มหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท


ทุกๆ เดือนกันยายนในปีคริสต์ศักราชที่ลงท้ายด้วยเลขคี่ สิ่งที่เรากระทำ และได้กระทำติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ทศวรรษ คือ เดินทางด้วยนกเหล็กของสายการบินไทยไปเยือนนครฟรังค์ฟวร์ทของเยอรมนี เพื่อจะนำเรื่องราวของ INTERNATIONALE AUTOMOBIL-AUSSTELLUNG หรือ "มหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท" มาเล่าสู่กันฟังใน "ฟอร์มูลา" สาระสะใจคนรักรถ


ปีนี้ก็เช่นกัน คณะของเราเดินทางไปเยือนนครฟรังค์ฟวร์ทอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้แล้ว และจุดหมายปลายทางก็เหมือนกับทุกๆ ครั้ง คือ "มหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท" ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 63 ในช่วงเวลา 11 วัน คือ ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 17 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2009 โดยที่ 2 วัน ก่อนหน้านั้นจัดเป็นวันสำหรับสื่อมวลชน ที่เรียกกันในภาษาเยอรมันว่า PRESSETAGE และเรียกกันในภาษาอังกฤษว่า PRESS DAY


"มหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท" งานแสดงรถยนต์รายการสำคัญที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป ซึ่งจัดกันมาตั้งแต่ปี 1897 ยังไม่คลายความยิ่งใหญ่ แต่ความยิ่งใหญ่ดูจะลดน้อยลงไปบ้าง


เมื่อเทียบกับงานครั้งก่อน ซึ่งมีขึ้นเมื่อปี 2007 สาเหตุสำคัญก็เนื่องจากผลกระทบของวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายต้องลดทอนค่าใช้จ่าย โดยถอนตัวจากงาน ที่เห็นได้ชัด คือ ค่ายญี่ปุ่นซึ่งหายหน้าหายตาไปถึง 6 เจ้า คือ ฮอนดา นิสสัน อินฟินิที มิตซูบิชิ ไดฮัทสุ และ อีซูซุ ในขณะที่ค่ายอเมริกัน ขาดหายไปเจ้าเดียว แต่เป็นเจ้าสำคัญ คือ เจเนอรัล มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน ซึ่งขณะนี้เปลี่ยนชื่อเป็น เจเนอรัล มอเตอร์ส คัมพานี ไปแล้ว ส่วนค่ายยุโรปยังมากันพร้อมหน้าพร้อมตา


การขาดไปของบรรดาผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์อีกหลายราย ทำให้ EXHIBITION AREA หรือพื้นที่จัดงานครั้งนี้ หดเหลือเพียง 170,000 ตารางเมตร หรือลดลงถึง 1 ใน 4 จากที่เคยใช้พื้นที่ถึง 225,000 ตารางเมตรในการจัดงานครั้งก่อน ทั้งๆ ที่มีการเปิดอาคารใหม่ขึ้นอีก 1 หลัง คือ อาคารหมายเลข 9


แม้พื้นที่จัดงานลดลง แต่เนื้อหาของงานไม่ได้ด้อยกว่าที่เคยเป็น ผู้ผลิตรถยนต์แทบทุกรายมีงานชิ้นใหม่ๆ ออกแสดงในลักษณะ WORLD PREMIERE หรือ "ครั้งแรกในโลก" ไม่มีเว้นแม้แต่ผู้ผลิตรถยนต์จากเมืองโสมอย่าง เกีย และ ฮันเด และผู้ผลิตรถยนต์จากเมืองยุ่น ซึ่งมีงานใหญ่ในบ้าน คือ มหกรรมยานยนต์โตเกียว รออยู่ในเดือนตุลาคม


จุดที่น่าสังเกต และเป็นไปแล้วในหลายๆ งานก่อนหน้านี้ ก็คือ มหกรรมยานยนต์ในยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นรถแนวคิด หรือรถตลาด ผู้ผลิตรถยนต์ไม่ได้แข่งขันกันที่ความแรงของเครื่องยนต์ ความเร็วของรถ หรือเทคโนโลยียิ่งใหญ่อลังการพิสดารพันลึก อย่างที่เคยเป็นในช่วงทศวรรษก่อน หากเปลี่ยนมาแข่งขันกันในจุดที่ว่า รถคันไหนจะประหยัดเชื้อเพลิงกว่ากัน และรถคันไหนจะปล่อยสารพิษน้อยกว่ากัน ดังนั้น เมื่อเดินท่องไปตามบูธต่างๆ สิ่งที่จะเห็นได้ในแทบทุกบูธ และบนตัวถังของรถหลาย 10 คัน คือ ตัวเลขที่บ่งบอกความประหยัดเชื้อเพลิง และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมา ดังที่นำมาให้ชมเป็นตัวอย่างในภาพประกอบ แน่นอนรถที่มุ่งเน้นสมรรถนะความเร็ว และเทคโนโลยีวิลิศมาหรา ยังคงมีอยู่บ้าง แต่น้อยลงมากเมื่อเทียบกับยุคสมัยก่อน เลือกรถที่น่าสนใจมาให้ชื่นชมรวมกัน 46 คัน พลิกไปอ่านได้เลยครับ


เมร์เซเดส-เบนซ์ คอนเซพท์ บลู ซีโร อี-เซลล์ พลัส

MERCEDES-BENZ CONCEPT BLUE ZERO E-CELL PLUS จุดโฟคัสสายตาในบูธของยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถไฟฟ้าขับล้อหน้าซึ่งสามารถเดินทางได้ไกล 100 กม. ด้วยพลังจากแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ขนาด 17.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมีเครื่องยนต์เทอร์โบ 3 สูบเรียง 1.0 ลิตร 37 แรงม้า ซึ่งช่วยยืดการเดินทางได้อีก 500 กม.


เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ ที-โมเดล

ค่าย "ดาวสามแฉก" ใช้งานนี้เป็นที่อวดตัว MERCEDES-BENZ E-CLASS T-MODEL หรือรถ อี-คลาสส์ ในตัวถัง 5 ประตูตรวจการณ์ ซึ่งมีกำหนดออกจำหน่ายในเมืองเบียร์เดือนพฤศจิกายนนี้
เป็นรถตรวจการณ์ระดับหรู ซึ่งเพียบไปด้วยนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยพบกันมาก่อนในรถระดับนี้ เช่น ระบบตรวจจับการง่วงเหงาหาวนอนของผู้ขับ และระบบห้ามล้อฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ นอกจากนั้น
ยังมีจุดเด่นซึ่งน่าจะเป็นจุดขายสำคัญของรถรุ่นนี้ คือ ห้องเก็บของท้ายรถที่จุถึง 1,950 ลิตร ค่า
ตัวเริ่มต้นที่ระดับ 42,000 ยูโร หรือประมาณ 2.10 ล้านบาท


เมร์เซเดส-เบนซ์ บี-คลาสส์ เอฟ-เซลล์

MERCEDES-BENZ B-CLASS F-CELL รถตลาดที่ยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์กำลังจะนำออกขายในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกาโดยจำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 200 คัน พัฒนาจากรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ บี-คลาสส์ รุ่นสามัญ โดยเปลี่ยนระบบขับเป็นขับด้วยมอเตอร์ขนาด 100 กิโลวัตต์/136 แรงม้า ซึ่งรับพลังไฟฟ้าจาก FUEL CELL ที่ก่อกำเนิดพลังงานจากปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างไฮโดรเจนกับออกซิเจน แถมยังมีแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ขนาดเล็กกะทัดรัดแต่สมรรถนะสูง ขนาด 1.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นตัวเสริมพลังไฟ และประจุไฟขณะเหยียบห้ามล้ออีกต่างหาก สามารถเดินทางได้ไกล 385 กม. ด้วยความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเอส เอเอมจี คอนเซพท์


MERCEDES-BENZ SLS AMG CONCEPT รถแนวคิดซึ่งพัฒนาจากรถตลาดชื่อเดียวกัน โดยเปลี่ยนระบบขับจากขับล้อหลังด้วยพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 571 แรงม้า เป็นขับ 4 ล้อ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ชุด ซึ่งให้กำลังรวม 392 กิโลวัตต์/533 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาประมาณ 4 วินาที


เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเอส เอเอมจี

รถตลาดแบบใหม่ล่าสุดของค่าย "ดาวสามแฉก" เป็นรถสปอร์ทประตูปีกนก ซึ่งใช้ระบบขับล้อหลังด้วยพลังจากเครื่องยนต์ DOHC วี 8 สูบ 6,208 ซีซี ที่ให้กำลังสูงถึง 571 แรงม้า ที่ 6,800 รตน. ตัวถังอลูมิเนียม ยาว 4.638 ม. กว้าง 1.939 ม. และสูง 1.262 ม. มีโครงสร้างตัวถังแบบ SPACE-FRAME หรือ โครงอวกาศ อัตราเร่ง 0-100 กม. ทำได้ใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 317 กม./ชม. แต่มีอัตราสิ้นเปลือง
เชื้อเพลิงเฉลี่ยต่ำเพียง 13.2 ลิตร/100 กม.


โอเพล อัสตรา

ค่าย "สายฟ้า" ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนมือเจ้าของเพราะเจ้าของเดิม คือ ยักษ์ใหญ่ จีเอม ล้มละลาย ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถเล็กยอดนิยม OPEL ASTRA ซึ่งที่ผ่านมามียอดขายในระดับ 500,000 คัน/ปี เป็นรถรุ่นใหม่ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่หัวจรดหาง และจะมีตัวถังให้เลือกใช้หลายแบบเช่นเดียวกันรถรุ่นก่อน แต่ที่เปิดตัวในงานนี้มีเพียงตัวถัง 5 ประตูแฮทช์แบค ยาว 4.419 ม. กว้าง 1.814 ม. และสูง 1.510 ม. ซึ่งมีหน้าตา และรูปทรงองค์เอวแตกต่างจากรถรุ่นเดิมจนเห็นได้ชัด ในระยะแรกจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้อย่างจุใจถึง 8 ขนาด เป็นเครื่องเบนซิน และดีเซลอย่างละเท่าๆ กัน ส่วนระบบเกียร์ก็มีให้เลือกถึง 3 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 หรือ 6 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ


บีเอมดับเบิลยู วิชัน เอฟฟิเชียนท์ ไดนามิคส์

BMW VISION EFFICIENT DYNAMICS รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ทขนาด 4 ที่นั่ง ซึ่งมีน้ำหนักตัวแค่ 1,395 กก. และใช้ระบบขับ 4 ล้อ แบบพันทาง โดยใช้เครื่องเทอร์โบดีเซลคอมมอนเรล 3 สูบเรียง 1.5 ลิตร 163 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด


บีเอมดับเบิลยู แอคทีฟ ไฮบริด 7

BMW ACTIVE HYBRID 7 ไม่ใช่รถแนวคิด แต่เป็นรถตลาดที่กำลังจะออกจำหน่ายในเมืองเบียร์ พัฒนาจากรถ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-7 รุ่นสามัญ โดยเปลี่ยนระบบขับ เป็นขับด้วยระบบพันทาง โดยใช้เครื่องยนต์เทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 8 สูบ 449 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งรับพลังไฟจากแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม. ใน 4.9 วินาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 9.7 ลิตร/100 กม. และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 225 กรัม/กม. มีตัวถังให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ แบบฐานล้อมาตรฐาน และแบบฐานล้อยาว


