บทความ

พัชราภิเษกในเมืองผู้ดี


เมื่อต้นเดือนมิถุนายนปีนี้ มีพระราชพิธีพัชราภิเษกสมโภชสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์ เมืองอังกฤษ ซึ่งประชาชนชาวอังกฤษนับล้านต่างรอคอยการถวายพระพร เนื่องในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติมาครบ 60 ปี เป็น DIAMOND JUBILEE ที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา

นับเป็นพระราชพิธีที่ปลุกกระแสความนิยมสถาบันกษัตริย์ในอังกฤษ พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบหลายศตวรรษ
พระราชพิธีพัชราภิเษกครั้งสุดท้ายแห่งราชวงศ์อังกฤษ ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อ 115 ปีก่อน ในปี 1897 ในวโรกาสที่พระราชินีนาถวิคทอเรียทรงครองราชสมบัติครบ 60 ปี ซึ่ง ว. ณ ประมวญมารค นิพนธ์เกี่ยวกับพระราชพิธีนี้ในหนังสือ “พระราชินีนาถวิกตอเรีย” ไว้ตอนหนึ่งในบทที่ 35 ว่า

“พระราชินีรู้สึกพระองค์ว่า ทรงพระชรามากแล้ว พระชันษาถึง 78 ปี จึงมิได้โปรดให้จัดงานมโหฬารเท่าพระราชพิธีฉลองเมื่อครองราชย์ครบ 50 ปี หรือ ที่เรียกว่า “สุวรรณาภิเษก” ในปี 1887
ครั้งนี้พระราชินีไม่ได้เชิญเสด็จพระเจ้าแผ่นดินองค์ใดมาในงานเลย แม้แต่ ไกเซอร์ วิลเฮล์ม ที่ 2 แห่งเยอรมนี ผู้ทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์ใหญ่ก็มิได้เสด็จ

ในกระบวนแห่พยุหยาตราครั้งนี้ พระราชินีเสด็จไปในรถพระที่นั่งทองสำหรับพระราชพิธี เทียมด้วยม้าสีขาว 8 ม้า (วินด์เซอร์เกร) พรินเซสส์ออฟเวลส์ พระราชสุณิสา ประทับตรงกันข้าม เอมเปรสเฟรเดอริก คือ พรินเซสส์รอยัล พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ประทับรถคันที่ 2 ในกระบวน เทียมด้วยม้าสีดำขลับ 4 ม้า

แล้วก็มีรถเจ้านายฝ่ายในพระองค์อื่น ตามเสด็จอีกเป็นกระบวนยาว พระราชโอรส พระราชนัดดา และพระญาติวงศ์ฝ่ายหน้า ทรงม้าตามเสด็จไปในกระบวนทั้งสิ้น

เมื่อกระบวนแห่ไปถึงวัดเซนท์พอล พระราชินีก็เสด็จลงจากรถพระที่นั่ง เสด็จเข้าไปในโบสถ์เพื่อให้ อาชบิชอปออฟแคนเทอเบอรีกระทำพิธีทางศาสนาถวายโดยย่อ ทั้งนี้ก็เพราะไม่ทรงสามารถจะประทับอยู่นานดังแต่ก่อนได้

“ราษฎรช่างดีต่อเราจริงๆ” พระราชินีตรัสแก่พระราชสุณิสา น้ำพระเนตรคลอด้วยความตื้นตันพระราชหฤทัย ขณะที่ประทับรถม้าพระที่นั่งแห่กลับสู่พระราชวังบัคกิ้งแฮม ท่ามกลางเสียงโห่ร้องอันกึกก้องของราษฎรที่จงรักภักดี

เมื่อเสด็จกลับถึงพระราชวังแล้ว ราษฎรก็ยังมาคอยเฝ้าอยู่ที่หน้าพระราชวังแน่นขนัด นานๆ ก็มีเสียงตะโกนขึ้นมาว่า

“เราต้องการพระราชินี เราต้องการพระราชินี”

“เชิญเสด็จออกมาหน่อย !”

“พวกเรามาคอยอยู่นานแล้ว !”

“พระราชินี ! เราต้องการพระราชินี !”

