เคลม กรณีถูก “ปาหิน”


ข่าวรายวันกรณีปาหินใส่รถ ระบาดไปทั่วประเทศ แรกเริ่มเดิมที จะมีอยู่เพียงบางจังหวัด บางเส้นทางเท่านั้น ได้แก่ จังหวัด ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี โดยส่วนใหญ่ ผู้ลงมือกระทำ จะมุ่งประสงค์ต่อทรัพย์สินของผู้เสียหายเป็นสำคัญ โดยการปาหินเข้าใส่รถขณะที่วิ่งมาด้วยความเร็ว เมื่อรถประสบอุบัติเหตุ คนขับขี่ และผู้โดยสาร ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ผู้ประสงค์ร้ายเหล่านี้ ก็จะทำทีเข้ามาช่วย และรื้อค้นเอาทรัพย์สินหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยกู้ภัยจะมาช่วยเหลือ


ต่อมาได้มีการระบาดแบบขยายวงไปอย่างรวดเร็ว จากการออกข่าวทั้ง วิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ การยิ่งพูด ยิ่งออกข่าวตลอดเวลา กลายเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ ชนิดเชิญชวนให้มีการทำเลียนแบบ ทั้งผู้ประสงค์ร้ายตัวจริง และกลุ่มวัยรุ่นที่คึกคะนอง ขยายวงไปถึงคนเมา และเครียดแค้นสังคม รวมไปถึงกลุ่มหน่วยกู้ภัย ที่ร่วมกันสร้างสถานการณ์ เพื่อหวังประโยชน์จากความเสียหายของผู้อื่น


ได้เคยมีการออกมาเตือนให้ระวังเส้นทางที่เกิดเหตุปาหินบ่อย คือ 1. เส้นทาง หนองแค สระบุรี 2. เส้นทาง ธนบุรี-ปากท่อ 3. เส้นทางมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ ฯ-ชลบุรี 4. เส้นทาง อ. แกลง-ระยอง 5. เส้นทาง ลำปาง-เชียงใหม่ 6. เส้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (กทม.) 7. เส้นทางกรุงเทพ ฯ-นครสวรรค์ ช่วง จ. อ่างทอง


แต่ปัจจุบันนี้ ทุกเส้นทาง ทุกจังหวัด หรือแม้แต่กรุงเทพมหานครเองก็ต้องระวังไปหมด โดยเฉพาะเส้นทางภาคใต้ และจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากผู้คนที่เดินทางไม่คุ้นเส้นทาง และเป็นเส้นทางเปลี่ยวห่างไกลชุมชน ยิ่งเดินทางช่วงกลางคืนด้วยแล้ว ยิ่งเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า


ได้มีข้อแนะนำวิธีการป้องกันแกงค์ปาหินใส่รถยนต์ หรือช่วยบรรเทาผลร้ายได้บ้าง ดังนี้


1. ให้ฟีลม์กรองแสงชนิดใสที่กระจกหน้าทั้งบาน ประโยชน์นอกจากกันความร้อนแล้วฟีล์มยังช่วยดูดซับแรงกระแทกจากก้อนหินที่มากระทบได้ดี


2. ส่วนใหญ่การปาหินมักเกิดขึ้นตอนกลางคืน บนถนนสายเปลี่ยว และมืด หากท่านขับรถผ่านถนนที่มีลักษณะดังกล่าว ควรเปิดไฟสูง (เมื่อมีโอกาส) เพื่อสอดส่องดูว่ามีรถจักรยานยนต์กำลังขับขี่สวนทางมาหรือไม่ เนื่องจากคนร้ายมักซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ที่ไม่เปิดไฟหน้า


หากท่านเปิดไฟสูง นอกจากจะช่วยให้ท่านมองเห็นคนร้ายแล้ว ยังจะช่วยบดบังสายตาของคนร้ายได้ด้วย (ทำให้คนร้ายตาพร่าจากแสงไฟของท่าน) นอกจากนั้นท่านไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูงบนถนนที่มีลักษณะนี้ และให้ระวังทางโค้งมากเป็นพิเศษ เพราะคนร้ายมักใช้ทางโค้งเป็นจุดดักซุ่มรอ