ฟอร์ด ซี-แมกซ์

หน้าตาเหมือนเป็นรถที่พร้อมแล้วจะออกตลาด แต่ที่จริงอยู่ในสภาพอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า PRE-PRODUCTION FORM ซึ่งอาจจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรๆ ได้บ้าง ตัวจริงเสียงจริงร้อยเปอร์เซนต์มีกำหนดออกจำหน่ายในยุโรปตอนปลายปี 2010 ตามมาด้วยตลาดอเมริกาเหนือในปี 2011 โดยมีตัวถังให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ แบบ 5 ที่นั่ง ซึ่งประตูข้างคู่หลังเป็นประตูติดบานพับผลักเปิด/ปิดเหมือนประตูรถเก๋งทั่วๆ ไป กับแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งประตูข้างคู่หลังเป็นประตูเลื่อนเหมือนรถตู้ และมีชื่อเรียกต่างออกไปว่า ฟอร์ด กแรนด์ ซี-แมกซ์ (FORD GRAND C-MAX) รถทั้ง 2 แบบนี้ ฟอร์ด ไม่เรียกว่า MPV เหมือนที่ควรจะเรียก แต่เลี่ยงไปใช้ MAV หรือ MULTI-ACTIVITY VEHICLE


โฟล์คสวาเกน แอล 1

VOLKSWAGEN L1 รถแนวคิดซึ่งอ้างตัวว่าเป็นรถที่ใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในโลก คือ แค่ 1.38 ลิตร/100 กม. เพราะระบบขับแบบพันทางซึ่งใช้เครื่องเทอร์โบดีเซลคอมมอนเรล 2 สูบเรียง 1.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 10 กิโลวัตต์/14 แรงม้า ตัวถัง 2 ที่นั่งซึ่งทำจากพลาสติคเสริมคาร์บอนไฟเบอร์มีน้ำหนักตัวแค่ 380 กก. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านต่ำเพียง 0.195


โฟล์คสวาเกน อี-อัพ

VOLKSWAGEN E-UP รถแนวคิดอีกคันหนึ่งที่ค่ายยักษ์ใหญ่นำออกแสดงเป็นครั้งแรก เป็นรถ 3+1 ที่นั่ง ยาว 3.19 ม. น้ำหนักตัว 1,085 กก. ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ 60 กิโลวัตต์/82 แรงม้า ซึ่งรับพลังไฟฟ้าจากแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ขนาด 18 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่มีน้ำหนักตัว 240 กก. ประจุไฟเต็มหม้อแต่ละครั้งด้วยไฟบ้านโดยใช้เวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง จะวิ่งได้ไกลประมาณ 130 กม. ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 11.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 135 กม./ชม.


เอาดี อาร์ 8 สไปเดอร์

ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่งานนี้เช่นกัน คือ AUDI R8 SPYDER รถสปอร์ทแบบใหม่ล่าสุดของค่าย "สี่ห่วง" พัฒนาจากรถสปอร์ท เอาดี เอ 8 (AUDI A8) ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2007 โดยปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในหลายๆ จุด และจุดสำคัญที่สุด คือ เปลี่ยนหลังคา จากหลังคาแข็งเป็นหลังคาเปิดประทุนแบบอ่อน เปิด/ปิดด้วยระบบอีเลคทรอไฮดรอลิค โดยใช้เวลาเปิดหรือปิดแต่ละครั้ง 19 วินาที และสามารถเปิด/ปิดเมื่อยังใช้ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ส่วนเครื่องยนต์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้ฝากระโปรงหลัง เป็นเครื่อง DOHC วี 10 สูบ 5,204 ซีซี 525 แรงม้า ซึ่งก็ได้มาจากรถ เอาดี อาร์ 8 เช่นกัน กำหนดออกจำหน่ายในเมืองเบียร์ไตรมาสแรกของปี 2010 ด้วยค่าตัว 156,400 ยูโร


เอาดี อี-ทรอน

AUDI E-TRON ผลงานชิ้นโบว์แดงอีกชิ้นหนึ่งของค่าย "สี่ห่วง" ที่ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ท 2 ที่นั่ง ขับ 4 ล้อ ที่วิ่งได้โดยไม่ต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะใช้ระบบขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 4 ชุด ให้กำลังรวม 313 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 200 กม./ชม. แบทเตอรีลิเธียม-ไอออนประจุไฟแต่ละครั้งจะวิ่งได้ไกลประมาณ 248 กม.


โพร์เช 911 จีที 3 อาร์เอส

ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของเมืองเบียร์มีงานใหม่อวดตัวในงานนี้ 2 ชิ้น ชิ้นแรกในภาพขวามือ คือ PORSCHE 911 GT3 RS รถที่ผู้ผลิตยกให้เป็น "THE MOST SPORTING 911 YET" หรือ "รถ 911 ที่มีลักษณะสปอร์ทที่สุดในขณะนี้" รถโมเดลนี้ติดตั้งเครื่องยนต์หายใจอากาศธรรมดา DOHC 6 สูบนอนยัน (บอกเซอร์) ความจุ 3,797 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 450 แรงม้า ที่ 7,900 รตน. คือ สูงกว่ารถรุ่นเดิมถึง 35 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์ที่ใช้เป็นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของผู้ผลิต อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 4.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 310 กม./ชม.


