บทความ

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ


“ชีวิตอิสระ” ฉบับนี้ ขอเปลี่ยนรูปแบบจากแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว เป็นการเสนอกิจกรรมที่น่าสนใจตามโครงการ “ทำดีเพื่อแผ่นดิน ปล่อยสัตว์ป่าคืนถิ่นธรรมชาติ” ของพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ ที่ อ. จุน จ. พะเยา

ผมได้รับคำเชิญชวนจากเพื่อนเก่าที่หนีความเจริญและความวุ่นวายในป่าคอนกรีท ไปเป็นเจ้าหน้าที่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตามที่ใฝ่ฝัน จนได้ร่วมสานต่อกิจกรรมนี้ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2541 โดยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าน้อยใหญ่ และนำปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ ด้วยวิธีการเฉพาะ มีขั้นตอนเตรียมการอย่างดี เพื่อให้สัตว์ป่าใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณได้อย่างปลอดภัย

 

คฤหาสน์หลังใหญ่
ปราศจากการไล่ล่า

บ้านแห่งนี้ คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ มีพื้นที่ป่าครอบคลุม อ. จุน อ. เชียงคำ อ. ดอกคำใต้ และ อ. ปง ในเขต จ. พะเยา มีอาณาเขต 231,875 ไร่ หรือกว่า 370 ตารางกิโลเมตร หน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญ คือ การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นวัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา สัตว์ป่าที่เป็นสัตว์ประจำท้องถิ่นได้ลดปริมาณลง ทั้งชนิดและจำนวน

เนื่องมาจากภัยคุกคามหลายประการ เช่น การบุกรุกทำลายป่าไม้ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย และแหล่งน้ำ แหล่งอาหารของสัตว์ป่า รวมถึงการล่าสัตว์ป่า
เพื่อให้เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมสัตว์ป่า ที่นี่จึงมีการพัฒนาและอนุรักษ์ เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย และมีพืชพรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ปราศจากภัยรุกรานจากศัตรู

 

หลากหลายสายพันธุ์
อยู่ร่วมกันตามธรรมชาติ

เนื่องจากอาณาเขตที่กว้างใหญ่ ในอดีตมีสัตว์ป่าอาศัยชุกชุม แต่ด้วยปัญหาต่างๆ ทำให้สัตว์ป่าได้ลดจำนวนลง โครงการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติจึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อให้สัตว์ป่าที่ปล่อยไปนั้น สามารถดำรงชีวิตเพื่อสืบพันธุ์ต่อไปได้ตามธรรมชาติ รวมถึงเพิ่มจำนวนสัตว์ป่าให้ชุกชุมตามเดิม

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการเพิ่มประชากรสัตว์ป่า การปรับตัว การดำรงชีวิต และการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ เพื่อทำการศึกษาและนำข้อมูลที่ได้มาประยุกต์ใช้ในอนาคต

ครั้งที่ผมไปร่วมนี้ได้ปล่อยสัตว์ป่าหลากชนิด ได้แก่ ละมั่ง หรือละอง และเนื้อทราย ที่มีสายพันธุ์ต่างจากเดิมที่เคยปล่อยในครั้งแรก และอีกส่วนหนึ่งเป็นการนำเอาสัตว์ป่าท้องถิ่น แต่ปัจจุบันได้มีจำนวนลดลง คือ ไก่ป่าตุ้มหูแดง และบางชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ไปจากพื้นที่แล้ว คือ ไก่ฟ้าหลังขาว และนกแว่นสีเทา

 

ปฐมบทแห่งการใช้ชีวิต
สถานอนุบาลของสัตว์ป่าน้อยใหญ่

สัตว์ป่าในเขตพิทักษ์พันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าถึง 5 แห่ง ได้แก่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่จัน สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยยางปาน จ. เชียงใหม่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่ลาว จ. เชียงราย และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ. อุทัยธานี

ก่อนจะนำมาปล่อยสู่ป่าธรรมชาติ ต้องมีการอนุบาลเพื่อปรับพฤติกรรม และสามารถดำรงชีวิตตามสัญชาตญาณของสัตว์ป่าแต่ละชนิดได้อย่างปลอดภัย โดยจะมีการสร้างกรงและคอก อยู่ท่ามกลางพืชพรรณที่เป็นอาหารหลักของสัตว์ป่า อาทิ มะเดื่อป้อง มะเดื่อเกลี้ยง เครือตีนตั่ง จ้าผักเผ็ด และหญ้าม้วนไก่ และยังรวมถึงการจัดการด้านสุขภาพ เพื่อให้ปลอดโรคและมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

 

ประทับตราและทำเครื่องหมาย
เพื่อติดตามและศึกษาด้วยเครื่องมือทันสมัย

ก่อนที่จะนำสัตว์ป่าปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จะต้องทำการประทับตราและทำเครื่องหมายเพื่อศึกษาพฤติกรรมการเป็นอยู่ รวมถึงการดำรงชีวิต ด้วยเครื่องมือพิเศษ เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุ และกล้องอินฟราเรด

เครื่องส่งสัญญาณวิทยุนี้จะใช้คลื่น เอฟเอม (FM) ซึ่งเป็นคลื่นวิทยุวิถีทำการระยะไกล มีตัวรับสัญญาณอยู่กับเจ้าหน้าที่ และเครื่องส่งสัญญาณอยู่ที่ตัวสัตว์ป่า มีรายงานว่า สัตว์ป่าที่ได้ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติบางตัว ได้ย้ายถิ่นฐานไปอาศัยห่างจากพื้นที่กว่า 40 กิโลเมตร

กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า ทำงานด้วยระบบอินฟราเรด จับความเคลื่อนไหวเมื่อมีวัตถุผ่านหน้ากล้อง ถูกติดตั้งบริเวณแหล่งอาหาร หรือแหล่งดินโป่ง สำหรับจับภาพการเคลื่อนไหว มีเมโมรีบันทึก ซึ่งสามารถระบุวัน เดือน ปี และเวลาที่ทำการบันทึกได้อย่างละเอียด เพื่อตรวจติดตามการเจริญพันธุ์ของสัตว์ป่า

 

ปลูกฝังจิตสำนึกให้ชาวบ้าน
เพื่อเพิ่มพูนปริมาณสัตว์ป่า

นอกจากภารกิจปฏิบัติงานลาดตระเวนตลอดพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ เจ้าหน้าที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ ยังคอยหาเวลาว่างไปเสริมสร้างความรู้ให้ชาวบ้าน เพื่อให้ได้มาซึ่งการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ และสัตว์ป่าที่ทำการปล่อย

วิธีการง่ายๆ นั่นคือ การรณรงค์ให้ความรู้ และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนที่อยู่โดยรอบพื้นที่ นโยบายนี้มีรูปธรรมชัดเจน เพราะจำนวนประชากรสัตว์ป่าที่ปล่อยสู่ธรรมชาตินั้นไม่ลดลงแต่อย่างใด นอกจากจะเสียชีวิตตามธรรมชาติแล้ว การสูญหายหรือเสียชีวิตด้วยฝีมือมนุษย์ ยังไม่มีรายงาน

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้สัมผัสกับสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด ที่ไม่ใช่ในสวนสัตว์ หรือในกรงเลี้ยงดูเล่นของผู้มีอันจะกิน ครั้งนี้เป็นการสัมผัสกับสัตว์ป่าและบ้านของพวกมันที่เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง มีห่วงโซ่อาหารที่สมบูรณ์ และยังเป็นบ้านหลังใหญ่ที่ปลอดภัย ปราศจากผู้บุกรุก

อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ผมเชื่อว่าผืนป่าแห่งนี้จะคลาคล่ำไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด และกลายเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง

หากองค์กรเอกชน หรือหน่วยงานภาครัฐ มีวิสัยทัศน์เดียวกัน และอยากจะเข้าร่วมสนับสนุน ทั้งทุนทรัพย์ หรือสิ่งของ เพื่อติดตามศึกษาวิจัยพฤติกรรมของสัตว์ป่า รวมถึงการเข้าพื้นที่นั้น สามารถติดต่อโดยตรงกับทางเจ้าหน้าที่ ได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ อ. จุน จ. พะเยา โทร. (054) 421-557

 

ล้อมกรอบ 1
เส้นทางไหนจะไปถึง

สำหรับรถที่ใช้ในการเดินทาง เป็นอีกครั้งที่ผมได้นำ นิสสัน นาวารา คิงแคบ คาลิเบอร์ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคอมมอนเรล ขนาด 2.5 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ต้องบอกว่า เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง มีเสน่ห์เกินตัว และสมรรถนะเกินกำลัง เรียกความเร็วได้ตามจังหวะการกดคันเร่งในทุกสถานการณ์ แถมด้วยระบบเบรคที่หยุดรถได้มั่นใจ รวมถึงได้นำระบบนำทางผ่านดาวเทียมของ KAMAZ รุ่น GPS NAVIGATION NAAV 450 ซึ่งให้ความสะดวกสบายจากฟังค์ชันการแสดงสภาพเส้นทางแบบ 3 มิติ ทำให้ระยะเวลาในการเดินทางนั้นสั้นลง และปลอดภัยมากขึ้น

เริ่มเดินทางด้วยทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ผ่าน จ. พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 117 จนถึงพิษณุโลก แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 ไปจนถึงสุโขทัย เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 101 ผ่าน อ. เด่นชัย จ. แพร่ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 103 ผ่าน อ. ร้องกวาง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน อ. งาว เข้าสู่ จ. พะเยา ระยะทางประมาณ 700 กม. แล้วเดินทางต่อไปยัง อ. จุน อีกประมาณ 70 กม. พอถึงสามแยกที่จะเลี้ยวซ้ายไป อ. ดอกคำใต้ ให้ขับรถตรงไปอีก 7 กม. ก็จะเจอทางเข้าหน่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ

ถ้าใช้จีพีเอสนำทาง ให้ลอคพิกัดไว้ที่ E:100 611527 N:13 960455

 

ขอขอบคุณ

– บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนรถยนต์ นิสสัน นาวารา คิงแคบ คาลิเบอร์ 2.5 เอสอี เพื่อเป็นพาหนะในการเดินทาง
– บริษัท โซนิค วิชั่น จำกัด ที่อนุเคราะห์ ระบบนำทางผ่านดาวเทียม KAMAZ รุ่น GPS NAVIGATION NAAV 450



------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐเทพ เผ่าจินดา
ภาพโดย : ราชวัตร แสงจันทรา / ถาวร พรมพิทักษ์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2554
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/pApAk

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th