาน ฯ รวมทั้งมีบริการนวดแผนไทยไว้คลายอาการปวดเมื่อยจากการเดินทาง


การเดินทาง

ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ถึง อ. ฝาง เลี้ยวขวาไปตามถนน รพช. 4054 อีกประมาณ 8 กม. จะถึงบริเวณบ่อน้ำร้อนฝาง ที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก เพื่อลงทะเบียน รวมระยะทางราว 160 กม. ถ้าจะขึ้นยอดดอยให้วกกลับเข้าถนน รพช. 4054 ขับไปต่อจนถึงบ้านห้วยบอน ถนนลูกรังอีก 5 กม. เลี้ยวขวาขึ้นเขาอีกประมาณ 13 กม. ผ่านหน่วยจัดการต้นน้ำดอยผาหลวง ตรงไปอีก 4 กม. จะถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สาว เลี้ยวซ้ายอีก 5 กม. จะถึงดอยกิ่วลม


ที่พัก

จุดกางเทนท์ดอยกิ่วลม คิดค่าบริการ 300 บาท/คืน (รวมค่าเตาปิ้ง ถ่าน และฟืน) แต่ถ้าทนอากาศหนาวเย็นไม่ไหว ให้ลงมาพัก ณ ที่ทำการอุทยาน ฯ บ้านพักราคาตั้งแต่ 500-2,000 บาท ส่วนเทนท์ 150-300 บาท


ชมทะเลหมอกบนยอดดอยผาตั้ง จ. เชียงราย

ดอยผาตั้ง เป็นยอดดอยใน อ. เวียงแก่น จ. เชียงราย มีความสูง 1,635 ม. จากระดับน้ำทะเล บริเวณพื้นที่ติดชายแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้า ประมาณ 25 กม. ระหว่างเดือน พย.-กพ. จะเป็นช่วงเวลาเหมาะสมกับการเดินทาง

ดอยผาตั้ง จะมองเห็นทะเลหมอกยามเช้าถูกปกคลุมหนาแน่นเหนือดินแดนฝั่งลาว ชมดอกซากุระ หรือ พญาเสือโคร่ง ออกดอกสีชมพูระเรื่อบานสะพรั่ง และยังมีช่องเขาที่เป็นรอยต่อของดินแดนไทย-ลาว เรียกกันว่า ประตูผาบ่อง บริเวณลานกางเทนท์ จะมีร้านอาหารจีนยูนาน ตั้งอยู่มากมาย อาหารขึ้นชื่อ คงหนีไม่พ้นขาหมูหมั่นโถ และผักสดๆ ที่หวานกรอบ รอคอยให้นักเดินทางได้แวะไปลิ้มลอง

นักเดินทาง หากต้องการที่จะไปตลาดแม่สาย ซึ่งอยู่ห่างจากดอยผาตั้ง ประมาณ 90 กม. ให้ใช้เส้นทางปางหัด-เวียงแก่น-สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นเส้นทางเลียบลำน้ำโขงผ่าน อ. เชียงของ หรืออาจจะขับต่อไปที่สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง เที่ยวชมดอกกุหลาบพันปีก็ทำได้ เพราะอยู่ห่างจากตลาดแม่สายเพียงไม่ถึง 30 กม.


การเดินทาง

จาก จ. เชียงราย ใช้เส้นทาง เชียงราย-เวียงชัย-พญาเม็งราย-บ้านต้า ระยะทาง 50 กม. จนเข้าทางหลวง 1020 บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ ไปต่ออีก 45 กม. แล้วตัดเข้าถนน เวียงแก่น-ปางหัด เพื่อไปยังดอยผาตั้ง อีก 15 กม. สภาพเส้นทางบางช่วงเขาสูงชัน การขับขี่ควรระมัดระวัง และไม่ประมาท


ที่พัก

โรงแรม และรีสอร์ท มีบริการตั้งแต่ระดับ 2-5 ดาว สนนราคาตั้งแต่ 450-7,000 บาท/คืน แต่ถ้าต้องการนอนแบบแคมพิง ราคาค่าบริการขึ้นอยู่กับสถานที่ เริ่มตั้งแต่ 50-300 บาท/คืน ตามขนาดของเทนท์


