บทความ

ไฮบริดจะกลับมาดัง


 

เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการประกาศลดภาษีรถยนต์ไฮบริดแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของค่ายผู้ผลิตรถยนต์ ที่พากันแข่งขันในการพัฒนารถไฟฟ้า และเมื่อไปถึงจุดๆ หนึ่ง ที่รถไฟฟ้าใกล้จะถึงทางตัน เพราะต้องคอยให้การพัฒนาแบทเตอรี ให้สามารถเก็บประจุให้ได้มาก และสามารถชาร์จได้เร็ว ซึ่งนั่นยังต้องกินเวลาอีกสักระยะหนึ่ง

ค่ายรถยนต์ก็เริ่มกลับมาให้ความสนใจกับระบบไฮบริด โดยเฉพาะระบบที่ต้องมีเครื่องยนต์ขนาดเล็กติดตั้งเอาไว้เพื่อทำตัวเป็นเจเนอเรเตอร์ ทำงานผลิตกระแสไฟฟ้าคอยป้อนให้แบทเตอรี เวลาที่ไฟใกล้จะหมดหม้อ แต่แนวคิดของระบบไฮบริดรุ่นใหม่ ก็คือต้องใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กแล้ว เอาเครื่องยนต์ขนาดปกตินี่แหละ แล้วทำงานผสมผสานกับระบบไฟฟ้า ด้วยการติดตั้งคลัทช์จากเครื่องยนต์ ส่งแรงบิดไปขับเคลื่อนล้อ ร่วมกับแบทเตอรี เพื่อให้ได้พลังงานมากที่สุด ขณะต้องการความเร็ว

สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาแล้ว การใช้ความเร็วขณะเดินทางเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นประเทศใหญ่ ต้องเดินทางไกล ทำให้ค่ายรถยนต์อย่าง Chevrolet ที่ผลิตรถไฟฟ้ารุ่น Bolt ปรับเป็นรถยนต์ไฮบริดในเจเนอเรชันที่ 2 แบบไฮบริด-ไฟฟ้า เพื่อให้ได้พลังมากที่สุด

เช่นเดียวกับแนวคิดของค่าย Nissan ที่ผลิต Note e-Power ไม่ว่าจะเป็น Note รุ่น 24 หรือ 30 กิโลวัตต์/ชม. ก็เพิ่มเครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็ก ทำหน้าที่เป็นเจเนอเรเตอร์เข้าไปด้วย เพราะข้อบังคับของรัฐบาลญี่ปุ่น ให้การสนับสนุนเงินภาษีสำหรับรถยนต์ไฮบริด ทำให้ e-Power เป็นทางเลือกอีกอย่างหนึ่งในการผลิต โดยเฉพาะสำหรับในตลาดญี่ปุ่น

Nissan เคยเปิดตัวรถต้นแบบ Gripz เพื่อการศึกษาในแง่ของรถครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ขนาดเล็ก ขนาดเดียวกับ Toyota CH-R เมื่อปี 2558 ในงานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท โดยเรียกตัวเองเป็นระบบ Series Hybrid และใช้ชื่อว่า Pure Drive e-Power และปัจจุบันก็นำระบบนี้กลับมาใช้ใน Note e-Power ซึ่งไดรับความนิยมจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น ทำยอดขายได้ราว 70 % ของการขาย Note ทั้งหมด

นักข่าวจาก Greencarreports นำเสนอว่า ปัจจุบัน ผู้บริโภคกำลังคอยอยู่ว่า เมื่อใดที่ค่าย Nissan ตัดสินใจส่งออกสู่ตลาดโลก ด้วยระบบ e-Power Series Hybrid ก็น่าจะทำให้กระทบกระเทือนกับยอดขายของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินบ้าง ไม่มากก็น้อย

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1Vm9I
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 4 กรกฏาคม 2560 เวลา 12:00 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th