บทความ

ถ้าดับดวงอาทิตย์ไม่ได้


หน้าร้อนอย่างนี้ รถยนต์ยิ่งต้องการการบำรุงรักษา เนื่องจากความร้อน และรังสียูวีเป็นตัวการที่ทำให้รถของคุณ มีอายุการใช้งานสั้นลง การหมั่นตรวจสอบ และดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นวิธีป้องกันภัยร้ายที่จะเกิดกับรถคันรัก สำหรับคนรักรถที่ยังไม่ทราบวิธีปกป้องรถให้พ้นภัยร้อน “ฟอร์มูลา” จัดให้ !!!

ระบบปรับอากาศ
หัวใจหลัก ของความเย็น

แอร์ หรือ ระบบปรับอากาศภายในรถ ช่วยทำให้อุณหภูมิภายในรถต่ำลง เราจึงรู้สึกสบายทุกครั้งที่เปิดแอร์ หลักการทำงานง่ายๆ คือ คอมเพรสเซอร์ (COMPRESSOR) จะอัดไอน้ำยา ให้มีอุณหภูมิ และความดันที่สูงขึ้น (สถานะแกส) คอนเดนเซอร์ (CONDENSER) มีลักษณะคล้ายหม้อน้ำ ระบายความร้อนจากไอน้ำยา ให้อุณหภูมิลดลง (สถานะของเหลว) รีซีเวอร์/ดไรเออร์ (RECEIVER/DRIER) หรือหม้อพักน้ำยาแอร์ มีลักษณะเป็นกระบอกโลหะ ภายในมีสารดูดความชื้นมีหน้าที่สำรองน้ำยาในสถานะของเหลว เอกซ์แปนชันวาล์ว (EXPANSION VALUE) หรือลิ้นลดความดัน ช่วยให้แรงดันต่ำลง จะผสมกันเป็นฝอยละออง อีแวพอเรเตอร์ (EVAPORATOR) หรือตู้แอร์ น้ำยาที่เป็นฝอยจะระเหยเป็นไอในท่อคดเคี้ยวของตู้แอร์ เพื่อดูดความร้อนจากอากาศภายในห้องโดยสาร ทำให้น้ำยาเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นไออีกครั้ง เพื่อเข้าสู่คอมเพรสเซอร์ แล้วจะเป็นวัฏจักรอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

เมื่อเข้าใจหลักการทำงานแล้ว ก็ไปตรวจเชคระบบปรับอากาศภายในรถกันบ้างแล้ว ซึ่งทำได้ง่ายๆ ดังนี้

 

ใช้ความรู้สึก

วิธีนี้ต้องอาศัย “สัญชาตญาณ” กันสักหน่อย คือ ต้องรู้ถึงระดับความเย็นในขณะที่แอร์ทำงานเป็นปกติ แล้วนำความรู้สึกนี้มาเทียบกับปัจจุบันว่าแตกต่างกันหรือไม่ เช่น เปิดแอร์นานแล้วทำไมยังไม่เย็น เจอแดดจัดหน่อยก็สู้ไม่ไหว ติดไฟแดงแป๊บเดียวก็ร้อนแล้ว เป็นต้น หรือจะสังเกตจากความเย็น (แรงลม) ในช่องแอร์ ซึ่งถ้าแอร์เริ่มมีปัญหา ความเย็นจะลดลงจนคุณต้องเพิ่มระดับความเย็น หรือความแรงของพัดลมอยู่เรื่อยๆ

แอบมองผ่านตาแมว

หม้อพักน้ำยาแอร์ หรือ รีซีเวอร์/ดไรเออร์ ด้านบนมีช่องมองกระจกทรงกลมเล็กๆ เรียกว่า “ช่องตาแมว” ช่องนี้มีไว้ดูน้ำยาแอร์ เมื่อสตาร์ทเครื่อง และเปิดระบบปรับอากาศ หากระบบสมบูรณ์ น้ำยาแอร์จะวิ่งผ่านจนเกิดเป็นฟอง แสดงว่าปกติ แต่ถ้าเห็นฟองเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีเลย แสดงว่าน้ำยาแอร์อาจน้อยเกินไป และถ้าน้ำยาแอร์เต็มช่องจนมองไม่เห็นฟองอากาศ แสดงว่า น้ำยาแอร์มากเกินกำหนด

