เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีที สปีด


รถพันธุ์อังกฤษคันสุดท้ายที่นำมาให้ชมกันในเดือนนี้ คือ เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีที สปีด (BENTLEY CONTINENTAL GT SPEED) เป็นรถสปอร์ทพันธุ์อังกฤษ ซึ่งคนรักรถบางคนอาจแย้งว่า ไม่ใช่รถพันธุ์อังกฤษแท้ แต่เป็นรถอังกฤษพันธุ์ลูกผสม เพราะมีสายเลือดของเยอรมันปะปนอยู่หลายเปอร์เซนต์ จะว่าอย่างนั้นก็คงไม่ผิด และก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจอะไร ถึงแม้ว่าเมื่อตัดสินจากชื่อเสียงเรียงนาม เบนท์ลีย์ (BENTLEY) คือ รถพันธุ์อังกฤษตัวจริงเสียงจริง แต่ใครๆ ก็รู้ กิจการผลิต และจำหน่ายรถพันธุ์อังกฤษยี่ห้อนี้ กลายเป็นสมบัติในความครอบครองของ โฟล์คสวาเกน กรุพ (VOLKSWAGEN GROUP) แห่งเยอรมนี มานมนานหลายปีแล้ว


ก่อนหน้านี้ ผู้ผลิตรถยนต์เชื้อชาติอังกฤษ/สัญชาติเยอรมัน มีรถ เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล (BENTLEY CONTINENTAL) ให้ลูกค้าเลือกใช้รวม 3 แบบ คือ เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีที (BENTLEY
CONTINENTAL GT) รถ 2 ประตูคูเป 2+2 ที่นั่ง ติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ DOHC ดับเบิลยู 12 สูบ 5,998 ซีซี 560 แรงม้า เริ่มจำหน่ายในยุโรปเมื่อเดือนตุลาคม 2003 เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล ฟลายอิง สเปอร์ (BENTLEY CONTINENTAL FLYING SPUR) รถ 4 ประตูซาลูน 5 ที่นั่ง ติดตั้งเครื่องยนต์บลอคเดียวกับรถแบบแรก เริ่มจำหน่ายเมื่อกลางปี 2005 และ เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีทีซี (BENTLEY CONTINENTAL GTC) รถ 2 ประตูเปิดประทุน 2+2 ที่นั่ง ติดตั้งเครื่องยนต์บลอคเดียวกับรถ 2 แบบแรก และเริ่มจำหน่ายในตลาดยุโรปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2006


แต่ที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทครั้งที่ 62 ซึ่งมีขึ้นเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทรายนี้ก็เพิ่มทางเลือกให้แก่คนรักรถเงินหนาที่ประสงค์จะเป็นเจ้าของรถ เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล อีกทางหนึ่ง คือ เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีที สปีด (BENTLEY CONTINENTAL GT SPEED) ที่กำลังอวดตัวบนหน้ากระดาษในขณะนี้


พัฒนาจากรถ เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีที โดยมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งในส่วนที่มองเห็นด้วยตาเปล่าและส่วนที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ การเปลี่ยนแปลงในส่วนของตัวถังภายนอกมีอยู่ไม่กี่จุด และเป็นเพียงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จนสังเกตแทบไม่เห็น หากไม่คุ้นกันจริง ตัวอย่าง คือ แผงกระจังหน้ารมดำ กันชนหน้าที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ไปเล็กน้อย และกระทะล้อขนาด 20 นิ้วที่ออกแบบขึ้นใหม่สำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ ความเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอยู่ที่เครื่องยนต์และระบบรองรับ


เครื่องยนต์ที่ใช้ยังคงเป็นเครื่องทวินเทอร์โบ DOHC ดับเบิลยู 12 สูบ 5,998 ซีซี บลอคเดิม แต่ปรับแต่งมากมาย ตั้งแต่ออกแบบห้องเพลาข้อเหวี่ยงเสียใหม่ เพื่อลดการสูญเสียภายในให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ลดน้ำหนักก้านสูบ ไปจนถึงเพิ่มแรงบูสต์อีก 0.1 เป็น 0.7 บาร์ ซึ่งผลลัพธ์ ก็คือ กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นทันตาเห็น จาก 560 แรงม้า ที่ 6,100 รตน.เป็น 610 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. ในขณะที่แรงบิดสูงสุดเพิ่มจาก 66.4 กก.-ม.ที่ 1,600 รตน.เป็น 76.5 กก.-ม.ที่รอบเดียวกัน และผลลัพธ์ในบั้นปลาย ก็คือ รถโมเดลนี้กลายเป็นรถตลาดติดเครื่องหมาย "ปีกบิน" ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นรถแบบแรกของค่ายนี้ ที่ทำความเร็วได้สูงกว่า 200 ไมล์/ชม. คือ ทำได้ถึง 202 ไมล์/ชม. หรือเท่ากับประมาณ 326 กม./ชม.นั่นเทียว


สนนราคาค่าตัวของรถพวงมาลัยขวาในตลาดเมืองผู้ดี ซึ่งเปิดให้สั่งจองมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม เริ่มต้นที่ระดับ 137,500 ปอนด์ หรือเท่ากับประมาณ 9.63 ล้านบาทไทย
------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร formula ฉบับเดือน มกราคม ปี 2551
คอลัมน์ รถใหม่
อัพเดทล่าสุด
7 Apr 2021

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
6.6-10.1 ล้าน
2.
2.2-2.7 ล้าน
3.
2.6-4.7 ล้าน
4.
2.2 ล้าน
5.
21.5 ล้าน
6.
2.5 ล้าน
7.
0.7-1.0 ล้าน
8.
6.3-9.4 ล้าน
9.
4.6-6.0 ล้าน
10.
0.7-1.2 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