มาซดา เอมเอกซ์-5 2.0 อาร์เอชที


มาซดา เอมเอกซ์-5 2.0 อาร์เอชที 4 สูบ DOHC 2.0 ลิตร 160 แรงม้า ราคา 2,640,000 บาท

คู่แข่งในตลาด

เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค 200 คอมพเรสเซอร์ 4 สูบ 1.8 ลิตร 184 แรงม้า ราคา 4,500,000 บาท

บีเอมดับเบิลยู เซด 4 เอสดไรฟ 2.3 6 สูบ 2.5 ลิตร 204 แรงม้า ราคา 4,500,000 บาท

โลทัส เอลิส 4 สูบ 1.8 ลิตร 221 แรงม้า ราคา 4,700,000 บาท

โฟล์คสวาเกน ชีรคโค 4 สูบ 2.0 ลิตร 200 แรงม้า ราคา 2,460,000 บาท

เปอโฌต์ 307 เซเซ 4 สูบ 2.0 ลิตร 138 แรงม้า ราคา 2,660,000 บาท

มีนี คูเพอร์ เอส 4 สูบ 1.6 ลิตร 175 แรงม้า ราคา 2,800,000 บาท


ข้อเด่น

- รูปทรงสวยสะดุดตา

- โรดสเตอร์สองบุคลิก ปรับได้ทั้งหลังคาแข็ง และเปิดประทุน

- ช่วงล่างขับสนุก คล่องตัวที่ความเร็วปานกลาง


ข้อด้อย

- ภายในคับแคบ

- ที่ความเร็วสูงใช้ระยะเบรคมาก


ฟันธง

โรดสเตอร์ในฝัน กับราคาแค่เอื้อม


กว่า 20 ปีมาแล้วที่ มาซดา แนะนำให้พวกเรารู้จักกับ เอมเอกซ์-5 (MX-5) สปอร์ทโรดสเตอร์ขนาดกะทัดรัด มันเป็นรถเล็กที่ขับสนุก และราคาไม่แพงเกินเอื้อม ทำยอดขายได้ถล่มทลายถึงขั้นเคยถูกบันทึกสถิติไว้ใน กินเนสส์บุค ว่าเป็นโรดสเตอร์ที่มียอดขายมากที่สุด ตัวเลขทั่วโลกรวมกันถึงเดือนธันวาคม ปี ‘51 ขายไปแล้วทั้งสิ้น 857,201 คัน !


ภายนอก

รูปทรงโฉบเฉี่ยว แฝงความดุดัน

4 ดาว

เอมเอกซ์-5 ที่ทาง "ฟอร์มูลา" นำมาทดสอบเป็นรุ่นล่าสุดที่ปรับโฉมเรียบร้อยแล้ว เส้นสายดูคมเข้มกว่าเดิม ไฟหน้าเรียวแหลมขึ้นเล็กน้อย ชวนให้นึกถึงสปอร์ทร่วมค่ายอย่าง อาร์เอกซ์-8 (RX-8) ช่องรับอากาศด้านหน้าขยายขนาดพร้อมกับเปลี่ยนรูปทรงของกรอบไฟตัดหมอก เป็นทรงใบไม้ถอดแบบดีเอนเอรถยนต์หลายรุ่นของ มาซดา ที่แนะนำช่วง 2-3 ปีนี้ ด้านข้างยังคงเน้นความโค้งมน แต่เสริมมัดกล้ามด้วยแนวสันเหลี่ยมของโป่งล้อทั้ง 4 ซุ้ม สิ่งที่ทายาท เอมเอกซ์-5 ทั้ง 3 รุ่น มีความคล้ายคลึงร่วมกันมากที่สุด ดูจะเป็นกรอบไฟท้ายที่คงเอกลักษณ์ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนหลังคาแข็งพับได้ด้วยระบบไฟฟ้า RHT หรือ RETRACTABLE HARD TOP ที่ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก ก็ดูจะเข้ากันกับยุคสมัย แถมยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเปิด/ปิด และทำได้รวดเร็วติดอันดับโลก ด้วยเวลาเพียง 12 วินาที