เชียงคาน...ดินแดนแห่งอารยธรรมริมฝั่งโขง

เชียงคาน แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของ จ. เลย โด่งดังจากร่องรอยอารยธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณ สามารถเที่ยวชมความสวยงามของธรรรมชาติและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ที่อยู่ริมแม่น้ำโขง จนหลายคนเปรียบ "เชียงคาน" เป็นเสมือน "ปาย" สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังใน จ. แม่ฮ่องสอน

วิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และทัศนียภาพริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักเดินทางได้ลองมาสัมผัส ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเดินทาง คือ ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือน พย.-กพ. หากจะสำรวจเมืองเชียงคานให้ทั่วถึง ต้องใช้จักรยานเป็นพาหนะ เพราะที่นี่ห้ามรถยนต์ส่วนตัวขับโลดแล่นในส่วนของเมืองเก่าโดยเด็ดขาด กิจกรรมยอดนิยม คือ ตักบาตรข้าวเหนียวในยามเช้า หากมีเวลาเหลือ แนะนำให้ไปทำบุญไหว้พระ 9 วัด และแวะชม "แก่งคุด" สถานที่ท่องเที่ยวอันลือชื่อ รวมถึงชมทิวทัศน์ และทะเลหมอกสวยๆ ที่ "ภูทอก" ทริพนี้ควรมีเวลาอย่างต่ำ 3 วัน 2 คืน ถึงจะเที่ยวได้อย่างจุใจ


การเดินทาง

จากกรุงเทพ ฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านตัวเมืองสระบุรี ตรงเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่าน จ. เพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ผ่าน อ. หล่มสัก หล่มเก่า เข้าเขต จ. เลย ที่ อ. ด่านซ้าย อ. ภูเรือ ผ่าน อ. เมือง จ. เลย และขับไปตามป้ายบอกทางอีกประมาณ 30 กม. ก็จะถึง อ. เชียงคาน


ที่พัก

ที่พักแบบโฮมสเตย์ เริ่มตั้งแต่ 350 บาท/คืน ส่วนโรงแรม หรือบังกะโลนั้น เริ่มตั้งแต่ 600-5,000 บาท/คืน ช่วงเทศกาลท่องเที่ยว ต้องจองที่พักล่วงหน้า หรืออาจพอมีที่ว่างให้กางเทนท์นอนข้างทางได้


ฤดูร้อน

หาที่นอนริมน้ำ

ปีนผาที่อ่าวไร่เลย์ จ. กระบี่

อ่าวไร่เลย์ จ. กระบี่ โด่งดังจากสภาพของธรรมชาติที่สมบูรณ์ ภูเขามีหน้าผาสูง ผนวกกับทัศนียภาพของท้องทะเลสีคราม สร้างชื่อเสียงให้เป็นสถานที่ UNSEEN สุดฮิท ในช่วงฤดูร้อนจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางแวะเวียนมาท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย
กีฬาปีนเขา หรือ ROCK CLIMBING ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยที่ชื่นชอบกีฬาประเภท เอกซ์ตรีม ทำให้ชายหาดไร่เลย์กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ. กระบี่ นอกจากนั้นยังสามารถพายเรือแคนู หรือเรือคายัค เพื่อชมทิวทัศน์บริเวณรอบๆ อ่าว การอาบแดด ก็เป็นกิจกรรมที่ชาวต่างชาตินิยมนอนอาบรังสียูวีกันเกลื่อนหาด เห็นแล้วก็สร้างความกระชุ่มกระชวยให้แก่ผู้พบเห็นได้ไม่น้อย หรือจะไปขอพรที่ถ้ำพระนาง สถานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นถ้ำศักดิ์สิทธิ์ มีเรื่องราวและความอาถรรพ์อีกมากมาย สำหรับคู่รักที่เดินทางมาเป็นคู่และอยากมีทายาทไว้สืบสกุล แนะนำว่าให้ลองไปขอพร ณ ถ้ำแห่งนี้ เพราะส่วนใหญ่มักจะได้พรอันศักดิ์สิทธิ์ ดังใจหวังกันทั้งนั้น


