บทความ

ระบบลอคเฟืองท้าย


ฉบับที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับระบบลอคเฟืองท้าย สำหรับการเลือกใช้งานในรถโฟร์วีลดไรฟถึง 2 แบบ คราวนี้มาลงลึกในระบบหนักๆ สไตล์ฮาร์ดคอร์กันบ้าง กับระบบส่งกำลังขั้นเทพ

ขอกล่าวแบบเหมารวมกับระบบลอคทั้ง 2 แบบเลยดีกว่า นั่นคือ ระบบลอคเฟืองท้ายแบบดิฟฟ์ลอค (DIFFERENTIAL TRANSMISSION LOCK SYSTEM) และระบบลอคเฟืองท้ายแบบแอร์ลอคเคอร์ (AIR LOCKER DIFFERENTIAL TRANSMISSION LOCK SYSTEM) เนื่องจากมีการทำงานที่คล้ายคลึงกัน

 

ระบบลอคเฟืองท้าย
แบบดิฟฟ์ลอค และแอร์ลอคเกอร์

สำหรับระบบลอคเฟืองท้ายแบบดิฟฟ์ลอค และแบบแอร์ลอคเคอร์ จัดเป็นระบบที่ผู้ใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ชื่นชอบการขับรถท่องเที่ยวป่า หรือต้องขับขี่ใช้งานในพื้นที่การเกษตรเป็นประจำ นิยมใช้กัน ถือเป็นอาวุธลับชั้นเลิศที่จะช่วยเสริมสมรรถนะให้การส่งกำลังของล้อทั้งฝั่งซ้าย และขวา สามารถหมุนได้อย่างเท่าเทียมกันเต็มประสิทธิภาพ 100 % ลักษณะการทำงานของชุดลอคทั้ง 2 ประเภทที่คล้ายกัน คือ จะอาศัยแรงดันลม หรือมอเตอร์ไฟฟ้า ในการส่งกำลังระหว่างล้อซ้าย และขวา ให้หมุนพร้อมกันเต็ม 100 % เหมาะกับการขับขี่ที่ต้องการแรงบิดสูงๆ และการใช้งานแบบลุยหนักๆ ในเส้นทางทุรกันดาร ซึ่งแรงดันจากลมที่ได้จากปั๊มลม หรือจากชุดมอเตอร์ จะกดให้กลไกภายในเกิดการลอค และจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เมื่อมีการปิดสวิทช์ตัดการทำงาน

รูปร่างหน้าตาของแอร์ลอคเคอร์ จะไม่แตกต่างจากชุดเฟืองท้ายทั่วไป ส่วนดิฟฟ์ลอคนั้น จะสังเกตได้ง่ายกว่า เพราะเมื่อมองที่บริเวณกะโหลกเพลา จะพบว่ามีชุดมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งอยู่ ชุดแอร์ลอคเคอร์ และดิฟฟ์ลอคนั้น ไม่เหมาะกับการใช้งานบนท้องถนนปกติ เพราะการถ่ายทอดกำลังของล้อทั้ง 2 ข้างจะเท่ากัน เปรียบเสมือนการขับขี่รถโกคาร์ทที่มีแกนล้อเป็นแกนเหล็ก ที่มักออกอาการขืนๆ เมื่อขับขี่เข้าโค้ง

 

ออโทดิฟฟ์ลอค
ในกระบะสายพันธุ์อเมริกัน

ยังมีระบบลอคเฟืองท้ายแบบดิฟฟ์ลอค อีก 1 แบบที่เราคุ้นเคยกันอย่างดี ในรถกระบะสายพันธุ์อเมริกันยี่ห้อหนึ่ง นั่นคือ ออโทดิฟฟ์ลอค หรือระบบลอคเฟืองท้ายแบบอัตโนมัติ

