บทความ

เล็กแต่จี๊ด…ติดตราดาวสามแฉก


เล็กแต่จี๊ด…ติดตราดาวสามแฉก
MERCEDES-BENZ A 45 AMG

 

ในรอบปี 2012 โลกผลิตรถยนต์นานาชนิดได้รวมทั้งสิ้น 84,141,209 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 จากตัวเลขในรอบปี 2011 โดยแยกออกได้เป็นรถยนต์นั่งจำนวน 63,069,541 คัน และเป็นรถเพื่อการพาณิชย์จำนวน 21,071,668 คัน

 

เมื่อแยกจำนวนตามประเทศผู้ผลิตก็พบว่า ในรอบปี 2012 ประเทศที่ผลิตรถยนต์มากที่สุดยังคงเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมียอดผลิตสูงถึง 19,271,808 คัน รองลงไป คือ สหรัฐอเมริกา 10,328,884 คัน ญี่ปุ่น 9,942,711 คัน เยอรมนี 5,649,269 คัน เกาหลีใต้ 4,557,738 คัน ส่วนประเทศไทยของเราติดอันดับ 9 ด้วยยอดผลิตรวม 2,483,043 คัน คือ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70.3 จากตัวเลขในรอบปี 2011 โดยแยกออกได้เป็นรถยนต์นั่ง จำนวน 957,623 คัน หรือเท่ากับร้อยละ 38.6 และเป็นรถเพื่อการพาณิชย์ 1,525,420 คัน หรือร้อยละ 61.4

 

เมื่อพิจารณาตัวเลขการผลิตรถยนต์ของแต่ละประเทศอย่างละเอียด ก็จะพบว่า บางประเทศผลิตรถยนต์นั่งมากกว่ารถเพื่อการพาณิชย์ บางประเทศผลิตรถเพื่อการพาณิชย์มากกว่ารถยนต์นั่ง บางประเทศซึ่งเป็นส่วนน้อยผลิตแต่รถยนต์นั่งไม่ผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ และไม่มีประเทศใดเลยที่ผลิตรถเพื่อการพาณิชย์อย่างเดียวไม่ผลิตรถยนต์นั่ง ที่ไม่น่าประหลาดใจเลยก็คือ ในบรรดารถยนต์นั่งมากกว่า 63 ล้านคันที่ผลิตในปี 2012 รถที่มีเปอร์เซนต์การผลิตสูงที่สุด คือ รถขนาดเล็กกะทัดรัด ที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า COMPACT CAR

 

เพื่อให้สอดรับกับสิ่งที่กล่าวข้างต้น รถใหม่ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้ เกือบทั้งหมดจึงเป็นรถขนาดกะทัดรัด และมีรถขนาดเล็กกว่าเล็กกะทัดรัด หรือ SUBCOMPACT CAR สอดแซมมานิดหน่อย เริ่มต้นด้วย เมร์เซเดส-เบนซ์ เอ 45 เอเอมจี (MERCEDES-BENZ A 45 AMG) หัวกะทิของรถเล็กอนุกรม เอ-คลาสส์ (A-CLASS) รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 3 (รหัส W176)

 

ได้ชื่อว่าเป็นรถแฮทช์แบคที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของค่าย “ดาวสามแฉก” เพิ่งอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวา ครั้งล่าสุด เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเริ่มจำหน่ายในเมืองเบียร์เมื่อเดือนมิถุนายน พร้อมกับป้ายค่าตัวซึ่งเริ่มต้นที่ 49,682 ยูโร หรือประมาณ 1,990,000 บาทไทย

 

รถหัวกะทิโมเดลนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ผลิตด้วยมือโดย AMG และผู้ผลิตอวดว่าเป็น THE MOST POWERFUL SERIES PRODUCTION FOUR-CYLINDER ENGINE IN THE WORLD คือ ให้พละกำลังสูงกว่าเครื่องยนต์ 4 สูบทุกเครื่องทุกบลอคที่มีอยู่ในรถตลาดขณะนี้ เป็นเครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง ความจุ 1,991 ซีซี ซึ่งให้กำลังสูงสุด 265 กิโลวัตต์/360 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร/45.9 กก.-ม. ที่ 2,250-5,000 รตน. ส่วนระบบเกียร์ที่ใช้ในการถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์สู่ล้อคู่หน้าและคู่หลัง เป็นเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ

 

สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของค่าย “ดาวสามแฉก” อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาแค่ 4.6 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัย ที่น่าประหลาดใจก็คือ เป็นรถแรงและเร็วที่ไม่หิวน้ำมันจนคนรักสีเขียวหน้ามุ่ย อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยเมื่อวัดตามมาตรฐาน NEDC (NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE) อยู่ที่ระดับ 6.9-7.1 ลิตร/100 กม. หรือ 14.1-14.5 กม./ลิตร ส่วนอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากปลายท่อไอเสียก็ไม่สูงจนเกินทนทาน คือ 161-165 กรัม/กม.



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2556
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7Xms9
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th