มิเชอแลง/เมร์เซเดส-เบนซ์ /โพร์เช/นิสสัน/วอกซ์ฮอลล์/โตโยตา/ดอดจ์


มิเชอแลง

ปฏิวัติวงการยางรถยนต์

มิเชอแลง ได้คิดค้นและพัฒนายางจนได้เป็นต้นแบบแห่งยางในอนาคต ที่ไม่ต้องอาศัยแรงดันลมยาง ชุดล้อ และยางใหม่นี้ ทาง มิเชอแลง เรียกว่า TWEEL ที่มีชิ้นส่วนหลักคือ วงล้อที่ให้ความยืดหยุ่นได้ประกอบกับแถบของดอกยางโดยมีก้าน หรือซี่ที่ทำจากยางและดุมล้อที่รองรับก้านยางนี้อีกที

TWEEL ไม่ต้องอาศัยแรงดันลมยาง ทั้งขอบล้อ และก้านยางก็มีความยืดหยุ่นให้ตัวได้ ทำให้รองรับแรงสั่นสะเทือนจากระบบรองรับได้ด้วยดี เมื่อเทียบกับล้อ และยางในขนาดเดียวกันที่ใช้งานทั่วไป TWEEL มีน้ำหนักมากกว่าถึง 5 เปอร์เซนต์ แต่เมื่อใช้งานจริงแล้ว กลับช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นถึง 1 เปอร์เซนต์ตามการวิจัยของวิศวกรมิเชอแลง TWEEL ใช้ชิ้นส่วนน้อยกว่ายางเรเดียลทั่วไป นอกจากนี้ดอกยางยังมีอายุการใช้งานมากกว่าดอกยางเรเดียลทั่วไป 2-3 เท่า

มิเชอแลง บอกว่ากองทัพสหรัฐอเมริกา ได้แสดงความสนใจเทคโนโลยียางใหม่นี้ ในกรณีที่กำลังพลของกองทัพต้องลงไปเปลี่ยนยางที่แบนท่ามกลางสมรภูมิรบ ยางรุ่นนี้ได้ผ่านการทดสอบขั้นต้นจากผู้เชี่ยวชาญของกองทัพเรียบร้อยแล้ว ในการขับผ่านกับระเบิด ซึ่ง TWEEL เสียหายเล็กน้อยในส่วนของก้านยางและดอกยางเท่านั้น

มิเชอแลง บอกว่าต้องรอประมาณ 10 ปีกว่าที่จะมีการนำยางรุ่นนี้ไปใช้กับรถยนต์ที่ผลิตออกมาจริง ตอนนี้มีการผลิตใช้จริงแล้วกับรถวีลแชร์ IBOT ที่คิดค้นโดย ดีน คาเมน (DEAN KAMEN) นักประดิษฐ์ของ SEGWAY

TWEEL ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนามากกว่านี้ ก่อนที่จะมีการนำมาใช้งานกับรถยนต์จริง สำหรับการใช้งานบนทางทราย/โคลนเลน ที่คาดว่าน่าจะมีปัญหา แต่สำหรับผู้ที่รักการผจญภัยโดยรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ปรารถนาความนุ่มนวลตลอดเส้นทางการเดินทาง ขับขี่ไปตลอดทางได้โดยไม่ต้องกังวลใจในเรื่องของลมยางรั่ว TWEEL น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ


เมร์เซเดส-เบนซ์

เตรียมขาย เอม-คลาสส์

นับจากที่ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอม-คลาสส์ แจ้งเกิดครั้งแรกในปี 1997 วิศวกรของ เมร์เซเดส-เบนซ์ ได้มีการปรับปรุงสมรรถนะทั้งบนทางเรียบและทางวิบากมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นตัวถังโมโนคอค เครื่องยนต์ เกียร์ รวมถึงระบบไฟฟ้าควบคุมต่างๆ ในรถ รวมถึง เอม-คลาสส์ ใหม่ล่าสุดคันนี้ด้วย

เครื่องยนต์ดีเซลแบบ วี 6 สูบ CDI มีให้เลือก 2 ความจุ คือ 2.8 และ 3.2 ลิตร สำหรับรุ่น 2.8 ลิตรเทอร์โบดีเซล มีแรงม้าและแรงบิด 190 แรงม้า และ 44.8 กก.-ม. ตามลำดับ ส่วนรุ่น 3.2 ลิตร มีแรงม้าและแรงบิด 224 แรงม้า และ 52.0 กก.-ม. ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน วี 6 สูบ 3.5 ลิตร มีแรงม้าและแรงบิด 271 แรงม้า/35.6 กก.-ม. และเบนซิน วี 8 สูบ มีแรงม้า 305 แรงม้า แรงบิด 46.9 กก.-ม. ตามลำดับ เครื่องยนต์ทุกรุ่นทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ และเกียร์ทดกำลังขับเคลื่อนด้วยโซ่แบบอัตราทดเดียว ที่ทำให้ระบบขับเคลื่อนแบบโฟร์วีล ฟูลล์ไทม์ และมีเกียร์ทดกำลังแบบอัตราทดคู่เป็นออพชันให้เลือก

