บทความ

รถพันธุ์ยุ่นเมดอินยูเอสเอ


รถพันธุ์ยุ่นเมดอินยูเอสเอ
TOYOTA HIGHLANDER

ก่อนการเฟื่องฟูของตลาดจีนเมื่อ 3-4 ปีก่อน สหรัฐอเมริกา คือ ตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก ยอดขายรถทุกประเภทซึ่งพุ่งขึ้นสู่ระดับ 17.4 ล้านคันในปี 2005 ก่อนจะดำดิ่งอย่างน่าใจหายใจคว่ำจนลดเหลือแค่ 16.5 ล้านคัน ในปี 2007 และ 11.8 ล้านคัน ในปี 2009 ทำให้ตลาดรถยนต์ในประเทศอันยิ่งใหญ่นี้มีสภาพเป็น “เค้ก” ก้อนใหญ่ ที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายๆ รายมาดหมายจะเชือดเฉือน โดยเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ จากทวีปยุโรปและเกาะญี่ปุ่น ผู้ผลิตรถยนต์จากเมืองปลาดิบบางราย ถึงกับขายรถในเมืองมะกันได้มากกว่าในญี่ปุ่นด้วยซ้ำ

 

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจอะไรเมื่อเกิดปรากฏการณ์ มีรถสายพันธุ์ญี่ปุ่นบางแบบบางรุ่น ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับตลาดในทวีปอเมริกาเหนือ และไม่มีจำหน่ายในเมืองแม่ คือ ญี่ปุ่น ตัวอย่าง คือ รถกิจกรรมกลางแจ้งติดป้ายชื่อ โตโยตา ไฮแลนเดอร์ (TOYOTA HIGHLANDER) ที่กำลังอวดโฉมอยู่ในขณะนี้

 

ยักษ์ใหญ่ของเมืองยุ่นเริ่มนำ MID-SIZE CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดกลางติดป้ายชื่อ โตโยตา ไฮแลนเดอร์ (TOYOTA HIGHLANDER) ออกสู่ตลาดในเมืองมะกันเมื่อเดือนมกราคม 2001 คือ เพียง 2-3 เดือนหลังจากนำรถหน้าตาเหมือนกันออกขายในญี่ปุ่น พร้อมกับป้ายชื่อ โตโยตา คลูเกอร์ (TOYOTA KLUGER) สารานุกรมออนไลน์วิกิพีเดียให้ข้อมูลว่า ที่ไม่อาจใช้ชื่อ HIGHLANDER กับรถที่ขายในญี่ปุ่น เพราะซ้ำกันกับชื่อรองของรถรุ่นหนึ่งของค่าย ฮันเด (HYUNDAI) แห่งเกาหลีใต้ รถรุ่นนี้มีห้องโดยสารให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ แบบติดตั้งเก้าอี้ 2 แถว นั่งได้รวม 5 คน กับแบบติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้รวม 7 คน

 

รถรุ่นแรกที่มีขายทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและในเมืองแม่ดังที่กล่าวข้างต้นอยู่ในตลาดจนถึงปี 2007 ก็ถูกแทนที่ด้วยรถรุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีรถไฮบริดให้เลือกใช้ด้วย สิ่งที่แตกต่างจากรถรุ่นแรกก็คือ รถรุ่นใหม่นี้มีจำหน่ายแต่ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ไม่มีขายในญี่ปุ่น และมีแต่แบบติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้รวม 7 คน

 

ส่วน โตโยตา ไฮแลนเดอร์ ที่เลือกมาให้ชมกันในเดือนนี้ เป็นรถรุ่นที่ 3 เพิ่งอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์คครั้งล่าสุด เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และอีกไม่นานก็จะออกสู่โชว์รูมในเมืองมะกัน ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2014

 

รถรุ่นที่ 3 ซึ่งจะใช้โรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองพรินศ์ทัน (PRINCETON) ในรัฐอินเดียนาเป็นที่ผลิตนี้ อยู่ในตัวถังทรงสองกล่อง ยาว 4.855 ม. กว้าง 1.925 ม. สูง 1.730 ม. และมีช่วงฐานล้อยาว 2.790 ม. เป็นตัวถังรับแรงเหมือนรถเก๋ง ติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้รวม 7-8 คน และเป็นตัวถังที่ยาวขึ้น 7.0 ซม. และกว้างขึ้น 1.5 ซม. เมื่อเทียบกับตัวถังของรถรุ่นเดิม ส่วนความสูงคงเดิม

 

เป็นรถสายพันธุ์ญี่ปุ่นแต่ไม่มีขายในญี่ปุ่นซึ่งจะมีระบบพลังขับเคลื่อนให้เลือกใช้รวม 3 แบบ คือ ขับล้อหน้าด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง ความจุ 2.7 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับล้อหน้า หรือทุกล้อด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซิน วี 6 สูบ ความจุ 3.5 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และขับทุกล้อแบบไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน วี 6 สูบ ความจุ 3.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเกียร์อัตโนมัติปรับอัตราทดต่อเนื่อง (เกียร์ CVT)

 

เป็นรถที่เน้นมากในเรื่องความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้ขับและผู้โดยสาร จึงพรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ความปลอดภัยนานาชนิด ตัวอย่าง คือ ระบบถุงลมนิรภัยรวม 8 ชุด ระบบความปลอดภัย STAR SAFETY SYSTEM ซึ่งทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและได้ประสิทธิผล ระบบ BLIND SPOT MONITOR ซึ่งช่วยแก้ปัญหาจุดบอด และระบบ LANE DEPARTURE ALERT ซึ่งส่งเสียงเตือนเมื่อรถทำท่าว่าจะวิ่งออกนอกลู่นอกเลน

 

ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมานี้ เป็นข้อมูลเบื้องต้น อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า PRELIMINARY SPECIFICATION ข้อมูลเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อรถออกสู่ตลาดตอนต้นปีหน้า



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/591Mm
อัพเดทล่าสุด
20 Jun 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
679,000
2.
1,079,000
4.
1,269,000
5.
765,000
6.
640,000
7.
1,475,000
8.
14,790,000
9.
1,180,000
10.
970,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th