บทความ

โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์


ผมได้รับหมายเชิญให้ร่วมเดินทางไป จ. เชียงราย เพื่อทดลองขับ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เพิ่งปรับโฉมรับศึกในตลาดรถเอสยูวี ที่สู้กันดุเดือด เพราะเซกเมนท์นี้ มีผู้เล่นแค่ 5 ราย แต่ว่า “เค้ก” ก้อนนี้มียอดขายที่หอมหวน ชวนให้สัมผัสจริงๆ

ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 ตลาดเอสยูวี เติบโตกว่า 55 % ขายไปแล้ว 57,200 คัน โดยค่าย โตโยตา ขายมากสุด 22,348 คัน เพิ่ม 143.8 % ครองส่วนแบ่งการตลาด 39.1% อันดับ 2 มิตซูบิชิ ขาย 18,191 คัน เพิ่ม 42.9 % ส่วนแบ่งการตลาด 31.8 % และอันดับ 3 เชฟโรเลต์ ขาย 9,918 คัน เพิ่ม 256.4 % ส่วนแบ่ง 17.3 % เมื่อเทียบยอดขายของปี 2554 ช่วง 8 เดือนแรกขายได้ 36,895 คัน…เห็นกันจะๆ เลยว่าปีนี้ ตลาดรถเอสยูวี แข่งขันกันดุเดือดแค่ไหน ก็อย่างที่ผมบอกไว้ตั้งแต่แรกว่า ผู้เล่นมีแค่ 5 ราย ใครมือยาว สาวได้สาวเอาละครับ และโตโยตา ก็ไม่รอช้า รีบปรับทัพส่งเจ้า ฟอร์ทูเนอร์ เวอร์ชันที่ 4 รุ่นปี 2012 ลงตลาดเพื่อสร้างตัวเลขยอดขายเพิ่มทันที แต่ศึกหนนี้ โตโยตา เปิดไลน์ใหม่ ด้วยการเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ มาตอบโจทย์ครอบครัวชอบความประหยัดทันควัน

โฉมใหม่ของ ฟอร์ทูเนอร์ ไม่แตกต่างจากที่เราเคยเห็นมากนัก มีการปรับปรุงรายละเอียดภายนอกไม่มากจนสะดุดตา แต่ภายในห้องโดยสารมีการปรับใหม่หลายรายการ เช่น เครื่องเล่น DVD พร้อมระบบนำทาง ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบ BLUETOOTH ใส่กล้องมองหลัง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในเวลาถอยจอดรถ เบาะนั่งปรับไฟฟ้า (ฝั่งคนขับ) พวงมาลัย และหัวเกียร์หุ้มหนังแท้ พร้อมลายไม้ ส่วนขุมกำลัง แน่นอนครับว่า โตโยตา “จัดเต็ม” มีรุ่นเครื่องยนต์ให้เลือกมากขึ้น ทั้งเบนซิน และดีเซล

รายละเอียดนั้นน่าสนใจมาก มีตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 V 4 AT เพื่อไว้สำหรับคนชอบติดแกส เน้นความประหยัดแบบสุดๆ ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล มีทางเลือกมากขึ้น ด้วยรุ่น 3.0 V 5 AT 4WD, 3.0 V 5 AT 2WD, 2.5 G 5 AT และ 2.5 G 5 MT…ไฮไลท์อยู่ที่เครื่องยนต์ 2.5 G 5 AT ที่เปิดตัวครั้งแรก เพื่อมาตอบโจทย์คนที่ชอบ ฟอร์ทูเนอร์ ในราคาย่อมเยา ด้วยราคา 1,179,000 บาท ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะราคาเริ่มต้น 1,085,000 บาท เย้ายวนใจไม่น้อยทีเดียว

และตลอด 7 ปีที่ผ่านมา โตโยตา มียอดขาย ฟอร์ทูเนอร์ สะสมกว่า 48 % ของตลาดรวม ส่วนที่เหลืออีก 52 % เป็นของรถหลายๆ ยี่ห้อรวมกัน ผมจำได้ว่า ครั้งแรกที่ ฟอร์ทูเนอร์ เปิดตัวในพโรเจคท์ IMV ตั้งแต่ปี 2005 ฟอร์ทูเนอร์ ก็ขึ้นแท่นรถเอสยูวีขายดี ไปโดยปริยาย ถึงวันนี้ราคามือสองในตลาดรถ ยังโดดเด่นด้วยค่าตัวป้วนเปี้ยนแถวๆ 6-7 แสนบาท

ส่วนผลการทดลองขับ พูดเป็นกลาง สำหรับคนที่ชอบความประหยัด 2.5 G 5 AT สามารถตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวได้อย่างลงตัว และถ้าชอบความแรง จงมองข้ามรุ่นนี้ ขึ้นไปคบรุ่น 3.0 V ที่มีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 4 และ 2 ล้อให้เลือกเล่น คุณจะสนุกมากกว่า

รุ่น 2.5 G 5 AT เราทดลองขับบนเส้นทางหลวงหมายเลข 118 จากเชียงราย มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ แวะขึ้นดอยช้าง เพื่อทดสอบช่วงล่าง และแรงบิด ปรากฏว่า “เอาอยู่” ส่วนทางเรียบที่ต้องเผชิญทั้งโค้งขึ้น/ลงเขา ไหล่ทางแคบ ขับแบบชิลล์ชิลล์ ไม่ต้องไปไล่แซงใคร ยังมีเรี่ยวแรงที่คบหาได้ แต่ถ้าต้องใช้อัตราเร่งแซงในจังหวะคับขัน ต้องอาศัยความชำนาญมากหน่อย เพราะอัตราเร่งตีนต้น ค่อนข้างออกตัวช้า ถ้าวิ่งทางตรงยาวๆ มีแรงเหลือพอที่จะเฟ้นหาความสนุกจากการขับขี่ได้ไม่ยาก ช่วงล่างของรถรุ่นนี้ ต้องชมเลยครับว่า แน่น หนึบ เอาอยู่ทุกหลุม ทุกบ่อที่ขวางหน้า ระยะทาง 200 กม. กว่า เป็นบทพิสูจน์ได้ว่า โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ ใหม่ 2.5 G 5 AT เป็นรถที่ขับดี และประหยัดเหมาะสมกับค่าตัว



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2555
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/4yyQb
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th