บทความ

ทดสอบยาง Continental MaxContact MC6


Packshot-06

คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย)ฯ เปิดตัวยาง แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 ในประเทศไทย เพื่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค พร้อมกับสื่อมวลชนไทย ร่วมทดสอบสมรรถนะยาง ไปพร้อมๆ กับ ดีเลอร์ทั่วประเทศ

คอนทิเนนทอล เป็นผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลก จากประเทศเยอรมนี ได้เปิดตัวยาง คอนทิเนนทัล แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 (MaxContact™ MC6) รุ่นใหม่ เรียกว่าเป็นรุ่นธงของยางเจเนอเรชัน 6 (Generation 6) ที่สนามพีระ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท พัทยา

การทดสอบยางรถยนต์ MC6 ในสถานีการยึดเกาะบนถนนแห้ง (4)

ยาง คอนทิเนนทัล แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 ใหม่ นอกจากเข้ามาแทนที่รุ่น แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 5 เดิมแล้ว ยังได้รับการพัฒนาให้เป็นยางที่มีความสปอร์ทยิ่งขึ้น ผสมผสานเทคโนโลยีเยอรมันเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ของ คอนทิเนนทัล ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ให้ความปลอดภัยในการขับขี่ที่เหนือกว่า เพื่อให้ได้ยางที่มีสมรรถนะการขับขี่มั่นคง ยึดเกาะถนนเป็นเลิศ  และปลอดภัยสูงสุด ควบคุมเหนือชั้น ตอบสนองการขับขี่ในแบบสปอร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมและเหนือกว่า ปูทางสู่แนวคิด “วิชัน ซีโร” (Vision Zero)

คอนทิเนนทัล แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการควบคุมบนพื้นเปียกและแห้ง การเบรคบนพื้นเปียก และประสิทธิภาพในระยะยาวเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ยางรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาด้วยแนวคิด “When MAX Performance Counts” ตอบสนองทุกจินตนาการของผู้ขับขี่ที่มองหาความตื่นเต้นท้าทายในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และหลงใหลในสมรรถนะ

คอนทิเนนทัล แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 มอบเสถียรภาพการขับขี่ที่มั่นคง ความปลอดภัยสูงสุด และการยึดเกาะถนนที่เป็นเลิศ พร้อมการควบคุมที่เหนือชั้นและการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบความท้าทาย

การทดสอบยางรถยนต์ MC6 ในสถานีทดสอบการยึดเกาะบนพื้นถนนเปียก (2)

คุณสมบัติของยาง คอนทิเนนทัล แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6

ดอกยางออกแบบอเนกประสงค์ (Multifunctional Tread Design) ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการควบคุม พร้อมกับลดระยะการเบรคบนพื้นเปียกและแห้ง แพทเทิร์นการออกแบบดอกยางช่วยเพิ่มการยึดเกาะให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อความปลอดภัยในทุกสถานการณ์ และเพิ่มความเร็วในการเข้าโค้ง ดอกยางแบบอเนกประสงค์ ช่วยให้ผู้ขับขี่มีเสถียรภาพการขับขี่ที่มั่นคงสูงสุด และมีระยะทางเบรคสั้นลง

อแดพทีฟ กริพ คอมพาวน์ด (Adaptive Grip Compound) เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นผิวถนนที่เหนือกว่า เนื้อยาง แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและให้ความปลอดภัยสูงสุดด้วยการปรับความยืดหยุ่นตามสภาพพื้นผิวถนนที่หลากหลายได้อย่างสมบูรณ์แบบในระดับนาโนเมตร

โครงสร้างเอกซ์ตรีมฟอร์ศ (XtremeForce Construction) มอบสมรรถนะการเข้าโค้งที่ยอดเยี่ยม เมื่อผู้ขับขี่ทะยานเข้าโค้งอย่างหนักหน่วงและด้วยความเร็วสูง ความเหนียวแน่นของวัสดุเอกซ์ตรีมฟอร์ศช่วยลดการงอตัวของยาง พร้อมกับเพิ่มการควบคุมและสั่งการตัวรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อผู้ขับขี่ใช้ความเร็วต่ำ เทคโนโลยีวัสดุชนิดนี้จะรักษาความยืดหยุ่นเพื่อให้มีการขับขี่ที่นุ่มนวลสะดวกสบาย

การทดสอบยางรถยนต์ MC6 ในสถานีการยึดเกาะบนถนนแห้ง (2)

สถานีทดสอบยาง คอนทิเนนทัล แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 แบ่งออกเป็น 3 สถานี ดังนี้ 

สถานี Wet Workshop (Adaptive Grip Compound) ใช้สนามแข่งรถคาร์ท เป็นสถานีทดสอบ

สถานีทดสอบแรก  Wet Braking หรือเบรคในพื้นเปียก โดยใช้รถ โฟล์คสวาเกน กอล์ฟ 2 คัน พร้อมกับยาง แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 5 และแมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 โดยวิธีปฏิบัติจะทำการเร่งออกตัวจากทางตรง ด้วยความเร็ว 70 กม./ชม. แล้วเบรคให้รถหยุดทันที เพื่อทดสอบการยึดเกาะถนนขณะเบรคในพื้นเปียก หลังทดสอบเสร็จพบว่า ระยะหยุดของยาง แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 ใหม่ สั้นกว่า แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 5 รุ่นเดิม อยู่ประมาณ 5-6 เมตร เลยทีเดียว  แสดงให้เห็นถึงสูตรเนื้่อยาง และประสิทธิภาพยางที่มีการยึดเกาะได้อย่างยอดเยี่ยม