การเดินทาง

ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ตัดเข้าทางหลวงชุมพรหมายเลย 41 ผ่าน อ. ไชยา จ. สุราษฎร์ธานี ถึง อ. เวียงศักดิ์ แล้วให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4035 เมื่อถึง อ. อ่าวลึก ต่อที่ทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อเข้าตัวเมืองกระบี่ เลี้ยวซ้ายเข้าอ่าวนาง รวมระยะทาง 814 กม. แล้วจึงนั่งเรือหางยาวข้ามไป เสียค่าโดยสารประมาณ 100 บาท


ที่พัก

ที่พักบนหาดไร่เลย์นั้นมีมากมาย ตั้งแต่ระดับ 3-5 ดาว ราคาเริ่มต้นที่ 600 บาท/คืน

ชมพระอาทิตย์ตกดิน ที่แหลมสิงห์ จ. จันทบุรี
จันทบุรี เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเลอยู่หลายส่วน นอกจากชายหาดเจ้าหลาว ใน อ. ท่าใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อใกล้ๆ กันจะเป็น อ. แหลมสิงห์ ซึ่งมีสถานที่เที่ยวเด็ดๆ มากมาย แต่นักท่องเที่ยวยังไม่พลุกพล่านมากนัก เพราะนักเดินทางหลายๆ คนยังไม่รู้จัก และมักจะเป็นแค่ทางผ่านเสียส่วนใหญ่

อ. แหลมสิงห์ มีชื่อเสียงจากประวัติศาสตร์มาเนิ่นนาน เพราะเป็นปราการสำคัญที่พระเจ้าตากสินมหาราชใช้เป็นที่ตั้งของป้อมปืนใหญ่เพื่อไว้ต่อกรกับพม่ารามัน และเมื่อครั้งที่ฝรั่งเศสยุคล่าอาณานิคม ก็ได้ทิ้งโบราณสถานสำคัญไว้ 2 แห่ง นั่นคือ คุกขี้ไก่ และตึกแดง นอกจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แหลมสิงห์ ยังมีชายหาดอ่าวกระทิง ชายหาดสวยๆ ในเขตวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ ที่ใช้ทอดสายตาชมพระอาทิตย์ตกดินสวยงามไม่แพ้สถานที่อื่นๆ รวมถึงร้านอาหารทะเลสดๆ ไว้คอยบริการ ในราคาย่อมเยา


การเดินทาง

ใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (กรุงเทพ ฯ-ชลบุรี หรือมอเตอร์เวย์) ไปจนถึงเมืองพัทยา จากนั้นแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 36 อีกประมาณ 50 กม. จนถึง อ. เมือง จ. ระยอง เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3 (สุขุมวิท) จนถึง จ. จันทบุรี มุ่งหน้าต่อไปอีก 30 กม. แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3149 ขับต่อไปจนเจอป้ายบอกสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ใน อ. แหลมสิงห์ รวมระยะทางประมาณ 280 กม.


ที่พัก

อ. แหลมสิงห์ มีที่พักทั้งแบบบังกะโล รีสอร์ท และโรงแรม ตั้งแต่ระดับ 2-4 ดาว สนนราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 400-2,000 บาท/คืน ตามทำเลที่ตั้ง สไตล์การตกแต่ง และรูปแบบการให้บริการ

น้ำเอ่อ สวรรค์ของนักตกปลา

"น้ำเอ่อ" หรือหน่วยพิทักษ์พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ป่าไกรเกรียง เป็นพื้นที่ตอนล่างของเขื่อนศรีนครินทร์ก่อนที่จะเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติและรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และอุทัยธานี