เสียงตะโกนกู่ก้องดังขึ้นทุกทีๆ จนกระทั่งในที่สุดพระราชินีต้องทรงพระเก้าอี้เข็น เสด็จออกพระเฉลียงเพื่อให้ราษฎรเฝ้าอีกวาระหนึ่ง พร้อมด้วยพระยุพราชพรินเซสส์ออฟเวลส์ และพระราชโอรสพระราชธิดาพระองค์อื่นอีกรวมทั้งสิ้น 6 พระองค์ ทรงยืนอยู่ข้างพระเก้าอี้ข้างละ 3 พระองค์

เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังกึกก้องกัมปนาทที่ได้เฝ้าพระราชินีอีกในวันนั้น พระราชินีโบกพระหัตถ์ ทรงยิ้ม และคำนับตอบราษฎรของพระองค์อย่างชื่นบาน ไม่แสดงว่าทรงเหน็ดเหนื่อยเลย

ในวันพัชราภิเษกอันสำคัญยิ่งนี้ มีผู้ได้ยินพระราชินีพึมพำแก่พระองค์เองว่า

“อัลเบิร์ท อัลเบิร์ท ยอดรัก ถ้าเธอได้มาอยู่กับหม่อมฉันในวันนี้ เธอจะทรงยินดีสักเพียงไหนหนอ เราคงจะได้นั่งรถเคียงคู่กันไปอย่างปลื้มปีติ หม่อมฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน อัลเบิร์ท !”

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงครองราชย์เมื่อปี 1952 ขณะพระชันษา 26 ปี พระราชพิธีเฉลิมฉลองมีช่วงเวลาอันสำคัญแก่ประชาชนชาวอังกฤษ ระหว่างวันที่ 2-5 มิถุนายน ซึ่งรวมทั้งกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคในแม่น้ำเทมส์ มีการแสดงดนตรี และขบวนพระราชพิธีอันสุดอลังการ

กระบวนพยุหยาตราทางชลมารคมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน ท่ามกลางประชาชนชาวอังกฤษจับจองพื้นที่เต็มทั้งสองฝั่งแม่น้ำเทมส์

สมเด็จพระราชินีนาถในฉลองพระองค์สีขาวเงิน เสด็จถึงท่าเรือเมืองเชลซี ในตอนบ่าย โบกพระหัตถ์ ทรงยิ้ม ก่อนเสด็จขึ้นประทับบนเรือพระที่นั่ง “เธอะ สปิริท ออฟ ชาร์ทเวลล์” พร้อมด้วย เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระสวามี, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าหญิงแคทเธอรีน พระชายา

กระบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งนี้ นำขบวนโดยเรือพระที่นั่ง “กลอเรียน่า” เป็นเรือพายมีความยาว 30 เมตร ใช้ฝีพายทั้งสิ้น 18 นาย รวมทั้งนักกีฬาเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก เซอร์ สตีฟ เรดเกรฟ, เซอร์ แมทธิว พินเซนท์, และอดีตนายทหารของกองทัพ

ทางด้านครอบครัวของดัชเชสออฟเคมบริดจ์ ที่เข้าร่วมพระราชพิธี ประกอบด้วย นางสาวฟิลิปปา มิดเดิลตัน, นายเจมส์ มิดเดิลตัน และบิดามารดา อยู่บนเรือลำหนึ่ง

นอกจากเสียงโห่ร้องกึกก้องกัมปนาท และเสียงเป่าฮอร์นกระหึ่มสองฟากฝั่งน้ำ ในกระบวนเรือพระราชพิธียังประกอบด้วยเรือดนตรีอีก 10 ลำ บรรเลงทั้งเพลงคลาสสิค เพลงร่วมสมัย และบทเพลงที่แต่งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อพระราชพิธี

มีการยิงสลุตถวายความเคารพ ระหว่างกระบวนเรือพระราชพิธีกำลังจะเคลื่อนผ่านสะพานทาวเวอร์บริดจ์ ขณะเรือพระที่นั่ง เธอะ สปิริท ออฟ ชาร์ทเวลล์ เคลื่อนผ่านหน้ามหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ท่ามกลางกองเรือตำรวจที่คอยอารักขาความปลอดภัย

ประมาณ 15 นาทีต่อมา เรือพระที่นั่งของสมเด็จพระราชินีนาถเคลื่อนผ่านโรงละครแห่งชาติ ซึ่งนำเอาหุ่นรูปม้าที่ใช้ในละครหุ่นเรื่อง “WAR HORSE” มาตกแต่งอยู่บนหลังคา เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เคลื่อนต่อไปยังย่านการค้าในกรุงลอนดอน ผ่านพระบรมฉายาลักษณ์ขาวดำขนาดใหญ่บนอาคาร ซี-คอนเทนเนอร์ส ริมแม่น้ำเทมส์