เมร์เซเดส-เบนซ์ เอม-คลาสส์ ใหม่ มีขนาดตัวถังใหญ่กว่า และดูไร้เหลี่ยมมุมมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศลดลงจากรุ่นก่อน 0.39 เหลือ 0.34 สำหรับรุ่นใหม่นี้ มีการนำเอาระบบควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้าต่างๆ มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นระบบฮิลล์ เดสเซนท์ คอนทโรล สตาร์ท ออฟ แอสซิท หรือระบบช่วยในการออกตัว ระบบทแรคชัน คอนทโรล ระบบควบคุมการทรงตัวในขณะใช้ความเร็วสูง และระบบเบรคเอบีเอส ระบบรองรับแรงสั่นสะเทือนใช้เป็นแบบคอยล์สปริงทั้ง 4 ล้อ และมีออพชันเป็นระบบรองรับถุงลมที่สามารถปรับระดับความสูงช่วงล่างได้ ที่สามารถปรับให้กราวน์ดเคลียแรนศ์มากถึง 261 มม. ได้ ใครอยากได้ต้องรอไปประมาณปลายปีนี้


เมร์เซเดส-เบนซ์

อาร์-คลาสส์ ทนทุกสภาวะอากาศ

เมร์เซเดส-เบนซ์ ได้โชว์ระบบควบคุมอากาศภายในตัวรถของรุ่น อาร์-คลาสส์ ใหม่ ซึ่งเป็นรถครอสส์โอเวอร์ 4x4 ที่แม้ว่าอากาศภายนอกตัวรถจะร้อนจัดหรือเย็นจัดมากถึง -35 ถึง 55 องศาเซลเซียส ระบบปรับอากาศในตัวรถก็ยังสามารถเอาชนะอุณหภูมิที่วิกฤตภายนอกตัวรถได้อย่างสบาย การสาธิตให้นักข่าวยุโรป ได้รับทราบครั้งนี้ ทาง เมร์เซเดส-เบนซ์ ได้จัดขึ้นที่อุโมงค์ลมทดสอบสภาวะอากาศ ในกรุงเวียนนา


โพร์เช

เผยโฉม กาเยนน์ ใหม่

โพร์เช ได้ซุ่มทดสอบรถขับเคลื่อนสี่ล้อ รุ่น กาเยนน์ ใหม่ ทางตอนใต้ของเยอรมนี ที่มีช่วงหน้าและช่วงท้ายของรถถูกขัดเกลาให้ดูมีความเป็นรถสปอร์ทมากขึ้น รวมถึงเครื่องยนต์ที่โมดิฟายให้แรงขึ้นกว่าเดิม

เพื่อให้สามารถเอาชนะคู่แข่งอย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ เอม-คลาสส์, เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท และเอาดี คิว 7 ได้ ทาง โพร์เช ได้นำเอารุ่น กาเยนน์ มาปรับแต่งใหม่หลายส่วน เริ่มจากไฟหน้าปรับรูปร่างให้ดูโฉบเฉี่ยวขึ้น รวมถึงช่องดักลมหน้ารถก็ออกแบบใหม่ด้วย และขยับให้เลื่อนลงมาต่ำกว่าขอบล่างของไฟหน้า แนวของล้อหน้าถูกขยับไปด้านหน้า เชิงล่างของชายตัวถังถูกขยับให้ต่ำลง เพื่อให้การบาดเจ็บของผู้เดินเท้าที่ถูกรถชนมีน้อยที่สุดตามกฎข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัยใหม่ กราวน์ดเคลียแรนศ์สูงมากขึ้น เพื่อให้ผู้ถูกชนไม่ถูกรถลากครูดไปตามท้องถนนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไฟท้ายย่อส่วนให้เล็กลงรับกับกันชนหลังที่ออกแบบใหม่

