แคดิลแลค เอสทีเอส


ผลงานใหม่เอี่ยมอีกชิ้นหนึ่งของค่าย แคดิลแลค ที่นำมาเสนอในเดือนนี้ คือ แคดิลแลค เอสทีเอส (CADILLAC STS) เป็นรถสุดหรูระดับ FULL-SIZE LUXURY CAR ซึ่งผู้ใช้รถในเมืองมะกันรู้จักและคุ้นเคยกันดี และนับเป็นรถ แคดิลแลค ซึ่งมีค่าตัวแพงเป็นอันดับ 2 รองจากรถสปอร์ท แคดิลแลค เอกซ์แอลอาร์ (CADILLAC XLR) ซึ่งเป็นสุดยอดรถเปิดประทุนพันธุ์อเมริกันในปัจจุบัน


แคดิลแลค นำรถ แคดิลแลค เอสทีเอส ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อปีโมเดล 2005 ในฐานะตัวตายตัวแทนของรถ แคดิลแลค เซวิลล์ (CADILLAC SEVILLE) ซึ่งอยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 1988 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเป็นรถที่แทนที่กัน แต่รถ 2 แบบนี้ก็มีความแตกต่างประการสำคัญ คือ แคดิลแลค เซวิลล์ เป็นรถขับล้อหน้า ส่วน แคดิลแลค เอสทีเอส เป็นรถขับล้อหลัง


ในตลาดอเมริกาเหนือ แคดิลแลค เอสทีเอส มีฐานะเป็นรถธง ที่ค่ายนี้ใช้รับมือกับรถของค่ายยุโรป และค่ายญี่ปุ่น อย่าง บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 (BMW 5-SERIES) เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ E-CLASS) เลกซัส จีเอส (LEXUS GS) และ อคูรา อาร์แอล (ACURA RL)


แต่ในตลาดยุโรป แคดิลแลค เอสทีเอส มีฐานะเป็นรถซีดานขนาดใหญ่ที่สุดของค่าย จีเอม ที่แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดกับรถสุดหรูของเจ้าถิ่นอย่าง เอาดี เอ 8 (AUDI A8) บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-7 (BMW 7-SERIES) แจกวาร์ เอกซ์เจ (JAGUAR XJ) และ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ S-CLASS)


สำหรับ แคดิลแลค เอสทีเอส ที่เห็นอยู่นี้ ปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์คครั้งล่าสุด เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นรถที่ได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ "ยกหน้า" และมีกำหนดออกตลาดปลายปีนี้ ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2008


ตัวถังทรง 3 กล่อง ยาว 4.986-5.019 ม. กว้าง 1.844 ม. และสูง 1.463-1.477 ม. ได้รับการปรับปรุงในหลายๆ จุดทั้งภายนอกภายใน ความเปลี่ยนแปลงภายนอกที่สังเกตเห็นได้ชัด คือ แผงกระจังหน้าที่มีขนาดโตขึ้น และดูดุดันขึ้น กับช่องดักลมเหนือบังโคลน ซึ่งไม่มีในรถรุ่นปีโมเดล 2006 ส่วนภายในห้องโดยสาร ทุกอย่างยังคงเดิม นอกจาก 2 รายการที่เปลี่ยนไป คือ พวงมาลัยกับวัสดุหุ้มเบาะและผนัง


มีทั้งแบบขับล้อหลัง และขับ 4 ล้อ โดยแยกโมเดลให้เลือกใช้ตามรสนิยมรวม 5 โมเดล คือ


CADILLAC STS V-6 RWD

CADILLAC STS V-6 AWD

CADILLAC STS V-8 RWD

CADILLAC STS V-8 AWD

CADILLAC STS-V


2 โมเดลแรก ติดตั้งเครื่องยนต์ DOHC วี 6 สูบ 3,564 ซีซี 302 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลัง หรือทั้งคู่หน้าและคู่หลัง ผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ


2 โมเดลถัดไป ติดตั้งเครื่องยนต์ DOHC วี 8 สูบ 4,565 ซีซี 320 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลัง หรือทั้งคู่หน้าและคู่หลัง ผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ


ส่วนโมเดลสุดท้าย คือ CADILLAC STS-V ซึ่งเป็นรถโมเดลหัวกะทิ ติดตั้งเครื่องยนต์ ซูเพอร์ชาร์จ DOHC วี 8 สูบ 4,371 ซีซี 469 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลัง ผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งมีอัตราทดเฟืองต่างไปจาก 4 โมเดลที่เหลือ


สนนราคาค่าตัวที่ซื้อขายกันในตลาดสหรัฐอเมริกา มีราคาเริ่มต้น (BASE PRICE) อยู่ระหว่าง 43,100-79,000 เหรียญ หรือเท่ากับประมาณ 1.47-2.69 ล้านบาท
------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร formula ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2550
คอลัมน์ รถใหม่
อัพเดทล่าสุด
11 Jun 2021

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
3.3 ล้าน
2.
5.9 ล้าน
3.
1.9-2.1 ล้าน
4.
2.6 ล้าน
5.
3.3-9.8 ล้าน
6.
6.9-7.1 ล้าน
7.
4.9-6.4 แสน
8.
16.7 ล้าน
9.
6.6-10.1 ล้าน
10.
2.2-2.7 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