ภายใน

ตกแต่งสปอร์ทลงตัว เปิดรับลมสะดวก

4 ดาว

ภายในตกแต่งเน้นโทนสีดำตัดสลับกับสีเงินวาว ให้ความรู้สึกที่โฉบเฉี่ยว การจัดวางคอนโซลหน้า ทำได้ลงตัว เข้ากันกับบุคลิกสปอร์ทไม่น้อย แต่หากใครชอบโทนหรูหราทาง มาซดา เขาก็มีเบาะสีเบจให้เลือก พื้นห้องโดยสารอยู่ในระดับต่ำตามสไตล์ของรถสปอร์ทโรดสเตอร์ ทำให้การขึ้น/ลงค่อนข้างลำบาก


แม้จะเป็นโรดสเตอร์ที่มีพื้นที่ห้องโดยสารค่อนข้างจำกัด แต่ประโยชน์ใช้สอยต่างๆ ก็มีให้ตามสมควร เช่น ที่วางแก้วน้ำบริเวณคอนโซลกลางถัดจากคันเกียร์ และที่พนักวางแขน รวมไปถึงช่องเก็บของขนาดเล็กติดตั้งอยู่ระหว่างพนักพิง เราใช้เวลาหาสลักเปิดฝาถังน้ำมันอยู่นาน เพราะมันถูกซ่อนในช่องเก็บของดังกล่าว การพับหลังคาทำได้โดยง่ายเพียงถอดสลักที่อยู่ใกล้กระจกมองหลัง จากนั้นกดปุ่มค้างเอาไว้ กลไกจะทำการพับเก็บมิดชิดเหนือที่เก็บสัมภาระด้านท้าย


สมรรถนะ

ต้นแรง แต่ปลายไม่เร้าใจ

4 ดาว

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ให้กำลัง 160 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ใครที่ต้องการความเร้าใจแบบดั้งเดิม อาจจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะรุ่นนี้ไม่มีเกียร์ธรรมดาให้เลือก อย่างไรก็ตามหลังจากที่เราได้ทดลองขับแล้ว รู้สึกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบมีบวก/ลบ ทั้งที่คันเกียร์ และ แพดเดิล ชิฟท์ (หลังพวงมาลัย) ตอบสนองรวดเร็วทันใจชดเชยความันได้เพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องแลกความสนุกกับความสะดวกสบายอีกต่อไป


ครั้งนี้เรานำ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค 200 คอมพเรสเซอร์ มาเปรียบเทียบในแง่ความเป็น “โรดสเตอร์” เหมือนกัน (แม้จะต่างกันที่ระดับราคา) และ มีนี คูเพอร์ เอส จะเป็นรถต่างประเภท แต่ด้านราคา และความเป็น “ของเล่นเศรษฐี” มีความใกล้เคียงกันไม่น้อย


ตัวเลขจากเครื่องมือวัดสมรรถนะ “ดาทรอน” แสดงให้เห็นว่า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เอมเอกซ์-5 ทำได้ใน 9.6 วินาที เทียบเคียงได้กับสปอร์ทโรดสเตอร์ระดับหรูอย่าง เอสแอลเค 200 คอมพเรสเซอร์ ที่ทำได้ 9.5 วินาที ขณะเดียวกันสามารถตามติดรถสปอร์ทท้ายตัดอย่าง มีนี คูเพอร์ เอส ที่ทำอัตราเร่งได้ 8.9 วินาที แบบไม่ห่างนัก


สำหรับอัตราเร่งที่ความเร็วปลาย 0-1,000 ม. มีนี คูเพอร์ เอส ที่คู่คี่กันมาในตีนต้น สามารถทำความเร็วปลายได้ถึง 182.8 กม./ชม. ขณะที่ เอมเอกซ์-5 กลับอยู่ที่ 166.3 กม./ชม. เท่านั้น และแล่นผ่านระยะทาง 1,000 ม. ช้ากว่ากันเกือบ 2 วินาที จากข้อมูลนี้ เราพอสรุปได้ว่า เอมเอกซ์-5 คันนี้ ถูกออกแบบขึ้นเพื่อความสนุกสนานสะใจ ในแบบโรดสเตอร์ เหมาะกับเส้นทางคดโค้งขึ้นเขาที่ความเร็วไม่สูงมากนัก และพิษสงของมันจะอ่อนฤทธิ์ลงเมื่อกลับเข้าสู่ถนนมอเตอร์เวย์