โพร์เช 911 เทอร์โบ

รถใหม่อีกรุ่นหนึ่งที่ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเมืองเบียร์นำมาเรียกน้ำลายในงานนี้ คือ PORSCHE 911 TURBO รุ่นใหม่ ซึ่งแรงกว่า เร็วกว่า และมีน้ำหนักตัวเบากว่ารถรุ่นก่อน เป็นความพยายามของผู้ผลิตรถสปอร์ทรายนี้ที่จะรับมือกับรถเร็วหลายๆ รุ่นที่กำลังลูบคมรถติดตรา โพร์เช อยู่ในขณะนี้ รวมทั้ง นิสสัน จีที-อาร์ (NISSAN GT-R) ยอดรถเร็วของค่ายญี่ปุ่น มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมากมายจากรถรุ่นเก่า แต่จุดสำคัญที่สุดคือ การเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นเครื่องเทอร์โบ DOHC 6 สูบนอนยัน (บอกเซอร์) ความจุ 3,800 ซีซี ซึ่งให้กำลังสูงถึง 500 แรงม้า คือ สูงกว่าเครื่องเดิมถึง 20 แรงม้า ทำให้ความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นนิดหน่อย คือ จาก 310 เป็น 312 แรงม้า ทั้งตัวถังคูเป และตัวถัง กาบริโอเลต์


เบนท์ลีย์ มุลซานน์

อวดตัวให้ผู้ใช้รถในทวีปยุโรปได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก หลังจากเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ในสหรัฐอเมริกา คือ BENTLEY MULSANNE รถธงคันใหม่ที่ค่ายนี้กำลังจะบรรจุเข้าสู่สายการผลิตแทนที่รถธงคันเดิมคือ เบนท์ลีย์ อาร์นาจ (BENTLEY ARNAGE) เป็นรถใหม่แต่ใช้ชื่อเก่า


โรลล์ส-รอยศ์ โกสต์

เป็นข่าวมานมนาน และปรากฏตัวในลักษณะรถแนวคิดมาแล้วหลายงาน แต่คนรักรถเพิ่งจะมีโอกาสสัมผัสตัวจริงเสียงจริงของ ROLLS-ROYCE GHOST เป็นครั้งแรกที่งานนี้ เป็นรถใหม่ที่ยอดผู้ผลิตรถหรูเมืองผู้ดีที่มีเจ้าของอยู่ในเมืองเบียร์ออกแบบ และพัฒนา เพื่อให้เป็นคู่ต่อกรโดยตรงกับรถ เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล ฟลายอิง สเปอร์ (BENTLEY CONTINENTAL FLYING SPUR) ซึ่งอยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 2005 รถคันแรกจะส่งถึงมือลูกค้าผู้สั่งจองตอนต้นปีหน้า ด้วยสนนราคาค่าตัวซึ่งเริ่มต้นที่ระดับ 165,000 ปอนด์ หรือเท่ากับประมาณ 9.10 ล้านบาทไทย เมื่อคิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินอังกฤษ 1 ปอนด์ แลกได้ด้วยเงินไทย 55 บาท


แอสตัน มาร์ทิน ราพีด

ASTON MARTIN RAPIDE เป็นรถหรูอีกคันหนึ่งที่เป็นข่าวมานมนาน และปรากฏตัวในลักษณะรถแนวคิดมาแล้วหลายครั้ง ตัวจริงเสียงจริงซึ่งปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งานนี้ เรียกผู้คนเข้าบูธได้อย่างแน่นขนัด จนไม่สามารถถ่ายรูปรถโดยไม่มีคนยืนขวาง เป็นรถสปอร์ท 4 ประตู 4 ที่นั่ง แบบแรกในประวัติศาสตร์เกือบ 1 ศตวรรษของยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเมืองผู้ดี ตัวถังยาว 5.019 ม. ซึ่งดูสวยสง่า และปราดเปรียวในทุกมุมมอง ใช้ระบบขับล้อหลังด้วยพลังจากเครื่องยนต์ DOHC วี 12 สูบ 5,935 ซีซี 477 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ กำหนดออกจำหน่ายในปี 2010 ด้วยค่าตัวที่คาดกันว่า น่าจะเริ่มต้นที่ระดับ 150,000 ปอนด์ หรือประมาณ 8.25 ล้านบาท


มีนี คูเป คอนเซพท์/โรดสเตอร์ คอนเซพท์

ค่าย มีนี นำรถแนวคิดออกอวดตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้ 2 คัน คันสีฟ้า คือ MINI COUPE CONCEPT รถที่ผู้รังสรรค์เรียกขานด้วยชื่อ POCKET PORSCHE หรือ "รถ โพร์เช ฉบับกระเป๋า" เป็นรถคูเปซึ่งรูปทรงของตัวถังครึ่งบน ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากหมวกแคพของนักเบสบอลล์ที่สวมใส่โดยเอากระบังไว้ด้านหลัง มีกระจกหน้าที่เอียงลาดกว่ารถรุ่นสามัญถึง 16 องศา เป็นรถที่ค่ายนี้ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี และตั้งใจจะผลิตจำหน่ายในอีก 2 หรือ 3 ปีข้างหน้า ส่วนคันสีขาว คือ MINI ROADSTER CONCEPT เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถเปิดประทุน 2 ที่นั่ง ที่ใช้ประทุนหลังคาแบบอ่อน และเปิด/ปิดด้วยมือ


แจกวาร์ เอกซ์เจ

เปิดตัวไปแล้วในเมืองผู้ดีตั้งแต่ตอนต้นเดือนกรกฎาคม แต่ผู้คนก็ยังให้ความสนใจอย่างล้นหลามเมื่อรถหรู JAGUAR XJ ปรากฏตัวให้เห็นอีกครั้งที่งานนี้ เป็นรถรุ่นใหม่ที่ออกแบบขึ้นใหม่ตั้งแต่หัวจรดหาง โดยทีมงานซึ่งมี เอียน คัลลัม (IAN CALLUM) คนดังมือดีเป็นผู้นำทีม รูปทรงองค์เอวของตัวถังซึ่งยาว 5.122 ม. กว้าง 1.789 ม. สูง1.448 ม. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.29 เป็นผลของการออกแบบในลักษณะพลิกฝ่ามืออย่างแท้จริง เพราะแทบไม่มีอะไรหลงเหลือเป็นเค้าลางของรถรุ่นก่อนที่สามารถย้อนหลังไปได้จนถึงปี 1968 เมื่อขับรถตามหลังและไม่เห็นโลโกแมวป่าที่ติดอยู่บนบั้นท้าย ก็ไม่มีทางเดาได้เลยว่ารถที่วิ่งอยู่ข้างหน้า คือ รถ แจกวาร์ เอกซ์เจ