สะพานทาวเวอร์บริดจ์ถูกยกขึ้นเมื่อเวลา 15.22 น. เพื่อให้กระบวนเรือพระที่นั่งแล่นผ่านไป พร้อมกับเสียงเปิดหวูดสัญญาณดังกึกก้องของเรือรบหลวงเบลฟาสต์ เป็นการถวายความเคารพ ตามด้วยเสียงดนตรีจากวงโยธวาทิต ของ

หน่วยนาวิกโยธินบนเรือที่แล่นนำขบวน

กระบวนพยุหยาตราทางชลมารคสิ้นสุดลงเมื่อเวลา 17.04 น. ท่ามกลางประชาชนไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน นับเป็นความยิ่งใหญ่พอกันกับเมื่อครั้งปี 1662 จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 และพระราชินีแคทเธอรีนออฟบรากันซา

สมเด็จพระราชินีนาถมิได้ทรงแสดงพระอาการเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย ระหว่างประทับเรือพระที่นั่งในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ทำให้ประชาชนชาวเมืองผู้ดีเชื่อกันว่า พระองค์จะทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ แทนที่พระราชินีนาถวิคทอเรีย

ในคืนวันจันทร์ที่ 4 ทุกประเทศในเครือจักรภพมีการจุดคบเพลิง โดยสมเด็จพระราชินีนาถทรงจุดคบเพลิง บริเวณพลับพลาที่ประทับหน้าพระราชวังบัคกิงแฮม ท่ามกลางกลุ่มศิลปินคนดัง รวมทั้ง เซอร์ พอล แมคคาร์ทนีย์ ซึ่งร่วมแสดงเฉลิมพระเกียรติหน้าพระที่นั่งด้วย

ในวันที่ 5 มิถุนายนอันเป็นวันสุดท้ายของพระราชพิธีพัชราภิเษก สมเด็จพระราชินีนาถทรงเสด็จออกระเบียงมุขพระราชวังบัคคิงแฮม เพื่อให้ประชาชนชาวอังกฤษนับล้านคนเข้าเฝ้า พากันโบกสะบัดธงชาติอังกฤษ คลาคล่ำด้วยสีแดง,ขาว,น้ำเงิน แลดูไม่ผิดอะไรกับท้องทะเลแห่งมนุษย์

สมเด็จพระราชินีนาถทรงมีพระราชดำรัสเป็นกรณีพิเศษผ่านสื่อโทรทัศน์ ตรัสว่าพระราชพิธีเฉลิมฉลองที่ผ่านมาเป็น “ประสบการณ์ที่ซาบซึ้งพระราชหฤทัย” ของพระองค์

“ข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้งเหลือเกิน ที่ได้เห็นประชาชนนับหลายพันครอบครัว เพื่อนบ้าน และมิตรสหาย มาร่วมเฉลิมฉลองท่ามกลางบรรยากาศอันเปี่ยมสุข”

“ข้าพเจ้าหวังว่า ความทรงจำในเหตุการณ์แห่งความสุขนี้ จะบันดาลให้ชีวิตของเราโชติช่วงไปอีกนานเท่านาน”
“ข้าพเจ้าขอรักษาไว้และนำความปรารถนาดีอันสุดประมาณมิได้ของทุกท่าน ในประเทศนี้และทั่วทั้งเครือจักรภพ มาเป็นแรงบันดาลใจต่อไป…ขอบคุณทุกๆ ท่าน”

สมเด็จพระราชินีนาถโบกพระหัตถ์ ทรงยิ้ม กับประชาชนเรือนล้านกลางสายฝน โดยมีเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, คามิลลา ดัชเชสออฟคอร์นวอลล์, เจ้าชายแฮร์รี, เจ้าชายวิลเลียมส์ ดยุคออฟเคมบริดจ์ และแคทเธอรีน ดัชเชสออฟเคมบริดจ์ โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ทั้งนี้ เจ้าชายฟิลิป ดยุคออฟเอดินบะระ พระสวามี มิได้เสด็จเนื่องจากประทับรักษาพระองค์ ที่โรงพยาบาลตั้งแต่ วันจันทร์ที่ 4 ด้วยพระอาการติดเชื้อในพระวัตถิ (กระเพาะปัสสาวะ)

สยาม เมืองยิ้ม.



------------------------------
เรื่องโดย : สยาม เมืองยิ้ม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2555
คอลัมน์ : ระหว่างเพื่อน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/qifqE

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
17 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th