3. หากท่านสังเกตเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์ กำลังขับขี่สวนทางมายังท่าน ท่านควรรีบชะลอความเร็วและเปลี่ยนช่องการจราจรให้ออกห่างจากรถจักรยานยนต์ดังกล่าวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร)


ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนช่องจราจรได้ ให้ลดความเร็วให้เหลือเพียง 40–60 พร้อมกับเปิดสัญญาณไฟกะพริบเพื่อเตือนรถที่ตามหลังท่านมาว่า ท่านกำลังจะชะลอตัว ความเร็วยิ่งช้าเท่าไร ความแรงของก้อนหินที่มากระทบรถของท่านก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น


4. หากรถของท่านถูกปาหินใส่ได้รับความเสียหายแล้ว อย่าจอดรถในบริเวณนั้นทันที เพราะคนร้ายอาจตามมาปล้นทรัพย์สินของท่าน พยายามประคองรถช้าๆ ไปจนกว่าจะพบผู้คน และเข้าขอความช่วยเหลือ


เหตุการณ์ปาหินในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สร้างความเสียหายมากมาย มีผู้คนบาดเจ็บ และเสียชีวิตไปไม่น้อย ผู้ประสบเหตุร้ายนี้มีทั้ง ดารา นักร้อง นักแสดง ตลก ข้าราชการระดับสูง พ่อค้านักธุรกิจ นักท่องเที่ยว ตลอดจนชาวบ้านทั่วไป หลายคนต้องเสียชีวิต บางคนต้องมีร่างกายพิการ บางคนก็บาดเจ็บ อีกทั้งรถยนต์ และทรัพย์สินเสียหาย


ทีนี้ลองมามองด้านของประกันภัย หากเกิดเหตุการณ์เสียหายเช่นนี้ จะทำการเคลมอะไรได้บ้าง เรามาแยกเป็น 2 ส่วน คือ


1. ส่วนที่เกี่ยวกับชีวิตร่างกาย หากเสียชีวิต หรือบาดเจ็บต้องรักษา ในเบื้องต้นสามารถเคลมจากกรมธรรม์ พรบ. หรือ กรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถได้เลย เพราะรถทุกคันต้องทำประกัน พรบ. ตามกฎหมายอยู่แล้ว


ความคุ้มครองที่จะได้รับตามกรมธรรม์ พรบ. คือ ผู้ประสบภัย จะได้รับความคุ้มครองในความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บ เป็นค่าปลงศพในกรณีเสียชีวิต โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด บริษัทจะชดใช้ให้แก่ผู้ประสบภัย หรือทายาทของผู้ประสบภัย ภายใน 7 วัน นับแต่บริษัทได้รับคำร้องขอ ค่าเสียหาย ดังกล่าว เรียกว่า “ค่าเสียหายเบื้องต้น” โดยมีจำนวนเงิน ดังนี้


กรณีบาดเจ็บ จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท


กรณีเสียชีวิต จะได้รับการชดใช้เป็นค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพ จำนวน 35,000 บาท


กรณีเสียชีวิตภายหลังการรักษาพยาบาล จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท และค่าปลงศพ จำนวน 35,000 บาท รวมแล้วจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 50,000 บาท


ค่าเสียหายส่วนเกินกว่าค่าเสียหายเบื้องต้น


เป็นค่าเสียหายที่บริษัทจะชดใช้ให้ภายหลังจากที่มีการพิสูจน์ความรับผิดตามกฎหมายแล้ว โดยบริษัทที่รับประกันภัยรถที่เกิดเหตุ ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ประสบภัยหรือทายาทผู้ประสบภัย เมื่อรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นที่ผู้ประสบภัยหรือทายาทได้รับแล้ว เป็นดังนี้