เปอโฌต์ บีบี 1

PEUGEOT BB1 ผลงานของค่าย "สิงห์เผ่น" ที่ผู้รายงานข่าวนี้ยกนิ้วให้ทั้ง 10 นิ้ว เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถไฟฟ้าขนาดกระจิ๋วหลิว ตัวถังยาวแค่ 2.500 ม. กว้าง 1.600 ม. และสูง 1.540 ม. แต่นั่งอัดกันไปได้ถึง 4 คน แถมยังมีที่บรรทุกสัมภาระอีก 160 ลิตร ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 7.5 กิโลวัตต์/10 แรงม้า จำนวน 2 ชุดขับล้อหลัง แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน 2 หม้อ ประจุไฟแต่ละครั้งเดินทางได้ไกลประมาณ 120 กม. โดยมีอัตราเร่ง 0-30 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุด 90 กม./ชม.


เปอโฌต์ 5008

PEUGEOT 5008 รถอนุกรมใหม่ของค่าย "สิงห์เผ่น" ใช้เวทีหมุนขนาดยักษ์ในงานนี้เป็นที่เปิดตัวในลักษณะ WORLD PREMIERE หรือ "ครั้งแรกในโลก" เป็นรถ MPV หรือรถอเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัดซึ่งมีห้องโดยสารให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ แบบ 5 ที่นั่ง กับแบบ 7 ที่นั่ง ตัวถังยาว 4.529 ม. กว้าง 1.837 ม. และสูง 1.639 ม. มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่เยี่ยมมาก คือ แค่ 0.29 มีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้อย่างหลากหลายถึง 5 ขนาด แยกเป็นเครื่องเบนซิน 2 ขนาด (120-156 แรงม้า) และเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 3 ขนาด (110-150-163 แรงม้า) มีกำหนดออกจำหน่ายตอนปลายปี 2009 โดยคาดหมายกันว่า ค่าตัวน่าจะเริ่มต้นที่ระดับ 13,500 ยูโร


เปอโฌต์ อาร์เซแซด

รถใหม่อีกแบบหนึ่งที่ค่าย "สิงห์เผ่น" นำไปเปิดตัวแบบ "ครั้งแรกในโลก" ที่งานนี้ คือ PEUGEOT RCZ รถสปอร์ทคูเป 2+2 ที่นั่งรูปทรงปราดเปรียว ซึ่งจะเป็นคู่แข่งโดยตรงของรถยอดฮิทอย่าง เอาดี ทีที คูเป (AUDI TT COUPE) ของค่าย "สี่ห่วง" พัฒนาจากรถแนวคิดชื่อเดียวกันซึ่งปรากฏตัวที่งานนี้เมื่อ 2 ปีก่อนโดยมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพียงเล็กน้อย กำหนดออกจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิปี 2010 โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้รวม 3 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 1,598 ซีซี 156 หรือ 200 แรงม้า กับเครื่องเทอร์โบดีเซลคอมมอนเรล 1,997 ซีซี 163 แรงม้า


ซีตรอง เซ ตรัวส์

หลังจากอยู่ในตลาดมายาวนานกว่า 7 ปี และขายทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 2 ล้านคัน ค่าย "จ่าโท" ก็จัดการเปลี่ยนรุ่นและนำ CITROEN C3 รุ่นใหม่ ออกอวดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ "ครั้งแรกในโลก" ที่งานนี้ ในตัวถังที่โตกว่ารถรุ่นเก่าเล็กน้อยในทุกมิติ คือ ยาว 3.940 ม. กว้าง 1.730 ม. และสูง 1.520 ม. (ยาวขึ้น 8 ซม. กว้างขึ้น 6.5 ซม.และสูงขึ้น 1 ซม.) แต่รูปทรงองค์เอวโดยรวม กล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็นการออกแบบที่ค่อนข้างจะอนุรักษนิยม เพราะเหมือนหล่อจากพิมพ์เดียวกับรถรุ่นเก่า กำหนดออกจำหน่ายในเมืองน้ำหอมเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้อย่างจุใจถึง 7 ขนาด แยกเป็นเครื่องเบนซิน 4 ขนาด กับเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดตรง 3 ขนาด


ซีตรอง รีโวลตา

CITROEN REVOLTA รถแนวคิดเพียงคันเดียวที่ค่าย "จ่าโท" นำออกแสดงเป็นครั้งแรกที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถนาครขับเคลื่อนด้วยระบบพันทาง โดยใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ตัวถังยาว 3.680 ม. กว้าง 1.730 ม. และสูง 1.350 ม. มีจุดเด่นสะดุดตามากมาย รวมทั้งประตูข้างที่เปิดแยกออกจากกันโดยไม่มีเสาค้ำยันกลาง


ซีตรอง เดแอส ตรัวส์

รถใหม่อีกแบบหนึ่งที่ค่าย "จ่าโท" นำมาเปิดตัวแบบ"ครั้งแรกในโลก"ที่งานนี้คือ CITROEN DS3 รถขนาดซูเพอร์มีนีที่ค่ายนี้ออกแบบ และพัฒนาเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดกับรถ มีนี (MINI) ของค่ายอังกฤษ และ เฟียต 500 (FIAT 500) ของค่ายอิตาลี โดยใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้นร่วมกับรถ ซีตรอง เซ ตรัวส์ (CITROEN C3) ซึ่งเปิดตัวที่งานนี้เช่นกัน มีกำหนดออกจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2010 โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 5 ขนาด แยกเป็นเครื่องเบนซิน 3 ขนาด (95-120-150 แรงม้า) และเครื่องดีเซล 2 ขนาด (90-110 แรงม้า)