ตามหารอยรั่ว

น้ำยาแอร์นั้น สามารถซึมออกมาทางข้อต่อต่างๆ ได้เล็กน้อย แต่ไม่สามารถหายไปเองได้ นอกจากรั่ว หรือซึมออกมาอย่างช้าๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของรถที่ใช้มานาน สังเกตได้จากน้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ซึมติดเป็นคราบ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะชิ้นส่วนที่เป็นโลหะผุทะลุ ก็อาจเป็นที่ท่อยาง หรือแหวนกันรั่ว (โอ-ริง) เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ถ้ารั่วที่รังผึ้งทำความเย็น หรือตู้แอร์ (อีแวพอเรเตอร์) ให้สังเกตจากน้ำที่กลั่นตัวและหยดลงที่พื้นถนน ถ้ามีคราบน้ำมันปนอยู่ด้วย แสดงว่ารั่วแล้ว

 

สีตัวถัง
ปกป้อง และบำรุงสีรถ

พอเข้าหน้าร้อนก็ต้องใส่ใจบำรุงสีรถเป็นพิเศษ พื้นผิวของรถก็มีส่วนช่วยป้องกันความร้อนได้ เนื่องจากแสงแดดสามารถนำพารังสีความร้อน (UV) ทะลุผ่านพื้นผิวตัวถัง เข้าไปภายในห้องโดยสาร ดังนั้นการทาครีมกันร้อนให้รถ จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำ
ลดรังสีความร้อนด้วยการเคลือบสี

ความร้อนจากแสงแดดนั้นมาจากดวงอาทิตย์ ในรูปของรังสีแกมมา รังสีเอกซ์ และรังสีอื่นๆ เราต้องขอบคุณชั้นบรรยากาศของโลก ที่ได้กรองเอาสิ่งที่เป็นอันตรายเหล่านี้ออกไปจนเกือบหมด หลงเหลือรังสีอยู่เพียงนิดหน่อย เช่น รังสีอุลทราไวโอเลท หรือ รังสียูวี รังสีนี้ทำให้คอลลาเจนในผิวหนังเสื่อมสภาพ ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย รวมถึงอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ จึงมีการคิดค้นน้ำยาเคลือบสีต่างๆ ในการสะท้อนรังสีความร้อนกลับไปให้มากที่สุด แถมยังช่วยปกป้องสีรถให้เงางาม เหมือนเพิ่งออกจากโชว์รูมใหม่ๆ แต่ประโยชน์จากรังสีนี้ก็มีเยอะ เช่น สามารถฆ่าเชื้อโรคในน้ำดื่มได้ ต้นกำเนิดหลอดฟลูออเรสเซนท์ หรือใช้ในการตรวจเอกสารสำคัญ เช่น ธนบัตร, หนังสือเดินทาง, บัตรเครดิท ฯลฯ

ทำความสะอาดพื้นผิวสม่ำเสมอ

การดูแลรักษารถยนต์ด้วยการล้างทำความสะอาดรถนั้น ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเป็นไปได้ควรล้างทุกอาทิตย์ แต่อย่างน้อยที่สุด 2 อาทิตย์ครั้ง ก็ยังดี เนื่องจากฝุ่นละออง คราบจากของเสียต่างๆ หรือแม้แต่คราบจากมูลนก ล้วนเป็นสาเหตุให้สีรถต้องหม่นหมอง เกิดคราบฝังแน่นติดสีรถ แถมน้ำยาเคลือบสีรถที่เคลือบไว้ ยังเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าปกติอีกด้วย

จอดในที่ร่มทุกครั้ง

วิธีนี้อาจต้องใช้ความว่องไวของดวงตาคุณสักหน่อย เพื่อแย่งชิงที่จอดรถร่มๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัด หรือไม่ คุณก็ต้องทำการบ้านเพื่อวิเคาระห์ถึงทิศทางของเงาแดด ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้า ตอนเที่ยง หรือตอนเย็น ว่าจุดไหนบ้างที่จะร่ม และจะร่มกี่โมงถึงกี่โมง อย่างที่รู้กันว่าการจอดรถในที่ร่มมีแต่ข้อดี นอกจากช่วยยืดอายุของอุปกรณ์ทุกชิ้นทั้งภายนอก และภายในแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพจิตของคนขับดีขึ้นได้อีกด้วย

 