แม้ว่ากำลังจากเครื่องยนต์ตัวเดิมที่ใช้ในรุ่นปัจจุบันจะแรงอยู่แล้ว แต่วิศวกร โพร์เช ยังยืนยันว่าไม่เพียงพอ จึงได้นำเอาเครื่องยนต์ของ โฟล์คสวาเกน รุ่น วี 6 สูบ 3.6 ลิตร ที่ใช้ในรุ่น ซูเพอร์ พัสสาท มาใช้ ซึ่งมีกำลังสูงสุด 280 แรงม้า มากกว่ารุ่น วี 6 สูบ 3.2 ลิตร ที่ใช้ใน กาเยนนต์ รุ่นปัจจุบันถึง 30 แรงม้า และเพื่อให้สามารถเอาม้าร่วม 300 ตัวนี้ได้อยู่มือ ในระบบห้ามล้อของล้อหน้าได้ใช้คาลิเพอร์จานเบรคแบบพิเศษ 8 ลูกสูบ มาใช้กับ กาเยนน์ รุ่นใหม่นี้


นิสสัน

เผยโฉมรถต้นแบบสุดเฉี่ยว "ซารูท"

นิสสัน เตรียมบรรจุรถขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นที่ถือว่าใหญ่ที่สุด เข้าสู่สายพานการผลิต และประมาณปลายปีนี้ จะนำรถแนวคิดคอมแพคท์-ครอสส์โอเวอร์ รุ่น กัชไก (QASHQAI) ซึ่งเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดเล็กเข้าสู่สายพานการผลิตเช่นกัน

สำหรับรถขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นยักษ์จากค่าย นิสสัน หลายคนคงจะได้เห็นผ่านตากันบ้างแล้ว จากงานมหกรรมยานยนต์เจนีวา ที่ผ่านมา ในรูปแบบของรถแนวคิด ซารูท (ZAROOT) เมื่อเข้าสู่ไลน์การผลิตคงจะผลิตควบคู่ไปกับรุ่น พาธไฟน์เดอร์ และนาวาดา แม้ว่าภายนอกของตัวรถจะดูใหญ่แหวกแนวมากเกินไปสักนิด แต่ภายในกลับตกแต่งหรูหรา


วอกซ์ฮอลล์

เปิดตัว ซาฟีรา โฉมใหม่

รถเอมพีวี 7 ที่นั่ง รุ่นที่นับว่าขายดีที่สุดในเมืองลุงแซม ได้ถูกปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ครั้งใหญ่ จากจุดเด่นของการจัดเบาะภายในแบบฟเลกซ์-7 ในรุ่น ซาฟีรา เดิม ได้ถูกพัฒนามาสู่เจเนอเรชันที่ 2 ที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์เจนีวา ที่ผ่านมา

ตัวถังรถรุ่นใหม่นี้ทั้งยาวกว่า กว้างกว่า และสูงกว่ารุ่นก่อน ส่งผลให้เนื้อที่ภายในตัวรถยังคงเอื้ออำนวยกับระบบจัดการเบาะแบบฟเลกซ์-7 อยู่ หลังคามีให้เลือกทั้งแบบหลังคากระจกพาโนรามิคใสตลอดจากหน้าจรดหลัง หรือหลังคาแบบซันรูฟ ที่แบ่งแยกเปิดแบบบลอคๆ แบบช่องใครช่องมัน แนวกลางด้านในของหลังคายังออกแบบให้เป็นกล่องสำหรับเก็บสิ่งของสัมภาระเล็กๆ ได้อีก

คันเกียร์ได้ถูกย้ายจากที่พื้นในรุ่นเดิมมาไว้ที่ด้านล่างของแผงหน้าปัดเหมือนกับ ฮอนดา ซีอาร์-วี คันโยกเบรคมือใช้แบบรูปตัวยู เหมือนกับที่ใช้ในเครื่องบินเหมือนกับ เรอโนลต์ เมกาน

ภายนอกปรับโฉมไฟหน้าใหม่ให้เหมือนกับรุ่น อัสตรา (ASTRA) แนวของเสาหน้าของรถปรับให้เอนมากขึ้น เพื่อรับกับแนวของสันฝากระโปรงหน้า ช่วยให้ตัวถังลู่ลมมากขึ้น

ขุมกำลังของ ซาฟีรา ใหม่ มีทั้งเบนซิน และดีเซล โดยที่เครื่องยนต์เบนซิน มีให้เลือกทั้งขนาด 1.6, 1.8 และ 2.0 ลิตร ส่วนดีเซล คอมมอนเรล มีให้เลือก 2 ขนาดคือ 1.7 และ 1.9 ลิตร ราคายังไม่มีการยืนยันแน่ชัด


