ปตท. ฯ


ปตท. ฯ

เปิดสถานีบริการพลังงานแสงอาทิตย์

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานีบริการต้นแบบพลังงานแสงอาทิตย์ ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นระบบที่มีการต่อเชื่อมโยงกับระบบสายส่งของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โดยในบางช่วงที่ระบบมีการผลิกระแสไฟฟ้าเกินกว่าความต้องการ ก็สามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ขายคืนเข้าสายส่งของ กฟน. ได้


สถานีบริการต้นแบบพลังงานแสงอาทิตย์ ได้ติดตั้งแผง SOLAR CELL (แบบผลึก หรือ MONO CRYSTALLINE SILICON) กำลัง 180 วัตต์ ขนาด 1.55 ตารางเมตร/แผ่น จำนวน 243 แผ่น ไว้บนหลังคาคลุมเกาะจ่าย มีขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าได้ 43.74 กิโลวัตต์ เพื่อใช้งานบริเเวณตู้จ่ายน้ำมันทุกชนิดรวมทั้งพลังงานทดแทน ได้แก่ พีทีที แกสโซฮอล์ 91, 95 พลัส ไบโอดีเซล (B5) และแกสธรรมชาติสำหรับ เอนจีวี รวมทั้งไฟฟ้าแสงสว่างโดยรอบสถานีบริการน้ำมันด้วย


สำหรับสถานีบริการต้นแบบพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้ สามารถวัดผลได้ทันที คือ จะช่วยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีอัตราเรียกเก็บแบบก้าวหน้า สามารถประหยัดได้ประมาณ 15,000 ลิตร/ปี และยังลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 33,726 กก./ปี


ระยองเพียว ฯ

เดินหน้าโรงงานไบโอดีเซล

ศุภพงศ์ กฤษณกาญจน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้การดำเนินงานของ บริษัท เพียวไบโอดีเซล จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซล (B100) มีความคืบหน้าไปแล้ว 22 % คาดว่าจะสามารถเริ่มทำการผลิตและจำหน่ายได้ประมาณเดือนสิงหาคม 2551 มีกำลังการผลิตทั้งหมด 1 แสนตัน/ปี หรือประมาณ 3 แสนลิตร/วัน และในอนาคตมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 6 แสนลิตร/วัน หากมีปริมาณความต้องการเพิ่มมากขึ้น หากรัฐบาลไม่เปลี่ยนแปลงนโยบาย และความต้องการในตลาดเพิ่มมากขึ้น บริษัทก็มีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วงแรกนั้นจะเป็นการผลิตเพื่อขายภายในประเทศ โดยจะขายให้ระยองเพียว ฯ 30 % ส่วนที่เหลือก็จะขายให้กับโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ เช่น เชลล์ และเอสโซ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะส่งออกไปขายตลาดในยุโรปอีกด้วย


อย่างไรก็ตาม การลงทุนครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารกสิกรไทยจำนวน 400 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในส่วนของการสร้างโรงงาน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 200 ล้านบาท ส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินลงทุนในบริษัทเพียวไบโอดีเซล ฯ โดยมีระยะเวลาใช้หนี้คืนภายใน 7 ปี ซึ่งบริษัทตั้งเป้ารายได้จากการดำเนินการผลิตเต็มที่ไว้ที่ประมาณ 2.5 พันล้านบาท/ปี คาดว่าจะมกำไร 195 ล้านบาท/ปี และสามารถคืนทุนภายใน 5 ปี


นอกจากนี้บริษัท ฯ ยังได้วางเป้าหมายเพิ่มรายได้ที่เกี่ยวเนื่องกับโรงกลั่นทั้งหมด คาดว่าปีนี้จะมีรายได้เพิ่มเป็น 40,000 ล้านบาท และภายใน 2 ปี จะเพิ่มเป็น 100,000 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายได้ประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยธุรกิจใหม่ที่ให้ความสำคัญ และเพื่อสร้างรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย คือ นำเข้าน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูปมาจำหน่าย และธุรกิจปิโตรเคมี ที่เกี่ยวเนื่องกับการกลั่นน้ำมัน รวมไปถึงการค้าระหว่างประเทศ หากสามารถดำเนินการได้ตามแผน บริษัทจะขยายกำลังการกลั่นจากปัจจุบันมีกำลังการกลั่นที่วันละ 17,000 เพิ่มเป็นวันละ 34,000 บาร์เรล

"บริษัทมีแผนขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันส่งออกผลิตภัณฑ์ไปจีน เวียดนาม และล่าสุดได้ก่อสร้างคลังเก็บน้ำมันที่กัมพูชา นอกเหนือจากการนำเข้ามาขายในประเทศ ยังเป็นรูปแบบของการซื้อขายจากประเทศหนึ่งได้อีกประเทศหนึ่ง โดยไม่ต้องผ่านเมืองไทย "นายศุภพงศ์ กล่าว


อาร์เอซี โกลบอล ฯ

ทุ่มกว่าพันล้านตั้งโรงงานผลิตเอธานอล

จิรายุ วสุรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท อาร์ เอ ซี โกลบอล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยถึงแผนการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเอธานอลว่า จากการศึกษาความต้องการของตลาดที่ผ่านมา พบว่า แม้ตลาดเอธานอลในประเทศไทย จะเริ่มมีภาวะผลผลิตล้นตลาด แต่ความต้องการในตลาดต่างประเทศยังมีสูง โดยเฉพาะประเทศจีน บริษัท ฯ จึงตัดสินใจเปิดโรงงานผลิตเอธานอลขึ้นที่จ. จันทบุรี ใช้งบประมาณลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยได้รับความร่วมมือจาก THE ORIENTAL SCIENTIFIC INSTRUMENT IMPORT & EXPORT (GROUP) CORP. หน่วยงานในสังกัดสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้ โดยมีสัญญาความร่วมมือ 1 ปี


ทั้งนี้ คาดว่าโรงงานดังกล่าวจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2551 มีกำลังการผลิตเฉลี่ยวันละ 100,000 ลิตร หรือประมาณ 30,000 ตัน/ปี คิดเป็นผลประกอบการปีแรกกว่า 1,000 ล้านบาท และจะขยายเพิ่มเป็น 60,000 ตัน/ปี ในปี 2552 เน้นส่งออกตลาดต่างประเทศ โดยมีตลาดหลัก คือ ประเทศจีน และอนาคตจะมีการขยายไปยังประเทศอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม ในอนาคต หากความต้องการเอธานอลในประเทศไทยสูงขึ้น บริษัท ฯ อาจขยายช่องทางการจำหน่ายภายในประเทศ



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการข่าวธุรกิจและสังคม
ภาพโดย : -
นิตยสาร formula ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2550
คอลัมน์ ทั่วไป
อัพเดทล่าสุด
15 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
3.3-7.6 ล้าน
2.
3.2-5.8 ล้าน
3.
6.7-10.8 ล้าน
4.
3.2-5.2 ล้าน
5.
7.1-11.7 ล้าน
6.
1.3-1.7 ล้าน
7.
2.8 ล้าน
8.
0.9-1.1 ล้าน
9.
0.8-1.0 ล้าน
10.
1.2-1.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