อัตราเร่งยืดหยุ่นที่ 60-100 กม./ชม. เอมเอกซ์-5 ทำเวลาได้ 5.2 วินาที ยังคงตาม เอสแอลเค มาติดๆ (ทำเวลาได้ 4.9 วินาที) ส่วน คูเพอร์ เอส ที่มีแรงม้าเยอะกว่า อาศัยความได้เปรียบในจุดนี้ ขยับห่างเล็กน้อย (ทำได้ 4.3 วินาที) ผลของอัตราเร่งช่วงความเร็วต่ำ ทั้งการออกตัว และยืดหยุ่น แสดงให้เห็นว่าโรดสเตอร์จากแดนปลาดิบคันนี้มีสมรรถนะเทียบชั้นคู่ปรับจากเมืองเบียร์


การบังคับควบคุม

ขับมัน เข้าโค้งสนุก

3 ดาว

นอกจากความโดดเด่นที่สัมผัสได้ในช่วงความเร็วต่ำถึงปานกลาง อีกสิ่งหนึ่งที่มีผลอย่างมาก คือ การตอบสนองของระบบบังคับเลี้ยวที่ค่อนข้างฉับไว ตลอดจนช่วงล่างที่ปรับแต่งให้มีความหนึบแน่นกว่าเดิม เมื่อเทียบกับ เอมเอกซ์-5 รุ่นก่อน ด้วยความสูงพื้นรถที่ต่ำ ระยะโอเวอร์แฮงที่น้อยกับฐานล้อที่สั้น ผู้ขับขี่จึงสามารถ “รับรู้” อากัปกิริยาของรถได้ไวราวกับ “ผิวก้น” กำลังสัมผัสอยู่กับพื้นถนน มันจึงเป็นโรดสเอตร์ที่ “เชื่องมือ” เมื่อเข้าสู่เส้นทางคดเคี้ยว


จากการวัดระยะเบรคที่ความเร็ว 3 ระดับ เราพบว่า เอมเอกซ์-5 เบรคหยุดได้นิ่ง มั่นใจ แต่เมื่อนำผลไปเปรียบเทียบกับค่ายยุโรปแล้ว ยังเป็นรองอยู่ทุกหัวข้อ เรานำมาเปรียบเทียบที่ความเร็ว 60 และ 80 กม./ชม. ใช้ระยะทาง 15.8 และ 28.1 ม. (คูเพอร์ เอส อยู่ที่ 14.5/25.9 ม. ส่วน เอสแอลเค 14.1/25.4 ม.) หัวข้อทดสอบการเบรคที่ความเร็วสูง 100 กม./ชม. เอมเอกซ์-5 ทำได้ 44.9 ม. ขณะที่อีก 2 คันนั้นหยุดสนิท ห่างไปข้างหลังเกือบ 5 ม. (ด้วยระยะ 40.9 และ 39.3 ม. ตามลำดับ) อาจเป็นผลจากน้ำหนักของตัวรถที่ต่างกันอยู่พอสมควร


สรุป

โรดสเตอร์ในฝันที่ใกล้ความจริง

เอมเอกซ์-5 ยังคงรักษา “ความสปอร์ท” ที่เข้าถึงง่าย กับราคาค่าตัวที่สมน้ำสมเนื้อ ขณะเดียวกันก็เสริมจุดเด่น ปรับ รูปทรงให้คมเข้มขึ้น ใส่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้อย่างพอเพียง โดดเด่นด้วยหลังคาแข็งพับเก็บได้ด้วยไฟฟ้า ช่วยเสริมให้โรดสเตอร์คันนี้ สามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกได้ง่าย เพียงแค่กดปุ่ม เรียกได้ว่าเร้าใจตั้งแต่รถยังไม่เริ่มออกตัว รับรองเลยว่า มันจะเป็นโรดสเตอร์ในฝันของใครหลายคนที่ให้ความสนุกสนานเร้าใจแบบที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในรถรุ่นอื่น


