บทความ

จีพ แรงเลอร์ 2012


จีพ แรงเลอร์ รุ่นแรก เริ่มผลิตเมื่อ 71 ปีที่แล้ว ปัจจุบันได้พัฒนารูปลักษณ์ให้ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งเค้าโครงเดิม พอให้แฟนคลับ จีพ ได้ระลึกถึงต้นกำเนิด สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ ความสะดวกสบาย เน้นการใช้งานบนทางเรียบในชีวิตประจำวันมากขึ้น ขณะที่สมรรถนะในการลุยก็ไม่ด้อยกว่าเดิม

อาจจะไม่มีอะไรใหม่มากนักสำหรับ แรงเลอร์ 2012 เพราะเป็นการปรับปรุงแบบไมเนอร์เชนจ์ แม้ว่าจะเพิ่งปรับโฉมไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สำหรับรุ่น รูบิคอน ในส่วนของหลังคาแข็งแบบฮาร์ดทอพจะพ่นสีเดียวกับตัวถัง

ความใหม่ของรถรุ่นนี้ เป็นเรื่องของแหล่งกำเนิดกำลังเสียเป็นส่วนใหญ่ จากเดิมในปี 2550 จีพ แรงเลอร์ ได้นำเอาเครื่องยนต์ วี 6 สูบ 3.8 ลิตร ซึ่งใช้ร่วมกับ จีพ กแรนด์ เชอโรคี มาวางลงบนแชสซีส์ รหัส JK ที่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ระบบถ่ายทอดกำลังแบบอัตโนมัติ 4 จังหวะ ซึ่งใช้ร่วมกับ โมพาร์ มีนีแวนด้านหน้ารถได้ติดตั้งห่วงลากจูงไว้เผื่อยามฉุกเฉิน

ส่วน แรงเลอร์ 2012 ได้เปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นแบบ วี 6 สูบ PENTASTAR ความจุ 3.6 ลิตร รุ่นใหม่ เข้ามาแทน ซึ่งสามารถผลิตกำลังสูงสุด 285 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 35.9 กก.-ม. เพิ่มขึ้น 83 แรงม้า และ 3.2 กก.-ม. พร้อมกับการปรับปรุงเรื่องท่อไอดี และท่อไอเสียใหม่ ตำแหน่งการติดตั้งเครื่องยนต์ช่วยให้รถรุ่นนี้สามารถลุยน้ำได้ลึกถึง 30 นิ้ว

ส่วนเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ถูกแทนที่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะที่นำมาจาก จีพ กแรนด์ เชอโรคี ซึ่งผู้ซื้อถึง 80 % จะเลือกเกียร์ระบบนี้ ซึ่งมีส่วนทำให้ แรงเลอร์ ใหม่ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายในเวลา 8.4 วินาที เร็วกว่าเดิมถึง 3 วินาทีเต็ม นอกจากนี้ยังมีระบบเกียร์ธรรมดาที่ได้เปลี่ยนจาก 5 เป็น 6 จังหวะ โดยใช้อัตราทดเฟืองท้ายเท่าเดิม สำหรับผู้ที่รักการตอบสนองอย่างรวดเร็วทันใจ สามารถ
ลากรอบเครื่องยนต์ไปจนถึงระดับเรดไลน์

ระบบหลักๆ ยังคงเดิม ไม่ว่าจะเป็น เพลา, ระบบรองรับ, ระบบพวงมาลัย และห้ามล้อ รวมไปถึงขนาดมิติและโครงสร้างของตัวรถ เว้นแต่ในเรื่องของอัตราทดเฟืองท้ายของเกียร์อัตโนมัติมีขนาด 4.10:1 ซึ่งใช้ร่วมกับ จีพ รูบิคอน จะเป็นอุปกรณ์พิเศษที่ผู้ซื้อเลือกสั่งได้ แต่ในรุ่นมาตรฐานจะใช้อัตราทดเฟืองท้ายขนาด 3.73:1 เพื่อเพิ่มอัตราความประหยัดเชื้อเพลิงให้ดีขึ้น จากเดิมที่ในเมืองและนอกเมืองทำได้ 6.5/8.2 กม./ลิตร เพิ่มขึ้นเป็น 6.9/9.9 กม./ลิตร ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับปรุงมากทีเดียว โดยเฉพาะในเรื่องการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอก ผู้ขับสามารถนำมาใช้งานบนฟรีเวย์เป็นเวลานานๆ โดยไม่รู้สึกรำคาญใจ แม้ว่าจะอยู่ในระดับที่ดังกว่ารถครอบครัวแบบซีดานอยู่บ้าง

การขับเคลื่อนที่ความเร็วต่ำยังคงทำได้ดี โดยเฉพาะในขณะปีนขึ้นทางลาดชัน เฟืองท้ายขนาด 3.73:1 เหมาะมากสำหรับการใช้งานแบบนี้ มีอาการล้อหมุนฟรีอยู่บ้างในขณะที่วิ่งอยู่บนพื้นหินกรวด พละกำลังที่เหลือเฟือช่วยให้การขับผ่านอุปสรรคต่างๆ เป็นไปอย่างไม่ยากเย็นนักที่รอบเครื่องแค่ 2,000 รตน. เครื่องยนต์ 3.6 ลิตร ใหม่ ก็สามารถผลิตกำลังถึง 96 % ของแรงบิดสูงสุดมาให้ใช้งานแล้ว

ราคาที่ ไครสเลอร์ ตั้งไว้อยู่ที่ประมาณ 34,000 เหรียญสหรัฐ ฯ หรือประมาณ 1 ล้านบาท สูงกว่ารุ่นเดิมเกือบ 4 แสนบาท และขณะนี้ยังไม่มีแผนจะผลิต แรงเลอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ หรือรถพิคอัพสำหรับตลาดยุโรป

 

คุณรู้หรือไม่ ?

นอกเหนือจาก โพร์เช 911 แล้ว ไม่มียานยนต์รุ่นใดที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ได้ดีเท่ากับ จีพ แรงเลอร์ โดยปัจจุบัน ค่ายรถยนต์อิตาลีบางรุ่นได้ติดตั้งเครื่องยนต์จาก ไครสเลอร์ จากการร่วมมือกันทางธุรกิจกับค่าย เฟียต



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2554
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/bP43L
อัพเดทล่าสุด
18 Jul 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th