โตโยตา

ผลัก เอฟเจ เข้าไลน์

โตโยตา เตรียมบรรจุรถแนวคิด เอฟเจ ซึ่งเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นยักษ์เข้าสู่ไลน์การผลิตประมาณปลายปีนี้ ทั้งนี้เนื่องมาจาก เอฟเจ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้เข้าชมงานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ เอฟเจ ก็ได้ปรากฏโฉมในรูปแบบของรถโพรดัคชันอีกครั้งในงานแสดงรถยนต์ชิคาโก ซึ่งก็เรียกความสนใจจากผู้เข้าชมได้มากอีกเช่นเดิม

โตโยตา คาดว่า เอฟเจ จะกลับมาเขย่าตลาดรถขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นยักษ์ในรูปโฉมแบบย้อนยุคอีกครั้ง โดยเน้นเจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นที่เพิ่งทำงานเก็บเงินได้แต่ยังรักที่จะขับรถเพื่อความสนุกสนานอยู่

เอฟเจ ครูเซอร์ นับเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อย้อนยุครุ่นคุณปู่ คือ เอฟเจ 40 แลนด์ ครูเซอร์ ยุค '60 โดย เอฟเจ ใหม่นี้ จะใช้โครงสร้างตัวถังจากรุ่น โฟร์รันเนอร์ วางเครื่องยนต์เบนซิน วี 6 สูบ 4.0 ลิตร 240 แรงม้า คาดว่าจะปล่อยลงสู่ถนนวิ่งเพ่นพ่านได้จริงประมาณต้นปีหน้า


ดอดจ์

โชว์เทคโนโลยีใหม่ใน ไนโตร

รถวิบากในรูปแบบรถแนวคิด รุ่น ไนโตร (NITRO) จะออกมาให้เห็นเป็นรถวิ่งได้จริงบนท้องถนนในปี 2550 โดยจะวางเครื่องยนต์เบนซิน วี 6 สูบ 3.7 ลิตร 210 แรงม้า และแรงบิด 32.4 กก.-ม. ขับเคลื่อนผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ และเกียร์ทดกำลังขับเคลื่อนสี่ล้อ ฟูลล์ไทม์


แลนด์ โรเวอร์

เตรียมโละรุ่น ดีเฟนเดอร์

แลนด์ โรเวอร์ แจ้งว่าอายุขัยของรุ่น ดีเฟนเดอร์ นั้นคงจะไม่เกินปี 2553 หรืออีก 5 ปีนับจากนี้อีกแน่นอน แต่ตอนนี้ยังคงมีการผลิตต่อเนื่องอยู่

หน้าร้อนปีหน้า ทางวิศวกรของ แลนด์ โรเวอร์ จะนำเอาเครื่องยนต์รุ่นใหม่วางแทนรุ่น TD5 ที่ใช้ในรุ่นปัจจุบัน ซึ่งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ TD5 ที่ใช้อยู่ตอนนี้นั้นใช้มาตั้งแต่ปี 2541
และยังไม่ผ่านมาตรฐานควบคุมมลพิษ EURO4 อีก ขุมกำลังที่จะนำมาวางนั้นเป็นเครื่องยนต์ดูราทอร์ค พูมา ของ ฟอร์ด แบบ 4 สูบ 2.4 ลิตร ที่ใช้กับรถแวนรุ่น ทรานสิท (TRANSIT) ส่วนรุ่นทอพนั้นมีกำลังสูงสุด 118 แรงม้า และแรงบิด 24.4 กก.-ม. ส่วนเกียร์นั้นยังคงเป็นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะเช่นเดิม


ฮอนดา

ปรับระบบเรียลไทม์ ให้ ซีอาร์-วี

ความสามารถในเชิงบู๊ของ ฮอนดา ซีอาร์-วี จัดว่าค่อนข้างจะต่ำในกลุ่มของผู้ที่ซื้อ ซีอาร์-วี รุ่นก่อนหน้านี้ ทั้งนี้เนื่องจากระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่เป็นแบบเรียลไทม์ ที่ในการขับเคลื่อนปกติแรงบิดจะถูกส่งถ่ายไปยังล้อคู่หน้า ถ้าล้อคู่หน้าข้างใดข้างหนึ่งเกิดการลื่นไถล แรงบิดส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งส่งถ่ายไปยังล้อคู่หลังผ่านเกียร์ทดกำลัง โดยอาศัยระบบแม่ปั๊มคู่ และคลัทช์หลายแผ่นซ้อนแบบไฮดรอลิค ซึ่งถ้าล้อคู่หน้าหมุนเร็วกว่าล้อคู่หลัง แม่ปั๊มที่หมุนด้วยรอบที่ต่างกันจะส่งแรงดันไปกระตุ้นให้คลัทช์แบบหลายแผ่นซ้อนทำงาน แบ่งแรงบิดส่วนหนึ่งไปยังดิฟเฟอเรนเชียลหลังทันที ซึ่งปฏิกิริยาในการตรวจจับการลื่นไถลของล้อจนถึงล้อทั้งสี่ขับเคลื่อนนับว่าช้ามาก

