บทความ

บริดจ์สโตน โพเทนซา เอส 001 อาร์เอฟที


คุณสมบัติของยางที่ผู้ขับรถคาดหวัง คือ ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน ความนุ่มนวล และเสียงที่เงียบ รวมถึงความปลอดภัย ซึ่ง ยางประเภท รัน-ฟแลท (RUN-FLAT) สามารถตอบสนองได้เป็นอย่างดี

ครั้งนี้บริษัท บริดจสโตน ฯ หนึ่งในผู้ผลิตยางชั้นนำในประเทศไทยได้เปิดตัว พร้อมกับจัดการทดสอบยาง รัน-ฟแลท รุ่นใหม่ล่าสุด นั่นคือ โพเทนซา เอส 001 อาร์เอฟที (POTENZA S001 RFT) ณ สนามทดสอบไทยบริดจสโตน อ. วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา (THAI BRIDGESTONE PROVING GROUND)

โพเทนซา เอส 001 อาร์เอฟที ผสมผสานความโดดเด่นด้านการยึดเกาะถนน และความนุ่มนวล จากยางเน้นสมรรถนะอย่าง โพเทนซา เอส 001 (POTENZA S001) ผนวกกับเทคโนโลยีของยาง รัน-ฟแลท ที่พัฒนาต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้านี้ นั่นคือ โพเทนซา อาร์อี 050 อาร์เอฟที (POTENZA RE050 RFT) ทำให้ยางรุ่นล่าสุดนี้ มีประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ที่หลากหลาย

เทคโนโลยี รัน-ฟแลท จะเสริมความแข็งแรงบริเวณแก้มยางให้มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ เพื่อให้ยางสามารถคงรูปได้ แม้แล่นในขณะที่ไร้แรงดันลมยางโดยสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ บริดจสโตน ฯ พัฒนาไปอีกขั้น คือ ความนุ่มนวล และความเงียบขณะแล่น เมื่อเปรียบเทียบแล้ว โพเทนซา เอส 001 อาร์เอฟที จะมีค่าความแข็งกระด้างของยางที่ 106 เท่านั้น ขณะที่ยาง รัน-ฟแลท รุ่นเดิม โพเทนซา อาร์อี 050 อาร์เอฟที มีตัวเลขถึง 126

การทดสอบครั้งนี้มีการพิสูจน์คุณสมบัติดังกล่าว โดยการใช้รถ 2 คัน ติดตั้งยาง รัน-ฟแลท ทั้ง 2 รุ่น (เป็นยางขนาด 225/50 R17 ทั้งคู่) เปรียบเทียบความนุ่มนวล และความเงียบขณะแล่น ทั้งสภาพพื้นถนนเรียบ และสภาพถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ ขับที่ความเร็วคงที่ 60 กม./ชม. ซึ่งเรามีความรู้สึกว่า ยางรุ่นล่าสุดให้ความนุ่มนวลที่มากกว่า สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนได้ดี นอกจากนี้เสียงขณะแล่นยังเบากว่าเล็กน้อย ในระดับที่สัมผัสได้ นับเป็นการลบจุดด้อยของยางประเภทนี้ที่มักจะแข็งกระด้างกว่ายางทั่วไป
นอกจากความนุ่มเงียบแล้ว ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยดอกยาง และเนื้อยางโดยรวม ถอดแบบมาจากยางเน้นสมรรถนะอย่าง โพเทนซาเอส 001 โดยออกแบบดอกยางด้านในให้รีดน้ำได้เร็ว จัดวางตำแหน่ง และความกว้างอย่างเหมาะสม ลดอาการเหินน้ำได้เป็นอย่างดี สำหรับถนนแห้งจะเน้นที่ลายดอกยางด้านนอกให้มีขนาดใหญ่ เสริมความแข็งแรงที่ไหล่ยาง พร้อมกับรูปแบบยางแบบรถแข่งทางเรียบ (SLICK)

การทดสอบเน้นพิสูจน์ประสิทธิภาพการยึดเกาะบนทางเปียกเป็นหลัก โดยยังเป็นการเปรียบเทียบคู่เดิม ระหว่างรุ่นล่าสุด โพเทนซา เอส 001 อาร์เอฟที และรุ่นเดิม โพเทนซา อาร์อี 050 อาร์เอฟที ด้วยเส้นทางที่คดเคี้ยวของสนามทดสอบไทยบริดจสโตน และถูกทำให้มีสภาพเปียกอย่างทั่วถึงตลอดเส้นทางการทดสอบ โดยส่วนแรกเป็นการทำความเร็วทางตรง จากนั้นจึงเบรคเพื่อชะลอความเร็ว พร้อมกับหักเลี้ยวหลบแนวไพลอนแบบสลาลอม เราพบว่า เอส 001 อาร์เอฟที ให้ความรู้สึกขณะเบรคที่หน่วง ไม่ไถลลื่น นอกจากนี้การบังคับควบคุมก็อยู่มือ หักเลี้ยวอย่างง่ายดาย ในช่วงทางโค้งอย่างต่อเนื่อง ยังมีความหนึบให้สัมผัส จับโค้งเป็นอย่างดี ไม่เสียทีความเป็นยางเน้นสมรรถนะ