"น้ำเอ่อ" ขึ้นชื่อในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและสัตว์ป่า ทั้งยังมีสัตว์น้ำชุกชุม ทำให้นักเดินทางที่ชื่นชอบกีฬาตกปลาแวะเวียนเข้าไปเยือนพื้นที่แห่งนี้เป็นประจำ สำหรับผู้ที่ชอบส่องสัตว์ ต้องอาศัยความชำนาญจากเจ้าหน้าที่ หรือชาวบ้านที่ทำหน้าที่เป็นไกด์คอยแนะนำ และพาเข้าพื้นที่เพื่อรอคอยสัตว์ป่าในช่วงเวลากลางคืน วิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่าย จากการประกอบอาชีพประมง และเกษตรกรรม ก็เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้มาเยือนได้ไม่น้อย


การเดินทาง

ใช้ถนนเส้น 345 ไป จ. สุพรรณบุรี ออกทางเลี่ยงเมือง (ดอนเจดีย์) ถึงสี่แยกเลี้ยวขวา ไป อ. ด่านช้าง ตรงไปอีก 30 กม. เลี้ยวซ้ายไปตามป้าย อ. หนองปรือ อีกประมาณ 30 กม. เลี้ยวขวาป้ายอุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด ขับตามทางอีก 20 กม. เจอทางแยกร่วมให้เลี้ยวซ้าย จะเจอหน่วยพิทักษ์พันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์เขากระชาย จะมีป้ายบอกตลอดทาง เพื่อไปยังหน่วยพิทักษ์พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ป่าไกรเกรียง (น้ำเอ่อ)


ที่พัก

เป็นแพพักแบบโฮมสเตย์ สนนราคาตั้งแต่ 700 บาท/คืน พักได้ไม่เกิน 10 คน จนถึง 2,500 บาท/คืน ในรูปแบบแพพัก 2 ชั้น พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกทุกชนิด และมีเครื่องสูบน้ำในตัว

สังขละบุรี ดินแดน 3 วัฒนธรรม

สังขละบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ จ. กาญจนบุรี และเป็นดินแดนสุดท้ายของไทยที่มีพื้นที่ติดกับประเทศสหภาพพม่า วิถีชีวิต และวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของผู้คนในละแวกนี้ จึงมีการผสมผสานระหว่าง ไทย-พม่า-มอญ-กะเหรี่ยง ซึ่งอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย มี "สะพานมอญ" เป็นเส้นทางเชื่อมความสัมพันธ์

นอกจากนักเดินทางจะเยี่ยมชมวิถีชีวิต และหาซื้อของฝากจำพวกแป้งพม่า ผ้า และเครื่องไม้ ที่สังขละบุรียังมีที่เที่ยวอีกหนึ่งแห่ง นั่นคือ โบสถ์จมน้ำ หรือ วิหารแห่งเมืองใต้บาดาล UNSEEN เลื่องชื่ออันดับต้นๆของประเทศ และยังมี "สามประสพ" ซึ่งเป็นการรวมตัวของสายน้ำทั้ง 3 สาย ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำซองกาเลียที่ไหลไปไกลถึงสหภาพพม่า หรือจะไปทำบุญที่วัดวังก์วิเวการาม ซึ่งเป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ สร้างขึ้น ภายในยังมีเจดีย์พุทธคยาจำลอง ที่จำลองมาจากประเทศอินเดีย ก่อนกลับแวะหาร้านอาหารริมน้ำเพื่อลองชิมรสชาติของปลาเขื่อน ซึ่งประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด


การเดินทาง

ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 340 (บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) ผ่านแยกบางเลน เลี้ยวซ้ายไปทาง อ. กำแพงแสน แล้วตัดเข้าไปทาง อ. พนมทวน ขับต่อไปเรื่อยๆ จนถึงแยกแก่งเสี้ยน แล้วเลี้ยวขวาไปยัง อ. ไทรโยค ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ถึงทางแยกก่อนเข้าตัว อ. ทองผาภูมิ ให้เลี้ยวขวาแล้วขับรถต่อไปอีก 75 กม. ถึง อ. สังขละบุรี