เรอโนลต์ กังกู เซดอี คอนเซพท์

RENAULT KANGOO ZE CONCEPT หนึ่งในรถแนวคิดรหัส ZE (ZERO EMISSION) จำนวน 4 คัน ที่ยักษ์ใหญ่เมืองน้ำหอมนำออกแสดงในงานนี้ ดัดแปลงจากรถตลาด เรอโนลต์ กังกู โดยเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน เป็นขับด้วยมอเตอร์ขนาด 70 กิโลวัตต์/95 แรงม้า ซึ่งรับพลังไฟฟ้าจากแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ประจุไฟแต่ละครั้งวิ่งได้ไกลประมาณ 160 กม.ด้วยความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม. ตัวถังยาว 3.945 ม. กว้าง 1.856 ม. และสูง 1.748 ม. มีลักษณะการออกแบบหลายอย่างที่ช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสารได้อย่างดี ตัวอย่างเช่น เคลือบสีสะท้อนความร้อน และทำผนังรถเป็น 2 ชั้น โดยมีอากาศแทรกตรงกลางเป็นฉนวน เหมือนแก้วเทอร์โมสที่ใช้บรรจุน้ำร้อนน้ำเย็น


เรอโนลต์ โซ เซดอี คอนเซพท์

RENAULT ZOE ZE CONCEPT รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 4 ที่นั่งประตูปีกนก ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 70 กิโลวัตต์/95 แรงม้า แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ประจุไฟแต่ละครั้งวิ่งได้ไกลประมาณ 160 กม.ด้วยความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. ตัวถังยาว 4.100 ม. กว้าง 1.840 ม. และสูง 1.516 ม. มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเป็นพิเศษ คือ แค่ 0.25


เรอโนลต์ ฟลูองศ์ เซดอี คอนเซพท์

RENAULT FLUENCE ZE CONCEPT เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถไฟฟ้าปลอดไอพิษเช่นกัน แต่เป็นรถซาลูนขนาดค่อนข้างใหญ่ ตัวถังยาว 4.820 ม. กว้าง 1.882 ม. และสูง 1.520 ม. ขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 70 กิโลวัตต์/95 แรงม้า เหมือนรถรหัส ZE คันอื่นๆ แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ซึ่งทำให้รถวิ่งได้ไกล 160 กม. มีวิธีประจุไฟ 3 แบบ แบบปกติด้วยไฟบ้านใช้เวลา 4-8 ชั่วโมง แบบ QUICK CHARGE ใช้เวลา 20 นาที และแบบ QUICKDROP ใช้เวลาแค่ 3 นาที


เรอโนลต์ ฟลูองศ์

RENAULT FLUENCE รถอนุกรมใหม่ล่าสุด และเป็นรถตลาดเพียงแบบเดียวที่ยักษ์ใหญ่เมืองน้ำหอมนำไปเปิดตัวแบบ "ครั้งแรกในโลก" ที่งานนี้ เป็นรถซาลูนขนาดกลางซึ่งมีตัวถังยาว 4.620 ม. กว้าง 1.479 ม. และสูง 1.479 ม. กำหนดออกจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยใช้โรงงานในเมืองเบอร์ซาในประเทศตุรกีเป็นที่ผลิต และมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้อย่างจุใจถึง 6 ขนาด แยกเป็นเครื่องเบนซิน 2 ขนาด (110-140 แรงม้า) และเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 4 ขนาด (85-90-105-110 แรงม้า) เฉพาะเครื่องดีเซลทุกเครื่องมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่สูงกว่า 119 กรัม/กม. ส่วนผู้ที่ต้องการใช้รถแบบนี้ที่ขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าไม่มีเครื่องยนต์ ต้องรอปี 2011


เรอโนลต์ ทวิซี เซดอี คอนเซพท์

RENAULT TWIZY ZE CONCEPT รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถไฟฟ้าที่นั่งเดี่ยว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 15 กิโลวัตต์/20 แรงม้า ประจุไฟแต่ละครั้งวิ่งได้ไกล 100 กม. ด้วยความเร็วสูงสุด 75 กม./ชม. บุรุษที่ปรากฏอยูในภาพ คือ การ์โลส โกส์น (CARLOS GHOSN) นายใหญ่ของค่าย เรอโนลต์/นิสสัน


ซาบ 9-5

ผู้ผลิตรถยนต์หมายเลข 2 ของเมืองฟรีเซกซ์ที่เพิ่งเปลี่ยนมือเจ้าของ เพราะเจ้าของเดิม คือ จีเอม ประสบภาวะล้มละลาย ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถธง SABB 9-5 รุ่นใหม่ ในลักษณะ WORLD PREMIERE หรือ "ครั้งแรกในโลก" ตัวถัง 4 ประตูซาลูน 5 ที่นั่ง มีขนาดโตกว่ารถรุ่นเดิม ทั้งความยาว และความกว้าง คือ ยาว 5.008 ม. กว้าง 1.868 ม. และสูง 1.466 ม. (ยาวขึ้น 17 ซม.กว้างขึ้น 7.6 ซม.และสูงเท่าเดิม) รูปทรงองค์เอวของตัวถังซึ่งออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่หัวจรดหาง เป็นลักษณะการออกแบบที่ค่อนข้างอนุรักษนิยม เห็นที่ไหนใครๆก้รู้ว่าเป็นรถ ซาบ กำหนดออกจำหน่ายตอนต้นปี 2010 โดยแบ่งการตกแต่ง และอุปกรณ์เป็น 3 ระดับ คือ LINEAR VECTOR และ AERO