เทคโนโลยีสำหรับยาง รัน-ฟแลท ใน โพเทนซา เอส 001 อาร์เอฟที ยังก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยส่วนผสมของเนื้อยางแบบใหม่ มีชื่อเรียกว่า นาโนพโร-เทค (NANOPRO-TECH) จัดเรียงโมเลกุลของคาร์บอน และโพลีเมอร์ กระจายตัวอย่างเป็นระเบียบได้เหมาะสม ลดการเสียดสี นำไปสู่ความร้อนที่เกิดขณะแล่น ลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังออกแบบให้มี ครีบระบายความร้อน (COOLING FIN) ลดความร้อนสะสมจากการให้ตัวบริเวณแก้มยาง ทำให้ยางรุ่นนี้สามารถคงสภาพได้ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. เป็นระยะทาง 80 กม. แม้ไม่มีลมยางโดยสิ้นเชิง

การทดสอบส่วนนี้ ทำโดยทีมงานของทาง บริดจสโตน ฯ โดยมีบรรดาสื่อมวลชนคอยสังเกตการณ์ เริ่มจากการใช้ยางเรเดียลทั่วไป (ตำแหน่งล้อหลัง ด้านขวา 1 เส้น) ขับวนรอบเป็นวงกว้างด้วยความเร็วกว่า 70 กม./ชม. จากนั้นทำการปล่อยลมออกจนหมด ทันใดนั้นด้วยระบบเครื่องกลที่ออกแบบสำหรับการทดสอบส่วนนี้โดยเฉพาะ ภาพที่เห็น คือ ยางแบนจนบดกับพื้นถนน และสูญเสียสภาพโดยสิ้นเชิง จนรถไม่สามารถแล่นต่อไปได้

หลังจากนั้นในส่วนถัดมา ทีมงานก็เปลี่ยนไปใช้งาน รัน-ฟแลท โพเทนซา เอส 001 อาร์เอฟที และใช้กระบวนการเหมือนก่อนหน้านี้ทุกประการ สิ่งที่เราได้เห็น คือ ยางที่สามารถคงรูปอยู่ได้ แม้เข้าโค้งที่ความเร็วระดับดังกล่าว โดยไม่มีลมยาง ตัวยางยังแนบสนิทกับล้อแมก และคงสภาพโดยรวมเอาไว้ได้ ไม่บดไปกับพื้นถนน นับว่ามีส่วนช่วยเรื่องความปลอดภัยอย่างได้ผล หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในชีวิตจริง

โพเทนซา เอส 001 อาร์เอฟที แสดงคุณสมบัติเด่นหลายประการ ทั้งความนุ่มเงียบ กับการยึดเกาะถนน ที่น่าพอใจ รองรับสมรรถนะของรถได้เป็นอย่างดี และสำคัญที่สุด คือ ความปลอดภัย เพราะเป็นยาง รัน-ฟแลท ที่สามารถแล่นได้แม้ไร้ลมยาง โดยไม่เสียการทรงตัวของรถ (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด) นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องลงจากรถมาเปลี่ยนยางอะไหล่ในสถานที่เสี่ยงภัย



------------------------------
เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์
ภาพโดย : ราชวัตร แสงจันทรา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2555
คอลัมน์ : แวดวงรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/T6f0C

บทความที่เกี่ยวข้อง

NEW MINI CONVERTIBLE 2016
NEW MINI CONVERTIBLE 2016
MITSUBISHI PAJERO SPORT 4WD GT-PREMIUM
DUNLOP ENASAVE EC300+
DUNLOP ENASAVE EC300+
DUNLOP ENASAVE EC300+
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
24 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
18,999,000
2.
3,199,000
3.
4,499,000
4.
3,399,000
5.
3,199,000
6.
3,299,000
7.
2,699,000
8.
2,549,000
9.
609,000
10.
469,000
11.
469,000
13.
1,239,000
14.
1,399,000
15.
640,000
16.
3,090,000
17.
2,160,000
18.
2,120,000
19.
2,269,000
20.
2,980,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th