กรณีบาดเจ็บ เป็นค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามความเป็นจริงไม่เกิน 50,000 บาท


กรณีเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ จำนวน 100,000 บาท ไม่ว่าจะมีการรักษาพยาบาลหรือไม่


ในส่วนของการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตของคนขับขี่ หรือผู้โดยสารในรถคันที่เกิดเหตุนี้ หากคนคันนั้นได้ทำประกันภาคสมัครไว้ ไม่ว่าจะเป็นประเภท 1, 2, 3, 3 พลัส, 5 และกรมธรรม์มีความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้ด้วยก็สามารถจะเคลมค่ารักษาพยาบาล หรือ ค่าเสียชีวิตเพิ่มจากกรมธรรม์ พรบ. ได้ตามที่มีคุ้มครองไว้


2. ส่วนของความเสียหายเกี่ยวกับตัวรถที่เกิดอุบัติเหตุ เช่น กระจก ตัวถัง หรือ อุปกรณ์อื่นๆ สามารถทำเคลมได้เฉพาะรถคันที่ทำประกันประเภท 1 หรือ ชั้น 1 ไว้เท่านั้น ส่วนประเภทอื่นๆ ไม่สามารถเคลมได้เนื่องจากไม่มีความคุ้มครองตัวรถ หรือหากมีก็จะต้องเกิดจากคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบกมาเฉี่ยวชน แต่ก้อนหินที่ถูกปาใส่นั้น ไม่ใช่ยานพาหนะใดๆ จึงไม่เข้าเงื่อนไขความคุ้มครอง


กรณีมีประกันภัยประเภท 1 ไว้และรถที่ถูกปาหินใส่มีความเสียหายชัดเจน เช่น กระจกแตกร้าว หรือ ตัวถังบุบ อุปกรณ์เสียหาย ให้แจ้งทำเคลมทันทีที่เกิดเหตุอย่ารอทิ้งไว้แล้วมาแจ้งภายหลัง และควรมีการแจ้งความกับเจ้าหน้าตำรวจไว้เป็นหลักฐาน กรณีนี้บริษัทประกันจะทำเคลมโดยการจัดซ่อมให้โดยไม่ต้องเสียค่าความเสียหาย 1,000 บาท แรก


ในกรณีที่ความเสียหายไม่ชัดเจน หรือ ไม่แจ้งเคลมในทันทีที่เกิดเหตุโดยมาแจ้งภายหลัง และไม่มีหลักฐานการแจ้งความด้วย บริษัทประกันอาจเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ใหม่ (ข้อ 4) กรณีไม่มีคู่กรณี หรือ ความเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากชน ซึ่งเงื่อนไขนี้ได้เริ่มใช้มาตั้งแต่ 1 มกราคม 2552 ตามที่เคยนำเสนอมาแล้ว


นอกจาก 2 ข้อ ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ผู้เสียหาย หรือทายาท สามารถเคลมประกันภัยอื่นๆ หรือประกันชีวิต หรือใช้สิทธิเรียกร้อง เบิกค่ารักษา ค่าเสียชีวิต ได้ตามสิทธิที่มี เช่น ประกันสังคม ประอุบัติเหตุ ฌาปนกิจสงเคราะห์ รวมถึงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ก่อเหตุฐานละเมิดได้ตามกฎหมาย


กรณีไม่ได้รับความสะดวก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับประกันภัย โทรสายด่วนประกันภัย 1186
------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล นิติธรรมโกศล formula@autoinfo.co.th
นิตยสาร formula ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2552
คอลัมน์ ทั่วไป
อัพเดทล่าสุด
7 Apr 2021

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
6.6-10.1 ล้าน
2.
2.2-2.7 ล้าน
3.
2.6-4.7 ล้าน
4.
2.2 ล้าน
5.
21.5 ล้าน
6.
2.5 ล้าน
7.
0.7-1.0 ล้าน
8.
6.3-9.4 ล้าน
9.
4.6-6.0 ล้าน
10.
0.7-1.2 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