การทดสอบยางรถยนต์ MC6 ในสถานีการเบรกบนพื้นถนนเปียก (2)

สถานีทดสอบที่ 2 Wet Handling ทดสอบการบังคับควบคุมรถในพื้นเปียก ในสนามรถคาร์ท มีโค้งเยอะ และทแรคแคบ ใช้รถยนต์ ฮอนดา ซีวิค 2 รุ่นได้แก่ ซีวิค โฉมปัจจุบัน กับ ซีวิค เอฟดี และเพื่อให้เห็นความต่างอย่างชัดเจน คอนทิเนนทัล เลือกที่จะใส่ยาง แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 ในซีวิค เอฟดี และใส่ยาง แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 5 ในซีวิค โฉมปัจจุบัน การทดสอบในสถานีนี้ทำให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างน่าทึ่งมากๆ เพราะยาง แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 5 ในซีวิค โฉมปัจจุบัน กลับมีอาการ Understeer (หน้าดื้อเลี้ยวไม่เข้า) และ Oversteer (ท้ายปัด) ได้ง่ายกว่ามาก

การทดสอบยางรถยนต์ MC6 ในสถานีทดสอบการยึดเกาะบนพื้นถนนเปียก

สถานี Dry Workshop (Multifunctional Tread) Dry Handling ทดสอบการบังคับควบคุมรถบนพื้นแห้ง

สถานีทดสอบแรก เริ่มทำการทดสอบเบรคในโค้ง เพื่อบังคับควบคุมรถให้ไปต่อ โดยเป็นการขับขี่แบบฝืนธรรมชาติ ใช้ความเร็ว 80 กม./ชม. วิ่งเข้าไปในโค้งขณะความเร็วคงที่ แล้วเลี้ยวไปตามโค้งพร้อมกับเบรคเพื่อหาช่องทางที่จะไปต่อ ซึ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า รูปแบบของดอกยาง รวมถึงสูตรของเนื้อยาง แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 ช่วยให้การบังคับควบคุมรถในโค้ง ทำได้ง่าย การยึดเกาะมากขึ้นกว่า แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 5 ชัดเจน

การทดสอบยางรถยนต์ MC6 ในสถานีการเบรกขณะเข้าโค้ง (2)

สถานีทดสอบที่ 2 ทดสอบการบังคับควบคุมรถในสถานี Lane Change หักหลบฉุกเฉิน ใช้รถยนต์ เมร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นเดียวกันทั้ง 2 คัน วิ่งออกจากจุดสตาร์ท รักษาความเร็วคงที่โดยการใช้ Speed Limit ควบคุมไว้ที่ 80 กม./ชม. วิ่งเข้าไปในช่องทางที่กำหนดแล้ว แล้วทำการเปลี่ยนช่องทางแบบกะทันหัน ซึ่งเห็นความต่างของยางทั้ง 2 รุ่น ระหว่าง แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 5 กับ แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ ยาง แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 ที่พัฒนาแก้มยางให้มีความเหนียว ด้วยวัสดุเอกซ์ตรีมฟอร์ศ ลดการงอตัวของยาง ทำให้จังหวะเลี้ยวเปลี่ยนเลน แม่นยำ พวงมาลัยคมกว่าชัดเจน

การทดสอบยางรถยนต์ MC6 ในสถานีเปลี่ยนเลน

Feedback Workshop (Xtreme Force Construction)

สถานีทดสอบ Dry Lane Change เป็นการทดสอบในรูปแบบ Slalom หักเลี้ยวซ้ายและขวา สลับกัน เพื่อดูความแม่นยำของการบังคับควบคุมรถ ด้วยรถ บีเอมดับเบิลยู 440 คูเป และโพร์เช 911 วิ่งออกจาก pit lane สู่จุดสตาร์ท พร้อมกับรักษาความเร็วคงที่ 60 กม./ชม. เพื่อดูประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนบนพื้นแห้ง เนื้อยาง ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและให้ความปลอดภัยสูง ยืดหยุ่นตามสภาพพื้นผิวถนนที่หลากหลาย

การทดสอบยางรถยนต์ MC6 ในสถานีการยึดเกาะบนถนนแห้ง (5)

สถานีทดสอบ Dry Braking Stability in Curve ทดสอบเบรคบนพื้นที่แห้ง ด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นสถานีต่อเนื่องจาก Dry Lane Change โดยขับออกจากโค้งก่อนทางตรงที่ความเร็วสูง ทำความเร็ว จากการเบรคที่ 160-0/180-0 กม./ชม. ตัวรถหยุดได้อย่างมั่นใจ ไม่มีอาการส่าย และยังควบคุมทิศทางของรถได้ดีอีกด้วย

การทดสอบยางรถยนต์ MC6 ในสถานีการยึดเกาะบนถนนแห้ง

ยาง คอนทิเนนทัล แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 6 ใหม่ นอกจากเข้ามาแทนที่รุ่น แมกซ์ คอนแทคท์ เอมซี 5 แล้ว น่าจะได้รับการยอมรับในตลาดมากขึ้น จากการพัฒนายางใหม่ทั้งหมด ด้วยเทคโนโลยีจากเยอรมนี ทำให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่ายางรุ่นเดิมได้อย่างชัดเจน 



------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐเวช ยอดแสง
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : สารคดี/บทความ/รายงาน/กิจกรรม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lHXZJ
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 23 สิงหาคม 2560 เวลา 17:38 นาฬิกา

บทความที่น่าสนใจ

ขีดสุดความแรงจากค่ายดาว 3 แฉก ! Mercedes-AMG GT ดิบสุดขั้วกับรุ่น R หรือ แรง หรู กับรุ่น C !!
อัพเดทล่าสุด
25 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th