ฟีล์มกรองแสง
คลายร้อนให้ห้องโดยสาร

นอกจากการป้องกันความร้อนให้กับรถ ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารก็ต้องปกป้องด้วยเช่นกัน หนทางที่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา คือ การนำรถเข้าไปจอดในที่ร่ม ไม่ให้แสงแดดเล็ดลอดเข้าไปสร้างความเดือดร้อนกับอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือ จำเป็นที่จะต้องใช้รถเพื่อการสัญจร คงต้องเลือกการติดตั้ง “ฟีล์มกรองแสง” ซึ่งเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

ป้องกันรังสียูวี
สรรพคุณของฟีล์มกรองแสง นอกจากช่วยลดความร้อนภายในห้องโดยสาร หลายๆ คนคงรู้ดีว่า ภายในเนื้อฟีล์ม มีสารป้องกันรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง โดยฟีลม์กรองแสงคุณภาพสูงสามารถป้องกันรังสียูวีได้ถึง 99 เปอร์เซนต์ ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารปลอดภัยจากรังสีนี้ได้อีกด้วย

ปกป้องชิ้นส่วนอะไหล่

ในส่วนของประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับรถคันรัก นอกจากจะลดความร้อน ยังส่งผลให้ระบบปรับอากาศไม่ทำงานหนัก เพราะอุณหภูมิภายในห้องโดยสารจะลดลงตามความเข้มของสีจากฟีล์มกรองแสง ซึ่งจะทำให้ชุดคอนโซลที่ผลิตจากพลาสติคฉีดขึ้นรูป จะไม่ถูกทำลายจากความร้อนที่ตกกระทบ

เลือกฟีล์มที่ใช่ ใช้สีที่ชอบ

ฟีล์มกรองแสงในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย หลากรุ่น หลายยี่ห้อ มีการรับประกันที่ต่างกันไป ยืนพื้นอยู่ที่ 7 ปี จนถึงตลอดอายุการใช้งาน สี และการเคลือบปรอทในเนื้อฟีล์มต้องคำนึงถึงเป็นหลัก เพราะจะทำให้ผิดกฏหมายโดยไม่รู้ตัว ขั้นตอนการติดตั้งต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะหากเกิดฟองอากาศเพียงน้อยนิด จะทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลง ทั้งยังส่งผลให้อายุการใช้งานของฟีล์มสั้นลงกว่าที่บริษัทผู้ผลิตได้เคลมไว้

 

ระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์
หัวใจหลักสู่พลังการขับเคลื่อน

ใช่ว่าจะต้องดูแลแต่ภายนอก สิ่งสำคัญ และไม่ควรมองข้าม คือ ระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ รวมถึงของเหลวที่หมุนเวียนภายในระบบ หากขาดการดูแลที่ถูกวิธี อาจจะทำให้พาลเสียอารมณ์ เสียทรัพย์ ยิ่งในฤดูร้อนอย่างนี้ คุณอาจจะหงุดหงิดได้ง่ายๆ การบำรุงรักษามีอะไรบ้าง…มาดูกัน

ตรวจเชคระบบหล่อเย็นเบื้องต้นซึ่งคุณทำได้ด้วยตนเอง สังเกตจากอะไรบ้าง ?

หม้อน้ำ

หัวใจหลักของการระบายความร้อนให้เครื่องยนต์ การจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ ทำให้มีความร้อนสะสม ต้องอาศัยน้ำ หรือน้ำยาหล่อเย็น นำความร้อนออกมาทิ้งภายนอก ทำงานคู่กับ รังผึ้งหม้อน้ำ โดยมีวาล์วน้ำเป็นตัวควบคุม และหมุนเวียนตลอดเวลา วีธีทำความสะอาดเบื้องต้น ควรหาน้ำฉีดรังผึ้งเพื่อล้างสิ่งสกปรก เศษหิน ดิน ทรายที่อุดตัน รวมถึงถ่ายน้ำหล่อเย็นทิ้งและเปลี่ยนใหม่ ถ้ากลัวยุ่งยาก พึ่งพาช่างดีที่สุด

