บทความ

ขีดสุดความแรงจากค่ายดาว 3 แฉก ! Mercedes-AMG GT ดิบสุดขั้วกับรุ่น R หรือ แรง หรู กับรุ่น C !!


 

Mercedes-AMG GT R  (ราคา 17,400,000 บาท) เป็นสมาชิกใหม่ของรถสปอร์ทตระกูล AMG GT และเป็นรถสปอร์ทรุ่นแรกของ Mercedes-Benz ที่นำเทคโนโลยีของรถแข่งมาประยุกต์ใช้ ผสมผสานระหว่างสมรรถนะของรถสปอร์ท และรถแข่งระดับ AMG GT3 กับการใช้งานในชีวิตประจำวันของรถสปอร์ทกลุ่ม AMG GT ดุดันด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ แบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร กำลังสูงสุด 585 แรงม้า ที่ 6,250 รตน. แรงบิดสูงสุด 71.4 กก.-ม. ที่ 1,900-5,500 รตน. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 318 กม.ชม.

 

Mercedes-AMG GT R_Exterior (28)

Mercedes-AMG GT R_Exterior (22)

 

Mercedes-AMG GT R สะท้อนปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ส่วนหน้าของตัวรถมีลักษณะลาดต่ำ กระจังหน้าแบบ AMG Panamericana ที่ยื่นออกไปคล้ายจมูกฉลาม มีการไหลเวียนของอากาศที่ดีขึ้น ล้อแมกแบบ AMG Performance  มีน้ำหนักเบา นอกจากนี้หลังคารถที่ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนักของตัวรถได้บางส่วน ระบบเบรคแบบ AMG High-Performance Composite ใช้สีเหลืองที่เป็นสีพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ

 

Mercedes-AMG GT R_Exterior (12)

Mercedes-AMG GT R_Exterior (3)

 

ห้องโดยสารของ Mercedes-AMG GT R ได้รับอิทธิพลมาจากรถแข่งพันธุ์แท้ เบาะที่นั่งถูกปรับให้ต่ำลงเพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ อีกทั้งยังเป็นเบาะที่นั่งแบบ AMG Sports หุ้มด้วยหนัง Nappa และเส้นใย DINAMICA Microfibre ที่ช่วยปกป้องลำตัวด้านข้างได้ดีแม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง แผงคอนโซลหน้ามีความกว้าง สื่อถึงเอกลักษณ์ของงานออกแบบอากาศยาน แผงควบคุมตรงกลางมีลักษณะคล้ายกับท่อรับอากาศที่นิยมใช้กับเครื่องบิน

 

Mercedes-AMG GT R_Interior (4)

Mercedes-AMG GT R_Interior (3)

Mercedes-AMG GT R_Exterior (14)

 

Mercedes-AMG GT R มีระบบรองรับที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยจะทำงานร่วมกับระบบ AMG Ride Control ใช้โครงสร้างแบบปีกนกคู่สองชั้นเพื่อรักษาสมดุลของล้อ และติดสปริงไว้ด้านบน และยังเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบา ทำให้โครงสร้างของรถมีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นสูง แต่แข็งแกร่ง สามารถกระจายแรงได้เป็นอย่างดี และครั้งแรกกับการติดตั้งระบบควบคุมการยึดเกาะของ AMG  9 ระดับ เลือกได้ตามความต้องการของผู้ขับ โดยมีปุ่มหมุนสีเหลืองติดตั้งบริเวณคอนโซล

 

Mercedes-AMG GT R_Exterior (31)

Mercedes-AMG GT R_Running (2)

 

สำหรับ Mercedes-AMG GT C (ราคา 16,800,000 บาท) ถือเป็นโรดสเตอร์ที่มีสมรรถนะดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Mercedes-AMG จากการผสมผสานเทรโนโลยีของ Mercedes-AMG GT R เข้ากับระบบรองรับแบบสปอร์ท AMG Ride Control หนึ่งในจุดเด่นของรถยนต์รุ่นนี้ เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ แบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร กำลังสูงสุด 557 แรงม้า ที่ 5,750-6,750 รตน. แรงบิดสูงสุด 69.4 กก.-ม. ที่ 1,900-5,500 รตน. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 316 กม.ชม.

 

Mercedes-AMG GT C_Exterior (23)

Mercedes-AMG GT C_Exterior (5)

Mercedes-AMG GT C_Exterior (34)

 

รูปทรงภายนอกของ Mercedes-AMG GT C เน้นความปราดเปรียว ผสมความเรียบหรู สปอยเลอร์หลังมีขนาดใหญ่ขึ้น จะยกตัวขึ้นมาเมื่อใช้ความเร็วสูง กระจังหน้าใช้วัสดุบังคับลมชุบโครเมียมแบบ 15 ซี่ เช่นเดียวกับรถแข่งรุ่น Mercedes-AMG GT 3 ประทุนผ้า 3 ชั้น โครงสร้างเป็นโลหะผสมแมกนีเซียม และอะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา เปิด/ปิดด้วยไฟฟ้าในเวลา 11 วินาที และใช้งานได้แม้ขณะรถวิ่งที่ความเร็วสูงสุดที่  50 กม./ชม.

 

Mercedes-AMG GT C_Exterior (28)

Mercedes-AMG GT C_Exterior (29)

 

ห้องโดยสารดุดันไม่แพ้ Mercedes-AMG GT รุ่นอื่น แผงคอนโซลมีความกว้าง ติดตั้งปุ่มใช้งานต่างๆ คอนโซลเกียร์มีขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกราวกับนั่งอยู่ในเครื่องบินรบ ชุดเบาะแบบ AMG Performance พนักพิงหลังที่มีความโค้ง และเสริมด้วยวัสดุเพื่อความนุ่มสบายที่ด้านข้างมากกว่าเบาะที่นั่งแบบมาตรฐาน ติดตั้งระบบให้ความอบอุ่นบริเวณช่วงคอ และระบบทำความเย็นให้กับเบาะสำหรับการขับขี่แบบเปิดประทุน สามารถปรับเลือกอุณหภูมิของระบบทำความร้อนและความเย็นได้ 3 ระดับ

 

Mercedes-AMG GT C_Interior (1)

Mercedes-AMG GT C_Exterior (36)

Mercedes-AMG GT C_Interior (13)

 

Mercedes-AMG GT R และ Mercedes-AMG GT C มาพร้อมกับระบบ AMG Dynamic Select สามารถเลือกโหมดของเกียร์ได้ 3 แบบ คือ C (Comfort) สำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลายและสะดวกสบาย S (Sport) และ S+ (Sport Plus) เน้นความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น และ I (Individual) สามารถจดจำรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับได้ และยังมีโหมด Race ที่เป็นโหมดเสริมสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความแรง และเกียร์ที่เปลี่ยนได้รวดเร็วเหมือนอยู่ในสนามแข่ง เสียงเครื่องยนต์ที่เร้าอารมณ์ ระบบเพลาหลังแบบแอกทีฟ (Active Rear Axle Steering) ล้อคู่หลังสามารถขยับองศาไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเพลาล้อคู่หน้าที่ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. เพื่อช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น หากความเร็วมากกว่า 100 กม./ชม. ขึ้นไป ทั้งล้อคู่หน้าและหลังจะหมุนไปในทิศทางเดียวกันเพื่อเสริมความสมดุลให้กับตัวรถ ลดโอกาสการเกิดอาการโอเวอร์สเตียร์ได้

 

Mercedes-AMG GT R_Exterior (10)

Mercedes-AMG GT C_Exterior (9)



------------------------------
คอลัมน์ : รถใหม่ในประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/XgoTm

Follow autoinfo.co.th