บทความ

ฟอร์ด อีโคบูสต์


เครื่องยนต์ 3 สูบ พิกัดแค่ 1,000 ซีซี หรือ 1.0 ลิตร ถูกมองว่า “มันจะไหวหรือ !” ของแบบนี้ต้องลองถึงจะรู้

 

หลายคนไม่รู้ว่า เครื่องยนต์เบนซินนั้นเมื่อมีเทอร์โบ สมรรถนะมันจะเทียบเคียงกับเครื่องยนต์เบนซินไม่มีเทอร์โบได้ ก็ต้องมีแต้มต่อ นั่นหมายความว่า เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบต้องถูกคูณด้วยตัวเลข 1.6 กับจำนวนซีซี ของเครื่องตัวนั้น อย่างเจ้าเครื่อง อีโคบูสต์ ขนาด 1,000 ซีซี เมื่อคูณ 1.6 เข้าไป สมรรถนะนั้นมันจะเท่ากับเครื่องยนต์ 1,600 ซีซี หรือ 1.6 ลิตร ตัวคูณนี้เป็นเรื่องสากลที่ใช้ในการแบ่งรุ่นการแข่งขัน เพื่อให้เครื่องยนต์ที่มีเทอร์โบ และไม่มีเทอร์โบ สามารถแข่งรุ่นเดียวกันได้ ถ้าไม่บอกเดี๋ยวจะงงว่าทำไมถึงต้องเทียบสมรรถนะกับเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร

 

เทียบเคียงกับเครื่อง 1.6 ลิตร

เครื่องยนต์อีโคบูสต์ 1.0 ลิตร ผสานการทำงานของระบบไดเรคท์อินเจคชัน เข้ากับเทอร์โบชาร์จและวาล์วแบบแปรผัน เพื่อให้กำลังและประสิทธิภาพในการขับขี่เทียบได้กับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตรทั่วไป และยังช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้นด้วย

 

แม้ว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตรนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่สุดในตระกูลอีโคบูสต์ ด้วยขนาดที่เล็กพอจะบรรจุในช่องเก็บกระเป๋าเหนือศีรษะบนเครื่องบินได้ แต่ความสามารถในการมอบพละกำลังถึง 125 แรงม้า (92 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุดถึง 17.3 กก.-ม. (170 นิวตัน-เมตร) นับว่าเทียบได้กับเครื่องยนต์เบนซินทั่วไปขนาด 1.6 ลิตร อีกทั้งยังให้แรงบิดสูงสุดตั้งแต่ 1,400-4,500 รตน. มาพร้อมระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ เพาเวอร์ชิฟท์ 6 จังหวะ กับอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมถึง 18.9 กม./ลิตร และปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 121 กรัม/กม.

 

ลดอาการสั่นด้วยฟลายวีลแบบไม่สมดุล

เครื่องยนต์อีโคบูสต์ ขนาด 1.0 ลิตร เป็นเครื่องยนต์แบบแรกของ ฟอร์ด ที่มี 3 กระบอกสูบ ได้รับการออกแบบขึ้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ฟอร์ด ที่ประเทศเยอรมนี และที่ประเทศอังกฤษ โดยหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้เครื่องยนต์รุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ทั้งหมด นั่นคือ การที่ทีมวิศวกรของ ฟอร์ด ได้สร้างสรรค์เทคนิคใหม่ขึ้นมา เพื่อเอาชนะปัญหาการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ที่มีจำนวนกระบอกสูบเป็นเลขคี่

 

โดยปกตินั้น เครื่องยนต์จะมีลูกสูบเป็นเลขคู่ เช่น เครื่อง 4 สูบ การทำงานของเครื่องยนต์นั้นจะจับคู่ลูกสูบขึ้นทีละ 2 ลูก และลงทีละ 2 ลูก พร้อมกันเสมอ การที่ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้น/ลงเป็นคู่ ทำให้การบาลานศ์น้ำหนักทำได้ง่าย แต่การที่เครื่องยนต์ 3 สูบ เคลื่อนที่ขึ้น/ลงนั้น มันจะมีลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้น 2 ลูก และเคลื่อนที่ลง 1 ลูก ดังนั้นการทำให้เครื่องยนต์มีความสมดุลนั้น มันเป็นเรื่องยากทีเดียว

 

เครื่องยนต์ 3 สูบในที่ผ่านมานั้น การออกแบบเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ขนาดเล็กทำได้ด้วยการติดตั้งเพลาถ่วงดุลภายในเครื่องยนต์ แต่เพลาถ่วงดุลนั้นมีน้ำหนักมาก ราคาแพง และทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น ทีมงานของ ฟอร์ด จึงแก้ปัญหาด้วยการหันมาปรับล้อช่วยแรง หรือ “ฟลายวีล” และพูลเลย์เครื่องยนต์ ให้อยู่ในตำแหน่งที่ “ไม่สมดุล”

 

ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายขึ้น ฟลายวีลปกติจะต้องมีการถ่วงน้ำหนัก เพื่อให้หมุนได้ราบรื่นเหมือนล้อรถยนต์ มิเช่นนั้นจะมีอาการสั่นสะท้านเมื่อหมุนด้วยความเร็วต่างๆ แต่ฟลายวีลในเครื่องยนต์ตัวนี้ ถูกออกแบบให้ไม่สมดุย พูดง่ายๆ คือ หมุนแบบแกว่งๆ นั่นเอง การหมุนแบบนี้แรงสั่นสะท้านที่เกิดขึ้นจะไปหักล้างกับแรงสั่นสะท้านจากเครื่องยนต์แบบ 3 สูบ รวมถึงช่วยกระจายแรงสั่นสะเทือนไปในทิศทางที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อตัวรถมากนัก และออกแบบยางรองแท่นเครื่องให้ดูดซับแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ให้มากที่สุด

 

ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่น และเงียบ เมื่อได้ทดสอบกับรถจริง พบว่าคำกล่าวอ้างนั้นไม่ได้เกินเลย มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ยังมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจอีก แต่พื้นที่จำกัดคงต้องต่อกันฉบับต่อไป



------------------------------
เรื่องโดย : พหลฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มกราคม ปี 2557
คอลัมน์ : รู้ทันเทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/bQ1eI
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th