หม้อพักน้ำ

ประสิทธิภาพในการระบายความร้อน ขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ช่วยระบายความร้อนให้เครื่องยนต์ ถ้าระดับน้ำในหม้อพักน้ำพร่อง หรือลดลง ปัญหาความร้อนสะสมก็จะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ง่าย และมักเป็นปัญหาที่พบเจอกันเป็นประจำ เพราะฉะนั้นควรตรวจเชคระดับน้ำ อย่างน้อย 15 วัน/ครั้ง (ในกรณีของรถใหม่) ส่วนรถที่มีอายุมากหน่อย ก็ควรจะเชคบ่อยขึ้นตามลำดับ และจำเป็นต้องตรวจสอบขณะ “เครื่องเย็น” เท่านั้น

พัดลมไฟฟ้า

ชิ้นส่วนอะไหล่ที่สำคัญในการระบายความร้อน (โดยเฉพาะตอนจอดรถ) ถ้าพัดลมไฟฟ้าเสีย จะส่งผลให้เกิดความร้อนสูงจนถึงขั้นอันตราย โดยทั่วไปพัดลมไฟฟ้าอาจมีแค่ 1 ตัว ในรถยนต์บางรุ่น แต่อาจมี 2 ถึง 3 ตัว ขึ้นอยู่กับรุ่นรถและการออกแบบ แต่ทั้งหมดจะทำหน้าที่เดียวกัน คือ ระบายความร้อนให้เครื่องยนต์ และระบบปรับอากาศ ลองตรวจสอบดูว่า พัดลมไฟฟ้า ยังทำงานตามจังหวะปกติ และมีความแรงมากพอหรือไม่ หากพบปัญหา อย่านิ่งนอนใจ รีบแก้ไขโดยด่วน

สายพานปั๊มน้ำ

สายพาน มีหน้าที่สำคัญในการฉุดพลูเลย์ปั๊มน้ำให้หมุน สายพานที่สมบูรณ์จะไม่หย่อนยาน เพราะถ้าหย่อน การระบายความร้อนก็ด้อยตาม ควรพบช่างเพื่อตั้งให้ใหม่ แต่ถ้าหมดอายุ อาการที่พบมักจะแตกลายงา กรอบ และหัก แต่ยังไม่ขาด กรณีนี้ต้องรีบเปลี่ยนใหม่ เพราะถ้าขาดเมื่อไร ปั๊มน้ำจะไม่ทำงาน (รวมไปถึงระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้สายพานชุดเดียวกันด้วย)

ท่อทางเดินน้ำ

ท่อยาง (HOSE) เป็นชิ้นส่วนที่ทำให้น้ำเดินทางเข้าสู่เครื่องยนต์ อุปกรณ์ชนิดนี้ไม่ควรละเลยเช่นกัน ถ้าพบว่า ท่อยางเริ่มซีด แตกลายงา ลองบีบดูแล้วฟีบ ไม่เปล่งปลั่ง หรือบวม ต้องรีบเปลี่ยนโดยเร็ว หากท่อยางแตก หลุด บวมจนระเบิด น้ำจะพุ่งกระจายออกมา สร้างปัญหาเดือดร้อนแน่ๆ และควรดูเข็มขัดรัด ว่าแน่นหรือไม่ ถ้ามีน้ำหยด หรือ คราบน้ำ แสดงว่าเกิดการรั่ว ควรรีบหาสาเหตุ

ฝาหม้อน้ำ

ฝาหม้อน้ำ โดยทั่วไปจะมีสปริง และวาล์วปิด ด้านในมีซีลยาง เพื่อรักษาแรงดัน หากหมดอายุ ซีลยางจะแข็ง กรอบ และหลุด ทำให้น้ำรั่วและมีอากาศเข้าไปในระบบ หรือหากสปริงฝาหม้อน้ำล้า อาจทำให้เก็บแรงดันในระดับปกติไม่อยู่ ทำให้น้ำดันออกจากหม้อน้ำเกินความจำเป็น และน้ำในหม้อน้ำจะหายจากระบบได้ ดังนั้นหากฝาหม้อหม้อน้ำสภาพไม่สมบูรณ์ ก็ควรเปลี่ยนใหม่ทันที



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2556
คอลัมน์ : สารคดี
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/nQVYY

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตะลึงความงามอ่าวโต๊ะหลี สัมผัสชีวิตดี๊ดีของคนภูเก็ต
ตะลึงความงามอ่าวโต๊ะหลี สัมผัสชีวิตดี๊ดีของคนภูเก็ต
รถยนต์พระที่นั่งในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ตอนจบ)
รถยนต์พระที่นั่งในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ตอนที่ 2)
รถยนต์พระที่นั่งในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตอนที่ 1
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th