ระบบนี้จะทำงานเหมือนเฟืองท้ายของระบบส่งกำลังทั่วไป แต่จะตอบสนองการทำงานต่อเมื่อล้อหลังเกิดการหมุนฟรีข้างใดข้างหนึ่ง ระบบลอคจะทำงานทันที ส่งผลให้ล้อทั้ง 2 ข้างหมุนเท่ากัน ปกติเฟืองท้ายที่เกิดความต่างของการหมุนล้อมากๆ โดยเฉพาะในลักษณะของเนินสลับ ล้อข้างที่สัมผัสกับพื้นผิวจะมีการหมุนส่งกำลังที่น้อยกว่า แต่ระบบนี้จะกระจายแรงบิดให้สัมพันธ์กับล้อทั้ง 2 ด้านเท่าๆ กัน ส่งผลให้รถขับเคลื่อนผ่านอุปสรรคไปได้อย่างสะดวก

ระบบออโทดิฟฟ์ลอค จัดเป็น HIGHEST SAFETY ที่ให้ความปลอดภัย เพราะเป็นแบบกลไกอัตโนมัติ (MACHANIC) ทำงานเมื่อเกิดความต่างการหมุนของล้อทั้ง 2 ข้างที่มากกว่า 100 รตน. และปลดการทำงานอัตโนมัติในย่านความเร็วที่สูงกว่า 30 กม./ชม. โดยในย่านความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม. บนถนนปกติ ตัวควบคุมความเร็วรอบ (FLY WEIGHT) จะยังไม่ขยายออก แต่เมื่อเผชิญกับอุปสรรค เช่น บ่อโคลน หล่มทราย ฯลฯ จนล้อทั้ง 2 ข้างหมุนต่างกันเกิน 100 รตน. ตัวควบคุมความเร็วรอบ (COUNTER WEIGHT) หรือแขนเกี่ยว จะกางออกเพื่อทำการลอค ตามหลักของแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ดังนั้นจึงจัดเป็นระบบลอคล้อที่ให้ความปลอดภัยอย่างดีอีกแบบหนึ่ง

 

ไม่แนะนำให้ใช้เฟืองท้าย
แบบลิมิเทดสลิพ ร่วมกับดิฟฟ์ลอค

ส่วนข้อกังขาที่ว่า “นำระบบเฟืองท้ายแบบลิมิเทดสลิพ ใช้งานร่วมกับระบบดิฟฟ์ลอค ดีหรือไม่ ?” บอกได้คำเดียวว่า สามารถกระทำได้ แต่ค่อนข้างจะเสียเปล่า เพราะหลักการทำงานของระบบลอคเฟืองท้ายทั้ง 2 แบบ มีเงื่อนไขการทำงานที่ต่างกัน ฉะนั้น ปัญหาที่มักเกิดจากการติดตั้งทั้ง 2 ระบบเข้าร่วมกัน ข้อกวนใจมักจะเกิดขึ้นในช่วงของการกดสวิทช์ปลดลอค ระบบดิฟฟ์ลอคมักทำได้ยาก และมีการติดขัดอยู่เสมอ

เนื่องจากความเร็วการหมุนของล้อทั้ง 2 ฝั่งยังอยู่ในช่วงการจับของชุดคลัทช์ลิมิเทดสลิพหรือไม่ เพราะถ้าปลดระบบในขณะลิมิเทดสลิพทำงาน แน่นอนครับ ปวดหัวชัวร์ เพราะมักเจอปัญหาปลดระบบไม่ออก ดังนั้น เลือกใช้งานเพียงระบบเดียวจะดีกว่า

ทีนี้คงจะเข้าใจกันแล้วว่า ถ้าจะเพิ่มสมรรถนะ และประสิทธิภาพการขับขี่ ให้รถโฟร์วีลดไรฟคันเก่งตรงใจสำหรับการใช้งาน ระบบลอคเฟืองท้ายชนิดใดที่เหมาะสุด “รับรองเป็นต่อเพื่อนๆ หลายคนชัวร์”



------------------------------
เรื่องโดย : พันทาง
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2555
คอลัมน์ : รู้ลึกอุปกรณ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/EeK1z
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th