บทความ

สำนึกในใจมั่นนิรันดร


เป็นบุญเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยในแผ่นดินที่เรียกว่าเมืองทองแห่งนี้

 

ดั่งเพลงพระราชนิพนธ์ ทำนองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์ “อัครศิลปิน” ที่มี
ชื่ออันตรึงใจว่า “แผ่นดินของเรา” เพลงที่ท่วงทำนองอ่อนหวาน ประกอบเนื้อร้องของ
ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ที่ซาบซึ้งกินใจยิ่งนักว่า…

 

“ถึงอยู่แคว้นใด ไม่สุขสำราญ เหมือนอยู่บ้านเรา ชื่นฉ่ำค่ำเช้าสุขทวี ทรัพย์จากผืนดิน
สินจากนที มีสิทธิ์เสรี สันติครองเมือง เรามีป่าไม้อยู่สมบูรณ์ ไร่นาสดใสใต้ฟ้าเรือง
โบราณสถานส่งนามประเทือง เกียรติเมืองไทย ขจรไปทั่วแดนไกล รักชาติของเรา ไว้
เถิดผองไทย ผืนแผ่นแหลมทอง รวมพี่รวมน้องด้วยกัน รักเกียรติรักวงศ์ เสริมส่งสัมพันธ์
ทูนเทิดเมืองไทยนั้นให้ยืนยง”

 

เหนือสิ่งอื่นใด ที่เราจดจำมาแต่น้อยคุ้มใหญ่ที่ว่า เรามีสถาบันที่สำคัญยิ่งเหนือชีวิตจิตใจ
คือ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” มิได้เหนือความจริงไปเลย

 

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เมืองไทยมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น ทำให้ทั่วโลกจับตามาที่เมืองไทยด้วย
ความทึ่งในเอกลักษณ์ที่หาไม่พบในแผ่นดินใดในโลก นั่นคือ

ปีพุทธศักราช 2549 เมืองไทยดาดด้วยเสื้อสีเหลืองทองเรืองรองอร่ามไปทั้งแผ่นดิน โดย
ความนัดหมายจากส่วนลึกแห่งหัวใจ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติมาได้ 60 ปี ซึ่งยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์
ใดในอดีต ทั้งของไทยและของโลก

การเฉลิมฉลองอันทรงเกียรติยิ่งใหญ่ที่คนไทยทุ่มเทชีวิตจิตใจ ร่วมจัดพระราชพิธี และรัฐพิธี
ถวาย จึงก้องกัมปนาทกำจายไปทั่วโลก โดยเฉพาะประมุขแห่งชาติที่เป็นจักรพรรดิ และ
ขัตติยราชเกือบทุกพระองค์ และทุกประเทศที่ยังครองราชย์ในโลก ได้รับเชิญมาร่วม
เฉลิมฉลองเป็นเกียรติยศที่เกรียงไกรที่สุด

 

ยิ่งกว่านั้น เสื้อสีเหลืองทอง ยังรองเรืองต่อมายังปีพุทธศักราช 2550 อันเป็นปรากฏการณ์
มหามงคลยิ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่คนไทยรัก และเทิดทูนเหนือเกล้าเหนือ
กระหม่อม ทรงเจริญพระชนมพรรษายืนยาวที่สุดในโลก กว่ากษัตริย์และจักรพรรดิองค์ใด
ทั้งในอดีตและปัจจุบัน คือ 80 พรรษา

ยิ่งกว่านั้น เมื่อพระองค์หายจากอาการพระประชวร เสด็จกลับสู่พระราชวังสวนจิตรลดา
รโหฐาน และเสด็จไปศิริราชพยาบาลให้ผองแพทย์ถวายการรักษา หรือทรงเยี่ยมพระอาการ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงสงขลานครินทร์ พระโสทร
เชษฐภคินี ปรากฏการณ์เสื้อสีสดใส ทั้ง ชมพู เขียว ฟ้า ม่วง น้ำตาล ฯลฯ ก็กลายเป็นความ
สวยสดงดงามตามรอยพระยุคลบาท นับเป็นการสร้างความสุขให้พสกนิกรได้ตลอด 2 ปี
มหามงคล

 

ณ แทบฝ่าละอองธุลีพระบาท

หกสิบเอ็ดปีผ่านนานนักหนา ชินสายตาข้าพระบาทมิคลาดเคลื่อน ตลอดปีเดือนวันอัน
คุ้นเตือน เฉกเสมือนนาฬิกาเตือนตาวัน กลางแดดจ้าฝ้าฝุ่นฟุ้งตรลบ พระเสโทท่วมกลบ
พระพักตร์ผัน กลางฝนฟ้าพายุเดือดดุดัน กลางลมแล้งหนาวสั่นสะท้านสะเทือน เหนือ
หุบห้วยกันดารร้างกลางป่าเขา กลางลำเนากระแสศึกระทึกเถื่อน กลางแดนดงแดด
แดงแฝงเล่ห์เยือน กระสุนเกลื่อนพร้อมปลิดชีพิตแปร

 

มีจอมคนทนยาตราทุกหล้าแหล่ง ประจักษ์แจ้งราชวัตรชัดกระแส เพ็ญพระราชกรณีที่
ถ่องแท้ เพื่อกอปรแก้ทุกข์ทั้งผองของประชา เพื่อรอบรู้กู้วิกฤตทุกทิศถิ่น แหล่งน้ำ-ดิน-ฟ้า-
อากาศ-ฝนหยาด-หญ้า กว่าสามพันโครงการทรงพัฒนา ชุบชีวาพสกผองของแผ่นดิน
ทศพิธราชธรรมนำประเทศ พระประเวศแดนไกลในทุกถิ่น ลุแปดสิบพระชนมายุภูมินทร์
พระเป็นปิ่นปกเกล้าผองเผ่าไทย