สโกดา ซูเพิร์บ คมบี

ผู้ผลิตรถยนต์ของสาธารณรัฐเชคซึ่งอยู่ในเครือข่ายของยักษ์ใหญ่ โฟล์คสวาเกน กรุพ ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว SKODA SUPERB COMBI รถตรวจการณ์ซึ่งกำลังจะสร้างความปวดหัวให้แก่ผู้ผลิตรถประเภทเดียวกันนี้อีกหลายราย เพราะห้องเก็บของท้ายรถมีขนาดความจุถึง 1,865 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง ตัวถังยาว 4.838 ม.กว้าง 1.817 ม. และสูง 1.481 ม. ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศระหว่าง 0.30-0.33 ดัดแปลงจากตัวถังซาลูนของรถ สโกดา ซูเพิร์บ รุ่นใหม่ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2008 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงในส่วนท้ายให้เป็นรถตรวจการณ์ไม่ส่งผลใดๆต่อขนาดความยาวของตัวรถ กำหนดออกจำหน่ายตอนต้นปี 2010 โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้รวม 5 ขนาด


แฟร์รารี 458 อิตาลีอา

ค่าย "ม้าลำพอง" เปิดโอกาสให้คนรักรถสปอร์ทมีโอกาสสัมผัสตัวจริงเสียงจริงของรถโมเดลใหม่ล่าสุด คือ FERRARI 458 ITALIA เป็นครั้งแรกที่งานนี้ รายละเอียดโปรดย้อนไปอ่าน "ข่าวรอบโลก" ฉบับเดือนตุลาคม หรือติดตามอ่านใน "ระเบียงรถใหม่"


ลัมโบร์กินี เรอวังตอง โรดสเตอร์

LAMBORGHINI REVENTON ROADSTER ดาวดวงเด่นในบูธของผู้ผลิตรถสปอร์ทกระทิงดุ เป็นรถโมเดลพิเศษที่จำกัดจำนวนผลิตไว้แค่ 20 คัน และตั้งค่าตัวไว้สูงลิบลิ่วถึง 1.1 ล้านยูโร หรือ 55 ล้านบาท พัฒนาจากรถ ลัมโบร์กินี เรอวังตอง คูเป ซึ่งค่ายนี้เคยทำขายเมื่อ 2 ปีก่อน โดยที่ยังคงใช้เครื่องยนต์บลอคเดิม คือเครื่อง DOHC วี 12 สูบ 6,496 ซีซี แต่ปรับแต่งจนกำลังสูงสุดพุ่งจาก 650 เป็น 670 แรงม้า เป็นรถที่
แรง และเร็วจนน่ากลัว อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม.


มาเซราตี กรัน กาบริโอ

เจ้าของเครื่องหมายการค้า "ตรีศูล" หรือ "สามง่าม" ใช้เวทีหมุนขนาดยักษ์ในงานนี้เป็นที่เปิดตัว MASERATI GRAN CABRIO รถแบบใหม่ล่าสุดและเป็นรถเปิดประทุน 4 ที่นั่ง แบบแรกในประวัติศาสตร์ของผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ พัฒนาจากรถคูเป มาเซราตี กรัน ตูริสโม (MASERATI GRAN TURISMO) โดยเปลี่ยนหลังคา จากหลังคาแข็งเป็นหลังคาเปิดประทุนแบบอ่อน ทำจากผ้าใบแฟบริค 3 ชั้น เปิด/ปิดด้วยระบบอีเลคทรอไฮดรอลิคโดยใช้เวลาประมาณ 28 วินาที และสามารถเปิดหรือปิดเมื่อยังใช้ความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. กำหนดออกจำหน่ายก่อนสิ้นปีนี้ โดยคาดหมายกันว่า สนนราคาค่าตัวน่าจะสูงกว่ารถคูเปประมาณร้อยละ 15 คือ เริ่มต้นที่ระดับ 98,000 ยูโร หรือประมาณ 4.9 ล้านบาท


เลกซัส แอลเอฟ-ซีเอช คอนเซพท์

LEXUS LF-CH CONCEPT รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 5 ประตูแฮทช์แบคขนาดเล็กกะทัดรัด ขับเคลื่อนด้วยระบบพันทาง ตัวถังทรงสองกล่อง ยาว 4.300 ม.กว้าง 1.790 ม.และสูง 1.400 ม. ออกแบบในลักษณะให้มีช่วงยื่นหน้ายื่นหลังสั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รายละเอียดในส่วนของตัวถังภายนอกมีจุดที่น่าสังเกต คือ ที่จับเปิดประตูบานหลังซ่อนตัวอยู่ในขอบประตูจนดูเหมือนกับไม่มี


โตโยตา เอารีส เอชเอสดี ฟูลล์ ไฮบริด

TOYOTA AURIS HSD FULL HYBRID รถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถแฮทช์แบคขนาดเล็กกะทัดรัดที่ยักษ์ใหญ่เมืองยุ่นจะผลิตจำหน่ายในตลาดยุโรปในช่วงครึ่งหลังของปี 2010 พัฒนาจากรถ โตโยตา เอารีส รุ่นสามัญซึ่งมีขายอยู่ในยุโรปขณะนี้ โดยเปลี่ยนระบบขับ จากขับด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในเพียงอย่างเดียวเป็นขับด้วยระบบพันทาง โดยใช้เครื่องยนต์ 1,798 ซีซี 98 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งได้พลังไฟจากแบทเตอรีนิคเคิล-เมทัล ไฮดไรด์ มีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่า 100 กรัม/กม.


