บทความ

ทดลองขับ Toyota Fortuner 2.4V Sigma4 เครื่องเล็ก ขับสี่ ลุยได้สบาย !!


 

ทางเลือกที่เป็นรุ่นรองของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ คือ Toyota Fortuner 2.4V Sigma4 ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์ มีชื่อเรียกว่า “ซิกมา 4” (Sigma 4) ขุมพลัง คือ เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รตน. แรงบิดสูงสุด 40.8 กก.-ม. ที่ 1,600-2,000 รตน. เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ โดยก่อนหน้านี้ Fortuner รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีทำตลาดเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รตน. แรงบิดสูงสุด 45.9 กก.-ม. ที่ 1,600-2,400 รตน. เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะเช่นกัน

 

Fotuner_054_resize

Fotuner_055_resize

 

การทำงานโดยรวมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Sigma4 เป็นการทำงานแบบ พาร์ท ไทม์ นั่นคือ มีปุ่มหมุนเลือกระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง (2H) ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบใช้ความเร็วสูง (4H) และขับเคลื่อน 4 ล้อแบบเน้นแรงบิดที่ความเร็วต่ำ (4L) ควบคุมการทำงานในการลุยทางสมบุกสมบันด้วยระบบ A-TRC หรือ Active Traction Control ควบคุมระบบเบรคให้ทำงานกับล้อที่เกิดอาการหมุนฟรี และเน้นการส่งกำลังไปยังล้อตำแหน่งอื่นให้ เพื่อการยึดเกาะที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบ DAC หรือ Downhill Assist Control ควบคุมให้รถลงทางลาดชันด้วยความเร็วต่ำอย่างคงที่โดยไม่ต้องกดคันเร่ง โดยทั้ง 2 ระบบมีติดตั้งมาให้เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น

 

Fotuner_019_resize

21123115_10154998760108207_747145520_o

 

ทางผู้ผลิตจัดเตรียมสนามทดสอบในรูปแบบ “Off Road” เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ระบบช่วยเหลือขณะขับขี่แบบสมบุกสมบันดังที่กล่าวมา และระบบเบรคแบบจานกับล้อคู่หลัง (มีติดตั้งมาให้ใน Toyota Fortuner รุ่นปรับปรุงล่าสุด ทุกรุ่นย่อย) กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4L และใช้ความเร็วต่ำ

 

Fotuner_025_resize

Fotuner_027_resize

 

สถานีทดสอบเริ่มต้นด้วยการใช้งานระบบ DAC ผู้ขับไม่จำเป็นต้องกดคันเร่ง แต่อาศัยแรงบิดของเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ตัวรถเคลื่อนไปช้าๆ แต่มั่นคง การหน่วงความเร็วของระบบทำได้ดี ความเร็วไม่เพิ่มขึ้นแม้กำลังลงจากทางลาดชัน ถัดมา คือ การทดสอบระบบ HAC หรือ Hillstart Assist Control ทางลาดชันในส่วนนี้มีความชันร่วม 40 องศา ครูฝึกให้เราลองหยุดรถสนิทบนจุดที่ชันที่สุด และปล่อยคันเร่ง ระบบเบรคจะหยุดตัวรถเอาไว้ประมาณ 3 วินาที ป้องกันการไหลลงทางลาดชันขณะถอนเท้าจากแป้นเบรคมาที่คันเร่ง ในส่วนถัดมาเป็นเนินสลับซ้ายขวา เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของระบบ A-TRC ในช่วงนี้จะใช้รอบเครื่องยนต์ประมาณ 1,000 รตน. ตัวรถมีอาการโยกไหวไปตามอุปสรรค แต่ยังบังคับควบคุมได้ดี เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวลโดยไม่ต้องเติมคันเร่งมากเกินไป บางช่วงต้องขึ้นทางลาดชันร่วม 45 องศา แต่ตัวรถสามารถเคลื่อนผ่านไปได้อย่างไม่มีปัญหา แม้ติดตั้งบันไดข้างตัวรถ ก็ไม่กระทบกระทั่งกับพื้นผิวทางสมบุกสมบันแต่อย่างใด แสดงให้เห็นมุมปะทะ มุมจาก และความสูงจากพื้นถนนที่เหมาะสมของ Toyota Fortuner

 

Fotuner_026_resize

Fotuner_023_resize

 

หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบทางสมบุกสมบันแล้ว เรามีความรู้สึกว่าแรงบิดของเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร มีให้อย่างเหลือเฟือ สำหรับการลุยแบบเน้นแรงบิด แรงบิดสูงสุดของเครื่องยนต์บลอคนี้แตกต่างจากเครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร ไม่มากนัก (40.8 กก.-ม. และ 45.9 กก.-ม.) ผนวกกับระบบช่วยเหลือขณะขับขี่ที่ลงตัว รวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่จัดสรรค์กำลังได้อย่างพอเหมาะ Toyota Fortuner รุ่นนี้สามารถลุยอุปสรรคได้อย่างไม่มีปัญหา