พสกหวังตั้งจิตอธิษฐาน ประลุกาลสมานฉันท์อันสดใส แผ่นดินทองรองเรืองเฟื่องฟูใจ
ออก-ตก-กลาง-เหนือ-ใต้ไทยสราญ เพียงไทยถ้วนควรสำนึกรำลึกว่า ตราบวันใดไทย
ประชาไม่สุขศานต์ ตราบนั้นคือทุกข์ทั้งผองของภูบาล เพราะทรงญาณหยั่งทุกข์สุข
ประชา หกสิบเอ็ดปีเถลิงถวัลยรัช เนิ่นนานกว่าทุกกษัตริย์ฉัตรแหล่งหล้า ขอพระเดช
พระสยามเทวา พระบุญญาบูรพกษัตริย์ไทย อีกพระศรีไตรรัตน์พิพัฒน์พร
นวมินทร์บดินทรนิรัติศัย ถ้วนจัตุพิพิธพรบวรชัย สราญในไอศวรรย์นิรันดร์เทอญ

 

หลังที่ปวงชนชาวไทยได้ฉลองความสุขมาทั้ง 2 ปีกับวันขึ้นปีใหม่ผ่านมา 1 วัน ข่าวที่ทุกคน
หวั่นๆ ที่จะได้รับก็ตามมา นั่นคือ ข่าวการเสด็จสวรรคาลัยของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อเวลา 02.54 นาฬิกาของวันที่
2 มกราคม 2551 นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของชาติของแผ่นดินไทยและ
ปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริงอีกครั้ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหยั่งซึ้งถึงความจงรักภักดีและความสำนึกของประชาชน
ที่มีต่อสมเด็จพระโสทรเชษฐภคินี ในพระจริยวัตรอันประเสริฐ พระกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญมหาศาล
และพระกรุณาธิคุณเป็นอเนกประการสุดพรรณนา โดยที่ปวงชนเพิ่งได้ตระหนัก
และประจักษ์จากสื่อทั้งหลายที่มีโอกาสได้เผยแพร่พระประวัติ ทั้งๆ ที่ระหว่างทรงดำรง
พระชนมชีพอันยาวนานถึง 84 พรรษา พระองค์ทรงบำเพ็ญพระองค์อย่างสมถะ-สันโดษ
และ(คำที่เหมาะสมที่สุดคือ ) “พอเพียง” หรือ มัชฌิมปฏิปทา (หรือโลว์โพรไฟล์-LOW
PROFILE) ตลอดมา จึงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระ
บรมราชานุญาต ให้ปวงชนได้มีโอกาส-มีส่วนร่วมในการถวายความอาลัยทั้งทางตรง
และทางอ้อม

 

คุณูปการอันยิ่งใหญ่ คือ ข่าวสารทั้งมวลนั้นกระตุ้นให้ประชาชนสำนึกในความเป็นคนดี
มีประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว-ต่อสังคม-ต่อประเทศชาติบ้านเมือง-และที่สุดต่อ
โลกมนุษย์ที่เราทุกคนพึ่งพาอาศัยอยู่นี้ ดลใจให้ปรารถนาที่จะทำดีตามรอยพระบาท
ตราบกาลนิรันดร

 

พระสถิตกลางดวงใจไทยนิรันดร์

พระดั่งรุ้งเรืองโรจน์โชติช่วงฟ้า ส่องแสงจ้าสร้างสุขทุกแห่งหน
แปดสิบสี่ปีผ่านบันดาลดล พระทรงพลีชีพชนม์เพื่อประชา
ด้วยวิญญาณการเป็นครูทรงอุทิศ พระนิมิตรังสรรค์ด้านการศึกษา
เอื้อพระทัยสาธารณสุขทุกเวลา รับนานามูลนิธิไว้ใต้บารมี
เสด็จแดนกันดารประทานสุข แพทย์อาสา ฯ พาดับทุกข์ทุกวิถี
ทหารตำรวจชายแดนแสนเปรมปรีดิ์ ย้ำรอยบาทราชชนนีเพิ่มพิบูลย์
แทนพระเนตรพระกรรณมิ่งขวัญชาติ ธำรงศาสนูปถัมภ์ธรรมไอศูรย์
หลากศาสตร์ศิลป์การดนตรีทวีคูณ กอปรเกื้อกูลศิลปวัฒนธรรม
งามยิ่งพระจริยวัตรประภัสสร ทวยนาครอุ่นเกล้าทั้งเช้าค่ำ
รอยพระสรวลเย็นกมลยิ่งฝนพรำ สำนึกล้ำด่ำใจชนจนนิรันดร์
สดับข่าวพระประชวรหวนวิโยค ยิ่งพระมาลาโลกยิ่งโศกศัลย์
ดุจฟ้าหลั่งน้ำฟ้าท่วมตาวัน หกสิบสามล้านจาบัลย์กลั้นน้ำตา
ยิ่งทราบพระกรณียกิจกว้าง พสกสรรพ์พลันอ้างว้างทุกถ้วนหน้า
ขอพระเดชพระปิ่นฉัตรไตรรัตนา พระบุญญาทรงบำเพ็ญเป็นอนันต์
อีกกุศลคนทั้งชาติพลีมาดหมาย น้อมถวายยุคลบาทประสาทสรรพ์
เป็นพลวปัจจัยเพริศในธรรม์ ส่งเสด็จเสวยสวรรค์นิรันดร์เทอญ



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ซองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2551
คอลัมน์ : ชีวิตคือความรื่นรมย์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7aWuJ

Follow autoinfo.co.th