ที่พัก

ที่พักมีหลากหลายรูปแบบ หากอยากพักในโรงแรม และรีสอร์ทหรู สนนราคาขึ้นอยู่กับทำเลและสถานที่ ถ้าต้องการสัมผัสธรรมชาติ แนะนำให้หาแพพักที่มีอยู่กลาดเกลื่อน ราคาเริ่มตั้งแต่ 600-2,500 บาท


ฤดูฝน

ชมดอกไม้บาน และฝ่าเส้นทางโหด

ลุยป่าย่ำโคลน ชมน้ำตกผาสวรรค์ จ. กาญจนบุรี

เข้าสู่ฤดูฝน ฤดูแห่งการเดินทางของผู้ใช้รถโฟร์วีลดไรฟอย่างแท้จริง เพราะเป็นการเดินทางที่เค้นสมรรถนะของเครื่องยนต์และใช้ประสบการณ์ของผู้ขับขี่เป็นหลัก "น้ำตกผาสวรรค์" เป็นน้ำตกที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี

ผู้ที่ชอบการเดินทางผจญภัย และมีพรรคพวกที่ใช้รถโฟร์วีลดไรฟ ต้องลอง ! เส้นทางที่ไปถึงน้ำตกผาสวรรค์ อาจจะเป็นเส้นทางเพื่อเรียนรู้ถึงการใช้รถโฟร์วีลดไรฟ และการใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางป่าเขาอย่างแท้จริง สภาพเส้นทางที่โหดๆ การลุยโคลน และเนินสูงชันยาวๆ จะสามารถเรียกสารอดรีนาลีนในร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่พอทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ ความสวยงามของธรรมชาติที่รอให้นักเดินทางได้มาสัมผัส หากจะเปรียบน้ำตกผาสวรรค์แห่งนี้เป็นสวนสวรรค์ในป่าใหญ่ ก็เห็นว่าจะจริง เพราะหลายๆ คนที่เคยเดินทางไป ณ ที่แห่งนี้ มักจะพูดตรงกันว่า ที่นี่สวยงามดัง "สวรรค์ชั้น 7"


การเดินทาง

อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ ฯ ประมาณ 150 กม. ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 323 มุ่งหน้าสู่ อ. ทองผาภูมิ เลี้ยวขวาเข้าปากทางหมู่บ้านสหกรณ์นิคม บริเวณหลัก กม. ที่ 108 แล้วขับไปอีกประมาณ 15 กม. ตามถนนลาดยาง ก็จะเจอแยกขวามือ เป็นถนนลูกรัง พร้อมป้ายบอกทางเข้าน้ำตกผาสวรรค์ การเดินทางต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และใช้เฉพาะรถโฟร์วีลดไรฟเท่านั้น


ที่พัก

ไม่มีโรงแรม บังกะโล หรือเกสต์เฮาส์ ต้องพักแรมแบบแคมพิงเท่านั้น เตรียมอุปกรณ์ไปให้ครบถ้วน มิฉะนั้นอาจะต้องนอนในรถก็เป็นได้

ภูหินร่องกล้า-ภูทับเบิก จ. เพชรบูรณ์

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยตะเข็บชายแดน 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย พื้นที่ทั้งหมด 191,875 ไร่ อดีตพื้นที่บริเวณนี้ ได้เป็นสมรภูมิรบระหว่างรัฐบาลกับพรรคคอมมิวนิสต์ไทย ร่องรอยสงครามยังหลงเหลือไว้ระลึกถึง และเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานได้ศึกษาเรียนรู้ จวบจนสู่ยุคปัจจุบัน

