เอาดี อาร์เอส 6 อาวันท์


รถพันธุ์เยอรมันอีกคันหนึ่งที่นำมาให้ชื่นชมกันในเดือนนี้ ไม่ใช่รถสปอร์ท "ซูเพอร์คาร์" อย่าง โพร์เช 911 เทอร์โบ กาบริโอเลต์ (PORSCHE 911 TURBO CABRIOLET) ที่ผ่านตาไปแล้ว แต่เป็นรถตัวถัง 5 ประตูตรวจการณ์ 5 ที่นั่ง ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น "อภิมหาตรวจการณ์" เพราะเห็นตัวเลขพละกำลังของเครื่องยนต์และสมรรถนะความเร็วของตัวรถแล้ว รถสปอร์ทแท้ๆ หลายรุ่นหลายแบบ ต้องยอมชิดซ้ายให้โดยดุษณี


เอาดี อาร์เอส 6 อาวันท์ (AUDI RS6 AVANT) รถแบบใหม่ล่าสุดของค่าย "สี่ห่วง" ปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทครั้งที่ 62 เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา และมีกำหนดออกจำหน่ายทั้งแบบพวงมาลัยซ้าย และพวงมาลัยขวา ในเดือนเมษายน 2008


เห็นรหัส RS คนรักรถที่คุ้นเคยกับผลงานของค่าย "สี่ห่วง" มาบ้าง ย่อมทราบกันดีว่า เป็นรหัสของรถแบบพิเศษ ที่เน้นความแรงและความเร็ว สไตล์เดียวกับรถรหัส M ของค่าย บีเอมดับเบิลยู และรถ
AMG ของค่าย เมร์เซเดส-เบนซ์ เอาดี อาร์เอส 6 อาวันท์ ที่เห็นอยู่นี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เป็นรถแบบพิเศษซึ่งพัฒนาจากรถ เอาดี เอส 6 อาวันท์ (AUDI S6 AVANT) รุ่นล่าสุด ซึ่งเริ่มจำหน่ายในเมืองเบียร์เมื่อกลางปี 2006 โดยมีการปรับปรุงรายละเอียดมากมาย ทั้งในส่วนของตัวถังและเครื่องยนต์กลไก เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการขับขี่และความเร็ว ให้สมกับชื่อรหัส RS


ในส่วนของตัวถังซึ่งมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดในหลายๆ จุดเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และเพิ่มเติมภาพลักษณ์ของรถสมรรถนะสูง จุดที่พอจะสังเกตเห็นได้ด้วยสายตา มีอยู่หลายจุด ตัวอย่าง คือ
แผงกระจังหน้ารูปสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่โตมโหฬารติดโลโก "สี่ห่วง" โดดเด่นมองเห็นได้แต่ไกล กันชนหน้าที่ออกแบบขึ้นใหม่ ธรณีประตูที่มีขนาดกว้างขึ้น และกระจกมองข้างที่ออกแบบขึ้นใหม่


อย่างไรก็ตาม กล่าวอย่างตรงไปตรงมา หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่เครื่องยนต์ ซึ่งกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในสายการผลิตของค่าย "สี่ห่วง" โดยมีข้อแม้ว่า ต้องไม่นับเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลที่ติดตั้งในรถแข่งทางไกล เอาดี อาร์ 10 (AUDI R10) ซึ่งสร้างชื่อลือลั่นในฐานะรถดีเซลแบบแรกในประวัติศาสตร์ ที่สามารถชนะการแข่งรถ เลอ มองส์ 24 ชม. อันโด่งดัง เป็นเครื่องยนต์เบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 10 สูบ 5,204 ซีซี ที่ใช้อยู่แล้วในรถ เอาดี เอส 6 (AUDI S6) และ รถธง เอาดี เอส 8 (AUDI S8) แต่ปรับแต่งรายละเอียดมากมาย รวมทั้งติดเทอร์โบชาร์เจอร์เข้าไป 2 ตัว ทำให้กำลังสูงสุดพุ่งพรวดพราดจาก 450 เป็น 580 แรงม้า และได้แรงบิดสูงสุด 66.3 กก.-ม.ที่รอบต่ำแค่ 1,500 รตน. เท่านั้นเอง ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังผ่านระบบขับ 4 ล้อ (QUATTRO) แบบใช้คลัทช์ความหนืด (VISCOUS COUPLING) เป็นเกียร์อัตโนมัติ TIPTRONIC 6 จังหวะ


สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของ เอาดี อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.6 วินาที อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม.ทำได้ใน 14.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดด้วยอุปกรณ์อีเลคทรอนิคไว้ที่ 250 กม./ชม. ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย


สนนราคาค่าตัวรวมภาษีของรถพวงมาลัยซ้ายในตลาดเมืองเบียร์ เริ่มต้นที่ระดับ 101,750 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 5.09 ล้านบาทไทย มีรถตรวจการณ์แบบไหนที่ค่าตัวแพงกว่านี้ ? วานบอกด้วย
------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร formula ฉบับเดือน มกราคม ปี 2551
คอลัมน์ รถใหม่
อัพเดทล่าสุด
24 Nov 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
5.9-7.4 แสน
2.
5.7-8.3 แสน
3.
6.0-6.4 แสน
4.
1.9-2.1 ล้าน
5.
4.4-4.9 ล้าน
6.
2.3 ล้าน
7.
2.2-2.6 ล้าน
8.
2.0-2.3 ล้าน
9.
2.9-4.3 ล้าน
10.
3.9-4.5 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