ข้อมูลจำเพาะ มาซดา เอมเอกซ์-5 2.0 อาร์เอชที

ตัวแทนจำหน่าย บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

โทร. 0-2661-9880

มิติ และน้ำหนัก

ยาว/กว้าง/สูง (มม.) 4,020/1,720/1,255

ช่วงล้อ หน้า/หลัง (มม.) 1,490/1,495

ฐานล้อ (มม.) 2,330

น้ำหนักรถ (กก.) 1,181

ความจุถังน้ำมัน (ลิตร) 50

เครื่องยนต์

แบบ เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว

ความจุ (ซีซี) 1,999

กระบอกสูบ/ช่วงชัก (มม.) 87.5/83.1

อัตราส่วนกำลังอัด 10.8:1

กำลังสูงสุด (แรงม้า/รตน.) 160/6,700

แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รตน.) 19.2/5,000

ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเลคทรอนิค

ระบบถ่ายทอดกำลัง

เกียร์ (จังหวะ) อัตโนมัติ 6

ขับเคลื่อน (ล้อ) 2 หลัง

ระบบรองรับ

หน้า อิสระ ปีกนกคู่

หลัง อิสระ มัลทิลิงค์

ระบบบังคับเลี้ยว

แบบ ฟันเฟือง และตัวหนอน เพาเวอร์ผ่อนแรง

ระบบห้ามล้อ

แบบ เอบีเอส อีบีดี

หน้า จาน มีช่องระบายความร้อน

หลัง จาน

ราคา (บาท) 2,640,000


อัตราเร่ง (วินาที)

0-60 กม./ชม. 4.4

0-80 กม./ชม. 6.5

0-100 กม./ชม. 9.6

0-120 กม./ชม. 13.1

0-140 กม./ชม. 18.8

0-160 กม./ชม. 26.0

0-400 ม. 16.9 @ 133.3 กม./ชม.

0-1,000 ม. 31.0 @ 166.3 กม./ชม.


อัตราเร่งยืดหยุ่น (วินาที)

40-120 กม./ชม. 10.8

60-100 กม./ชม. 5.2

80-120 กม./ชม. 6.7


ห้ามล้อเมื่อหยุดรถกะทันหันจากความเร็ว (ม./ค่าจี)

60-0 กม./ชม. 15.8 (0.90)

80-0 กม./ชม. 28.1 (0.90)

100-0 กม./ชม. 44.9 (0.88)


ระดับเสียงรบกวนในห้องโดยสาร (เดซิเบล A)

ที่ความเร็ว 0 กม./ชม. (จอดนิ่ง) 38

ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. 60

ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. 66

ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. 69

ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. 74

ที่ความเร็ว 140 กม./ชม. 76


ความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดความเร็ว (กม./ชม.)

ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. 62

ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. 83

ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. 103

ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. 123

ที่ความเร็ว 140 กม./ชม. N/A


อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

ความเร็วคงที่ (กม./ชม.) กม./ลิตร ลิตร/100 กม.

60 17.0 5.9

80 16.5 6.1

100 14.4 7.0

120 12.6 8.0

140 9.9 10.2


หมายเหตุ: รถใหม่
------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ formula@autoinfo.co.th
นิตยสาร formula ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2552
คอลัมน์ ทดสอบ
อัพเดทล่าสุด
15 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
3.3-7.6 ล้าน
2.
3.2-5.8 ล้าน
3.
6.7-10.8 ล้าน
4.
3.2-5.2 ล้าน
5.
7.1-11.7 ล้าน
6.
1.3-1.7 ล้าน
7.
2.8 ล้าน
8.
0.9-1.1 ล้าน
9.
0.8-1.0 ล้าน
10.
1.2-1.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