พื้นที่ของสมรภูมิรบแห่งนี้ สามารถศึกษาเรื่องราวต่างๆ ได้จาก "ทางเดินแห่งโลกที่ 3" ระยะทางประมาณ 4 กม. มีรูปเส้นทางเดินเป็นวงกลม ตลอดระยะทางจะมีเรื่องราวที่ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้มากมาย ทั้งสุสานนักรบ ลานหินปุ่ม ลานหินแตก ร่องรอยของกระสุนปืนที่ลานอเนกประสงค์ สำนักอำนาจรัฐ และโรงเรียนการเมือง ใกล้กันยังมีภูทับเบิก แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ที่อยู่ห่างกันไม่ถึง 10 กม. แต่เนื่องจากสภาพทางที่แคบ และชัน ผู้ขับขี่จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ


การเดินทาง

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน ผ่านสายเอเชีย ถึงนครสวรรค์ แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 117 ถึงพิษณุโลก เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 12 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2013 เข้า อ. นครไทย เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2331 มีป้ายบอกทางตลอดจนถึงอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า


ที่พัก

บ้านพักในอุทยาน ฯ ราคาตั้งแต่ 300 บาท/คืน พักได้ 3 คน จนถึง 1,800 บาท/คืน พักได้ 6 คน หากจะเช่าเทนท์อุทยาน ฯ คิดค่าบริการราคา 100-200 บาท/คืน หากนำเทนท์มาเอง คิดค่าธรรมเนียมเพียง 50 บาท

ล่องแก่งน้ำว้า จ. น่าน

จ. น่าน เป็นพื้นที่ในเขตภาคเหนือ ที่หลายๆ คนมักนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือน พย.-กพ. ของทุกปี แต่ที่จริงแล้ว จ. น่าน มีอะไรมากกว่าที่คิดอีกเยอะ ทั้งการเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติดอยชมพูภูคา และแคมพิงบนดอยเสมอดาว

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่โด่งดัง ณ อุทยานแห่งชาติแม่จริม อ. แม่จริม นั่นคือ การ "ล่องแก่งลำน้ำว้า" ที่มีให้เลือกหลายพโรแกรม ไม่ว่าจะเป็นแบบการเดินทางตลอดลำน้ำด้วยเรือยาง ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ต้องพักค้างแรมกลางป่า มีการตระเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และที่พักไว้ให้อย่างดี หรือจะเลือกล่องแก่งแบบระยะสั้น ระยะเวลาประมาณ 3 ชม. จากหน้าอุทยานแห่งชาติแม่จริม ไปสิ้นสุดการเดินทางที่ปางช้าง หากมีเวลาว่างสัก 2-3 วัน ไม่ควรมองข้ามที่แห่งนี้เป็นอันขาด


การเดินทาง

ใช้ทางหลวงสายเอเชีย เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงสาย 117 จนถึง จ. พิษณุโลก เลือกใช้ทางหลวงสาย 11 ผ่าน จ. อุตรดิตถ์ จ. แพร่ ไปจนถึง จ. น่าน รวมระยะทางเกือบๆ 670 กม. แล้วจึงตัดเข้าทางหลวง 101 เลี้ยวขวาไปทาง อ. แม่จริม เพื่อไปสิ้นสุดการเดินทางที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม ในเขต อ. แม่จริม จ. น่าน


ที่พัก

อุทยานแห่งชาติแม่จริม มีบ้านพักไว้คอยบริการ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 800 บาท/คืน ไปจนถึง 1,800 บาท/คืน มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งน้ำ-ไฟฟ้า-เครื่องทำน้ำอุ่น และอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวสำหรับประกอบอาหาร หรือหากชอบการพักแบบแคมพิง ค่าเช่าพื้นที่ 30 บาท/1 คน
------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐเทพ เผ่าจินดา natthep@autoinfo.co.th
นิตยสาร 4wheels ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2554
คอลัมน์ พิเศษ
อัพเดทล่าสุด
15 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
3.3-7.6 ล้าน
2.
3.2-5.8 ล้าน
3.
6.7-10.8 ล้าน
4.
3.2-5.2 ล้าน
5.
7.1-11.7 ล้าน
6.
1.3-1.7 ล้าน
7.
2.8 ล้าน
8.
0.9-1.1 ล้าน
9.
0.8-1.0 ล้าน
10.
1.2-1.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