โตโยตา แลนด์ ครูเซอร์

แทนที่จะรองานมหกรรมยานยนต์โตเกียว ยักษ์ใหญ่เมืองยุ่นกลับเลือกใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว TOYOTA LAND CRUISER รุ่นใหม่ ในลักษณะ "ครั้งแรกในโลก" เช่นเดียวกับรถรุ่นก่อนรถรุ่นใหม่นี้มีตัวถัง 2 แบบ คือแบบ 3 ประตู ซึ่งมีขนาดตัวถังยาว 4.315 ม. กว้าง 1.885 ม. และสูง 1.835 ม. กับแบบ 5 ประตู ซึ่งมีขนาดตัวถังยาว 4.760 ม. กว้าง 1.885 ม. และสูง 1.845 ม. คือ ยาวกว่ากัน 44.5 ซม. ตัวถังทั้ง 2 แบบแบ่งการตกแต่งและอุปกรณ์เป็น 3 ระดับ กำกับด้วยรหัส LEGEND PRESTIGE และ EXECUTIVE โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่อง วี 6 สูบ 3,956 ซีซี 279 แรงม้า กับเครื่องเทอร์โบดีเซลคอมมอนเรล 4 สูบเรียง 2,982 ซีซี 173 แรงม้า


โตโยตา ปรีอุส พลัก-อิน ไฮบริด คอนเซพท์

TOYOTA PRIUS PLUG-IN HYBRID CONCEPT รถแนวคิดซึ่งพัฒนาจากรถพันทาง โตโยตา ปรีอุส ซึ่งกำลังขายดิบขายดีอยู่ในขณะนี้ มีการปรับปรุงรายละเอียดมากมาย รวมทั้งเปลี่ยนอุปกรณ์ป้อนพลังไฟ จากแบทเตอรีนิคเคิล-เมทัล ไฮดไรด์ เป็นแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าและใช้เวลาประจุไฟสั้นกว่า


มาซดา เอมเอกซ์-5 ซูเพอร์ไลจ์ท์

ผลงานที่น่าสนใจเพียงชิ้นเดียวในบูธของยักษ์เล็กเมืองยุ่น คือ MAZDA MX-5 SUPERLIGHT รถแนวคิดซึ่งพัฒนาจากรถตลาด มาซดา เอมเอกซ์-5 หรือ มาซดา โรดสเตอร์ โดยตัดอุปกรณ์ที่สามารถตัดได้ออกหมดเพื่อลดน้ำหนักตัว ดังนั้นรถแนวคิดคันนี้จึงไม่มีหลังคา ไม่มีกระจกหน้า ไม่มีกระจกมองข้าง และไม่มีแม้กระทั่งที่จับเปิดประตู เมื่อก้าวเข้าไปนั่งในรถ สิ่งที่ขาดหายไปคือไม่มีพรมปูพื้น และไม่มีวิทยุ แถมประตูข้างทั้ง 2 บานก็บางเฉียบเพราะไม่ต้องมีช่องสำหรับเก็บบานกระจกหน้าต่าง และมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งใช้บังคับบานกระจก


เกีย เวนกา

KIA VENGA รถตลาดอนุกรมใหม่ล่าสุดที่ผู้ผลิตรถยนต์หมายเลข 2 ของเมืองโสมขาวนำออกแสดงในลักษณะ "ครั้งแรกในโลก" ที่งานนี้ เป็น MINI MPV หรือรถอเนกประสงค์ขนาดจิ๋ว ที่ค่ายนี้จะนำออกจำหน่ายในยุโรปตอนปลายปี โดยใช้โรงงานซึ่งตั้งอยู่ในยุโรปเป็นที่ผลิต ตัวถังยาว 4.068 ม. กว้าง 1.765 ม. และสูง 1.600 ม. ไม่มีจุดเด่นสะดุดตาอะไร แต่รูปทรงองค์เอวโดยรวมถือว่าใช้ได้ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ จะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้อย่างหลากหลายถึง 6 ขนาด เป็นเครื่องเบนซิน 2 ขนาด (90-125 แรงม้า) และเครื่องดีเซล 4 ขนาด (75-90-115-128 แรงม้า) ส่วนระบบเกียร์ก็มีให้เลือกถึง 3 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 หรือ 6 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ


ฮันเด ไอเอกซ์ เมทโร

HYUNDAI IX METRO จุดโฟคัสสายตาในบูธของยักษ์ใหญ่เมืองโสม เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัดขับเคลื่อนด้วยระบบพันทาง โดยใช้เครื่องเทอร์โบ DOHC 3 สูบเรียง 1.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสุทธิ 92 กิโลวัตต์/125 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำเพียง 3.3 ลิตร/100 กม. และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 80 กรัม/กม.


ฮันเด ไอ 10 อีเลคทริค

HYUNDAI I10 ELECTRIC รถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถตลาดที่ยักษ์ใหญ่เมืองโสมจะผลิตจำหน่ายในปี 2010 พัฒนาจากรถตลาด ฮันเด ไอ 10 โดยเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน จากขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 49 กิโลวัตต์/67 แรงม้า และใช้แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์ (LITHIUM ION POLYMER) ซึ่งสามารถประจุไฟด้วยไฟบ้านโดยใช้เวลา 5 ชั่วโมง หรือด้วยวิธี QUICK CHARGE ซึ่งใ
------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา chusak@autoinfo.co.th
นิตยสาร formula ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2552
คอลัมน์ รถใหม่
อัพเดทล่าสุด
15 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
3.3-7.6 ล้าน
2.
3.2-5.8 ล้าน
3.
6.7-10.8 ล้าน
4.
3.2-5.2 ล้าน
5.
7.1-11.7 ล้าน
6.
1.3-1.7 ล้าน
7.
2.8 ล้าน
8.
0.9-1.1 ล้าน
9.
0.8-1.0 ล้าน
10.
1.2-1.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