แต่สำหรับรถรุ่นปี 2005 ใหม่นี้ จะใช้บอลล์แคมแบบทางเดียวและไพลอทคลัทช์มาเพื่อเพิ่มความเร็วในการตอบสนองการทำงาน ถ้าตรวจพบล้อคู่หน้าลื่นไถล แคมจะถูกกระตุ้นและไปดันให้คลัทช์ทำงานเพื่อส่งแรงบิดส่วนหนึ่งไปยังล้อคู่หลัง ที่ใช้เวลาในการทำงานเร็วกว่ารุ่นเดิมมากๆ

นอกจากพัฒนาระบบเรียลไทม์ให้ทำงานได้เร็วขึ้นแล้ว ซีอาร์-วี ใหม่ ยังเพิ่มความหนาของเหล็กกันโคลง ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะใหม่ ที่ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า ระบบควบคุมคันเร่งแบบดไรฟบายไวร์ และยังมีระบบครูสคอนทโรลอยู่ ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว จานเบรคเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้น ระบบเปิด/ปิดประตูแบบไม่ต้องใช้กุญแจพร้อมระบบสัญญาณกันขโมย ในรุ่นสปอร์ทเพิ่มไฟตัดหมอก เครื่องเล่นซีดี 6 แผ่น พร้อม MP3 ถุงลมนิรภัยคู่


โฟล์คสวาเกน

ออกรุ่นพิเศษ "ตูอเรก เอกซ์พีดิชัน"

รถขับเคลื่อนสี่ล้อสายเลือดเยอรมัน ก้าวไปอีกระดับในแพคเกจของรุ่น เอกซ์พีดิชัน (EXPEDITION) ที่เป็นรุ่นที่ต้องสั่งเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีการเพิ่มในส่วนของอุปกรณ์ตกแต่งหลายรายการ เริ่มจากล้ออัลลอยแคนยอน 17 นิ้ว พร้อมยางแบบออลล์ เทอร์เรน ช่วงล่างคอยล์สปริงที่เพิ่มระดับความสูงมากกว่ามาตรฐานอีก 25 มม. รูฟแรคหรือตะแกรงวางของบนหลังคาเป็นแบบเฮวีดิวทีพร้อมไฟช่วยส่องสว่างอีก 2 ดวงทางด้านหน้าของแรค และยังมีแป้นยึดยางอะไหล่ท้ายรถแบบเหวี่ยงออกด้านข้างขนาดใหญ่ฟูลล์ไซส์

เพิ่มดิฟเฟอเรนเชียลหลังเพื่อเสริมสมรรถนะบนทางวิบาก ติดตั้งมอนิเตอร์บนแผงหน้าปัด เพื่อบอกแรงดันลมยาง ติดตั้งแบทเตอรีคู่ แผ่นปูรองพื้นรถด้านในทั้งหมดเป็นยาง กระจกหน้าต่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบกรองแสง

ออพชันเสริมเพิ่มเติมมีทั้งแผ่นการ์ดกันกระแทกช่วงล่างทำจากอลูมิเนียมรวม 7 ชิ้น เทนท์บนหลังคา วินช์ขนาด 3,600 กก. และอุปกรณ์กู้ภัยครบชุดทั้งทแรคชันพเลท ที่ทำจากไฟเบอร์กลาสส์ สายลาก เชคเกิล แอร์แจค และพลั่วพับได้
------------------------------
เรื่องโดย : วิโชค ควรรักษ์เจริญ
ภาพโดย : -
นิตยสาร 4wheels ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2548
คอลัมน์ ทั่วไป
อัพเดทล่าสุด
13 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
1.3-1.7 ล้าน
2.
2.8 ล้าน
3.
0.9-1.1 ล้าน
4.
0.8-1.0 ล้าน
5.
1.2-1.6 ล้าน
6.
0.7-1.0 ล้าน
7.
7.7 แสน
8.
5.8-8.9 ล้าน
9.
5.4-8.5 ล้าน
10.
9.3 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