 

Fotuner_014_resize

Fotuner_011_resize

 

นอกจากการทดสอบบนเส้นทางสมบุกสมบันแล้ว ในวันถัดมาทางผู้จัดยังได้เตรียมเส้นทางการขับขี่บนท้องถนนเอาไว้ด้วย โดยผ่านทางที่คดเคี้ยวบริเวณ เขาใหญ่ – วังน้ำเขียว ตลอดจนทางหลวงที่ต้องใช้ความเร็ว และการเร่งแซงเป็นระยะๆ บริเวณ กบินทร์บุรี – ฉะเชิงเทรา – สมุทรปราการ พละกำลัง 150 แรงม้า ของเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ตอบสนองได้ดีสำหรับการขับขี่ทั่วไป แต่การใช้ความเร็วสูง หรือกดคันเร่งลึก อาจต้องใช้เวลาบ้าง เมื่อเทียบกับรุ่นเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร (ขับขี่ในโหมดขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง) หากต้องการการตอบสนองของคันเร่งที่ทันใจยิ่งขึ้น ยังมีโหมด Power ให้เลือก ระบบรองรับแม้จะเน้นความนุ่มนวล แต่ก็มีความหนึบแน่นที่พอเหมาะ มีความมั่นคงบนทางตรง และทางโค้ง การปรับแต่งระบบรองรับมีความใกล้เคียงกัน ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ละ 2.8 ลิตร แน่นอนว่าจุดเด่นอีกประการของเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร คือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีกว่าเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่า (หากใช้ความเร็วที่เหมาะสม)

 

Fotuner_009_resize

Fotuner_010_resize

 

ในแง่ของระบบเบรคแบบจานที่ติดตั้งมาให้ครบทุกรุ่นย่อย (ก่อนหน้านี้มีติดตั้งเฉพาะรุ่น TRD Sportivo) การเบรคที่ความเร็วต่ำให้ความรู้สึกที่ดีขึ้น เหมาะสมกับการใช้งานที่ความเร็วต่ำ เช่น ในตัวเมืองเป็นต้น นอกจากนี้จานเบรคคู่หลังเป็นแบบระบายอากาศได้ ช่วยเบรคไม่มีอาการล้าแม้ในสภาวะที่ใช้งานอย่างหนักหน่วง และยังช่วยให้การทำงานของระบบ A-TRC มีความละเอียดกว่าเดิม ทำให้เอสยูวีรุ่นนี้มีบุคลิกใกล้เคียงความเป็นครอสส์โอเวอร์มากขึ้น จากเดิมที่ติดตั้งระบบเบรคแบบดุม เน้นการใช้งานแบบบรรทุกหนักคล้ายรถกระบะ

 

Fotuner_057_resize

Fotuner_059_resize

 

สรุป

  • ออพชันไม่แพ้ตัวทอพ ลุยได้สบาย ทางเรียบไปได้เรื่อยๆ 

นอกจากการเสริมรุ่นย่อยของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อกับ Toyota Fortuner 2.4V Sigma4 กับราคาที่ 1,499,000 บาท (ครั้งแรกกับรุ่นปรับปรุงล่าสุด) ทางผู้ผลิตได้ปรับปรุงอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้บางรายการ เช่น บันไดข้างสีเงินแวววาว เบาะนั่งคู่หน้าปรับทิศทางด้วยไฟฟ้า ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ เทียบเท่ากับรุ่นทอพเดิม นั่นคือ Fortuner 2.8V Sigma4 มีราคาที่ 1,649,000 บาท ใครที่ไม่เน้นอัตราเร่ง แต่เน้นการขับขี่ด้วยแรงบิดจากเครื่องยนต์ ลุยทางสมบุกสมบันเป็นบางครั้ง ภายใต้การประหยัดเชื้อเพลิงโดยรวมที่ดีกว่า นับเป็นอีกทางเลือกสไตล์เอสยูวีที่น่าสนใจ

 

ข้อมูลเพิ่มเติมของ Toyota Fortuner (คลิค) 

 

Fotuner_020_resize

Fotuner_007_resize

  • ขอขอบคุณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สำหรับทริพทดลองขับในครั้งนี้


------------------------------
เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์ poukhem@imc.co.th
คอลัมน์ Online : ทดลองขับ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/WbQUk
วันที่เผยแพร่ : วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม 2560 เวลา 10:19 นาฬิกา

บทความที่น่าสนใจ

อัพเดทล่าสุด
22 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th