ภายใน

 

ภายในห้องโดยสารสีทูโทน ดำและน้ำตาล แผงคอนโซลหน้าหุ้มวัสดุคล้ายหนัง เนียนนุ่ม ส่วนแผงประตูด้านข้างทั้ง 4 บาน ก็เป็นอีกไฮไลท์ เพราะมีแผงพลาสติคสีน้ำตาลขึ้นรูปเป็นมิติคล้ายเหลี่ยมเพชรขนาดเล็ก หลังคายังบุด้วยฟองน้ำสีดำ มีลวดลายลึกตื้น ทำให้ภายในรถดูลึกมีมิติ เบาะคู่หน้าสปอร์ทกว่าคู่แข่ง แต่น่าจะมีระบบปรับด้วยไฟฟ้ามาให้ (ฮอนดา เอชอาร์-วี รุ่นอีแอล และอาร์เอส มีเบาะปรับไฟฟ้าฝั่งคนขับ)

 

พวงมาลัยแบบมัลทิฟังค์ชัน มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียง/จอแสดงข้อมูลการขับ/เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย/ขวา เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบ T-CONNECT TELEMATICS ในรุ่น เอชวี สามารถเชคตำแหน่งรถผ่านแอพพลิเคชัน FINE MY CAR หรือ APPLE WATCH รวมไปถึง ติดตั้งระบบ WI-FI เชื่อมต่อได้สูงสุด 9 อุปกรณ์ แต่ช่องเสียบ USB มีให้เพียงช่องเดียวเท่านั้น

 

สำหรับพื้นที่นั่งด้านหลังคนตัวสูงนั่งได้โดยศีรษะไม่ชนกับเพดาน แต่ถ้ามองออกมาด้านข้างจะรู้สึกอึดอัดบ้าง เพราะมีช่องกระจกที่แคบแบบคูเป พื้นที่เก็บสัมภาระที่มีอยู่ก็ไม่ได้คับแคบอย่างที่คิด เพราะเราสามารถใส่อุปกรณ์ทดสอบทั้ง 4 กล่องได้โดยไม่ต้องพับพนักพิงเบาะ

 

วัดระดับเสียงรบกวนจากความเร็วคงที่ 60/ 80/100/120 กม./ชม. โตโยตา ซี-เอชอาร์ 1.8 มิด ทำได้ 61/63/66/68 เดซิเบล อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี พอๆ กับคู่แข่งที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเดียวกัน อย่าง ฮอนดา เอชอาร์-วี ที่ทำได้ 61/64/67/69 เดซิเบล

 

ส่วนตัวไฮบริด รุ่น เอชวี ไฮ ทำได้ 60/62/66/ 69 เดซิเบล อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แต่มีระดับเสียงรบกวนมากกว่า มาซดา ซีเอกซ์-3 2.0 เอสพี อยู่เพียงเล็กน้อย และเมื่อเทียบกับตัวเลข 52/56/60/66 เดซิเบล ของ ซีเอกซ์-3 เครื่องยนต์ดีเซล รุ่น 1.5 เอกซ์ดีแอล นั้นต่างกันมากพอสมควร ซึ่งนั้นน่าจะเป็นผลจากมีระบบดูด อากาศจากห้องโดยสารเพื่อระบายความร้อนแบทเตอรีไฮบริด

เรื่องเด่นพลาดไม่ได้

ซูซูกิ แอร์ติกา เอมพีวี 7 ที่นั่ง ของครอบครัวยุคประหยัด