บทความ

วอลโว่ กรุ๊ปฯ โตสวนกระแส ในขณะที่ตลาดรถบรรทุกใหญ่ ติดลบถึง 6.3 %


IMG_6525

กําลาภ ศิริกิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จํากัด เปิดเผยว่าตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่และขนาดกลางเมื่อปีที่แล้ว หดตัวลงประมาณ 6.3 % จาก 25,178 คัน ในปี 2559 มาเป็น 23,600 คัน ในปี 2560 โดยรถบรรทุกขนาดใหญ่ลดลงประมาณ 5.1 % จาก 17,172 คัน ในปี 2559 มาเป็น 16,293 คัน เมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่รถบรรทุกขนาดกลางลดลงมากถึง 8.7 % จาก 8,006 คัน ในปี 2559 มาเป็น 7,307 คัน เมื่อปีที่แล้ว

“ปีที่แล้ว เคยคาดการณ์ไว้ช่วงกลางปีว่าตลาดน่าจะหดตัวลงด้วยการลงทุนภาคเอกชนที่ลดลง การใช้จ่ายภาครัฐในการก่อสร้างขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเราจึงเชื่อมั่นว่าตลาดจะดิ่งลงในอัตราที่ 10-12 % แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ กลับดีขึ้นกว่าที่คิดด้วย เพราะรถบรรทุกแต่ละค่าย ต่างดันรถรุ่นใหม่ๆ แคมเปญทั้งงานขาย งานบริกา รออกมานําเสนอเพื่อดันยอดขายให้ได้ตามเป้า”

อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 เริ่มมีสัญญาณที่เป็นบวกมากขึ้นโดยเฉพาะโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคที่รัฐบาล โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคําสั่งตามมาตรา 44 เมื่อปลายปีที่แล้ว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทําผังพื้นที่ระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Economics Corridor (EEC) ให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2561 ซึ่งนโยบายนี้เป็นที่จับตามองของนักลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศจีน ซึ่งหากเป็นไปตามคําสั่งรัฐบาลมาตรา 44 ก็จะสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

“เราต้องยอมรับว่าเมื่อปี 2559 ตลาดโตมาถึง 8 % แต่เมื่ออุตสาหกรรมการก่อสร้างและการอุปโภคบริโภคภายในประเทศไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ทําให้มีการชะลอคําสั่งซื้อรถบรรทุก เพราะรถที่สั่งซื้อไป ยังคงวิ่งไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงไม่จําเป็นต้องเร่งสั่งซื้อรถใหม่ในปีที่ผ่านมา”

INFO_Truck2018_SMALL

สําหรับ วอลโว่ กรุ๊ปฯ นั้น มียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 5 % จาก 1,191 คัน เมื่อปี 2559 มาเป็น 1,251 คัน เมื่อปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็น โวลโว ทรัคส์ 365 คัน และยูดี ทรัคส์ 895 คัน ซึ่งถือว่าดีกว่าตลาดโดยรวมที่มีอัตราเติบโตติดลบประมาณ 6.3 % ทั้งนี้เป็นผลจากการเปิดตัวรถบรรทุกขนาดกลาง ยูดี คโรเนอร์ เมื่อต้นปีที่แล้ว

ปัจจัยเสริมที่จะมีส่วนกระตุ้นตลาดรถบรรทุกในปีนี้ คือ การเร่งเดินหน้า EEC การคาดการณ์ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่กระทรวงการคลังคาดไว้ในปีนี้จะเติบโตถึง 4.2 % รวมไปถึงตัวเลขการเติบโตของการส่งออกมีการปรับเป้าปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 6.6 % จากที่เคยกําหนดไว้ที่ 5.7 % และตัวเลขนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 38.2 ล้านคน เติบโต 8 % และรายได้จากภาคการท่องเที่ยวแตะ ระดับ 2.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6 % ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก

“สิ่งเหล่านี้เรามองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจที่จะมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยรวมไปถึงแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่กําลังอยู่ในช่วงขาขึ้นซึ่งเราหวังว่าจะกระตุ้นให้เกิดการสั่งซื้อ รถบรรทุกใหญ่เพิ่มขึ้นด้วย โดยเรามองว่าตลาดน่าจะมีการเติบโตที่ 5 % สอดคล้องกับการเติบโตเศรษฐกิจแต่ก็ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตามอง คือ การเลือกตั้งในประเทศไทย แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด”

IMG_6524

ทางด้าน วิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาดและงานสนับสนุนการขาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจรถบรรทุกในขณะนี้กําลังเผชิญกับความท้าทายการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี เช่นเดียวกับธุรกิจมากมาย โดยเฉพาะยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง วอลโว่ กรุ๊ปฯ ได้ให้ความสําคัญต่อเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

“ล่าสุด เราได้มีประกาศที่ประเทศสวีเดน ว่าในปีนี้เราจะเริ่มทดลองนํารถบรรทุกที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100 % ออกใช้งาน และปีหน้าจะเริ่มทําการตลาดในทวีปยุโรปก่อน ถือเป็นการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับโลกเทคโนโลยียานยนต์ แน่นอนสิ่งเหล่านี้ย่อมจะมีผลต่อการพิจารณาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สําหรับตลาดประเทศไทย”



------------------------------
เรื่องโดย : สุดาภรณ์ ไกรแก้ว
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/LvwXd
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 16:09 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
6,799,000
2.
3,249,000
4.
53,500,000
6.
3,600,000
7.
4,539,000
8.
13,339,000
9.
2,999,000
10.
1,749,000
11.
1,800,000
13.
499,000
14.
979,000
15.
990,000
16.
4,090,000
17.
1,699,000
18.
3,299,000
19.
5,399,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th