บทความ

“ติดลบเล็กน้อย แต่ยอดรวมโอเค”


สถานการณ์โดยรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ยังคงดูสดใสราบรื่น ถึงแม้ว่าการซื้อขายรถยนต์ใหม่ในเดือนมิถุนายน จะยังมีเปอร์เซนต์ที่ลดต่ำลงกว่าเดือนมิถุนายนปีก่อนหน้านี้ แต่เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม เดือนแรกในรอบ 22 เดือนที่มีผลติดลบแล้ว ถือว่าดีขึ้นมาก เพราะแตกต่างกันเพียงไม่ถึงครึ่งเปอร์เซนต์ดี แสดงว่าสถานการณ์ความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เกือบจะเป็นปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 2 เดือนติดกัน ไม่ได้ส่งผลต่อยอดรวมตั้งแต่ต้นปีแต่อย่างใด ตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศรวมตั้งแต่ต้นปี มาจนถึงเดือนมิถุนายน 6 เดือนแรกของปี สอบผ่านสบาย บวกกับปัจจัยหนุนที่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ฟันธงได้ว่ารถยนต์ใหม่ในประเทศ ปี 2554 นี้จำหน่ายกันระเบิดเถิดเทิงลั่นทุ่งแน่นอน

เดือนมิถุนายน 2554 ยอดจำหน่ายรถยนต์รุ่นใหม่ในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนปีก่อนหน้านี้ มียอดรวมกันทั้งสิ้น 70,259 คัน ลดลง 0.4 % ยักษ์ใหญ่รถยนต์ญี่ปุ่นที่เคยปั่นป่วนไปเพราะภัยธรรมชาติเอาคืนที่ประเทศแม่โดยเฉพาะ โตโยตา และฮอนดา สถานการณ์คลี่คลายจนกลับเป็นปกติแล้ว ในส่วนของ โตโยตา ถึงแม้เทียบกับเดือนมิถุนายนปีก่อน ยังมีความแตกต่างในทางลบอยู่บ้าง แต่ก็ไม่หนักหนาสาหัส ซึ่งอาจสืบเนื่องมาจากการชะลอตัวในส่วนของตลาดพิคอัพ เพื่อรอยลโฉม ไฮลักซ์ วีโก ใหม่ ให้ถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อก็เป็นได้ แต่สำหรับ ฮอนดา เหมือนกับยังเมาคลื่นอยู่ สถานการณ์ยังไม่กระเตื้องขึ้นเท่าใดนัก เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนหน้านี้ ยอดจำหน่ายยังหดหายไปเกินครึ่งอยู่ และส่งผลให้เป็นรถยนต์ญี่ปุ่นรายเดียว ที่ยอดรวมตั้งแต่ต้นปีลดน้อยลงกว่าที่เคยทำได้ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยยอดจำหน่ายรวมของ ฮอนดา ถึงจะยังเกาะอยู่ในอันดับที่ 3 แต่ก็ลดน้อยลงกว่าของเดิม 10.5 % เฉพาะเดือนมิถุนายนจำหน่ายได้ 5,037 คัน ลดลง 59.8 % อยู่ในอันดับที่ 5

ส่วนยักษ์ใหญ่ โตโยตา ที่ผลจากแผ่นดินไหว และสึนามิ ทำให้หล่นจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 1 ของโลก ไปอยู่อันดับที่ 3 จากการจัดอันดับล่าสุด แต่ยังเป็นเบอร์ 1 ของไทยตลอดกาล มียอดรวมตั้งแต่ต้นปี 155,947 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 7.8 % เดือนมิถุนายนมียอดจำหน่าย 25,295 คัน ลดลง 6.1 % สำหรับ อีซูซุ คู่แข่งตัวฉกาจของ โตโยตา ในตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ โดยเฉพาะตลาดแห่งศักดิ์ศรี รถพิคอัพ 1 ตัน มียอดรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงครึ่งฤดูกาลแรกอยู่ในอันดับที่ 2 ด้วยยอดจำหน่ายที่เป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ล้วนๆ 80,029 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 13.4 % เดือนมิถุนายนยอดจำหน่าย 12,888 คัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.6 % ส่วน นิสสัน ที่ในอีกไม่ช้าไม่นานจะมีทีเด็ดเป็นรถเล็กประสิทธิภาพการใช้งานสูงออกมาให้เลือกใช้อีก 1 โมเดล มีผลงานภาพรวมอยู่ในอันดับที่ 4 มกราคมถึงมิถุนายนจำหน่ายไปแล้วทั้งสิ้น 36,788 คัน เพิ่มขึ้น 61.0 % ผลงานเดือนมิถุนายนไม่ขยับเขยื้อนเกาะอยู่ในอันดับที่ 4 จากตัวเลข 6,033 คัน สูงขึ้น 17.8 %

แต่ที่ต้องบอกว่าเซอร์พไรส์จริงๆ ต้องยกให้ผลงานของ มิตซูบิชิ ไม่รู้เสริมด้วยนางกวักอาจารย์ดีสำนักไหน ลูกค้าเดินเข้าโชว์รูมเป็นว่าเล่น ถ้าไม่นับรถยนต์ยี่ห้อใหม่ๆ ที่เพิ่งออกสู่ตลาด หรือรถยนต์ที่ทำท่าจะล้มหายตายจากตลาดรถยนต์เมืองไทย แต่ได้ลูกฮึดดี มีแรงส่งรถยนต์โมเดลใหม่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม ทำให้มียอดจำหน่ายที่หวือหวาขึ้นกว่าที่เคยเงียบๆ เหงาๆ แล้ว มิตซูบิชิ เป็นยี่ห้อเดียวที่มียอดจำหน่ายปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ครึ่งปีแรกของปี 2554 นี้โกยยอดจำหน่ายไปแล้ว 34,785 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 104.8 % เฉพาะเดือนมิถุนายนทำยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับทื่ 3 ด้วยยอด 6,690 คัน เพิ่มขึ้น 88.9 % เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในตลาดรถพิคอัพ ส่วนรถยนต์นั่งถึงจะเติบโตขึ้นกว่าปีที่แล้ว แต่ก็ไม่เป็นที่น่าตื่นเต้นเร้าใจนัก เพราะกระแส แลนเซอร์ ใหม่ แผ่วไปมาก คงต้องฝากความหวังไว้กับอีโคคาร์ ที่นัยว่าปลายปีนี้อาจจะเห็นตัวจริงที่เป็นพโรดัคชันคาร์ แต่ซื้อขายจริงน่าจะต้องร้องเพลงรอไปปีหน้าฟ้าใหม่

ไปที่ตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน หากไม่นับพิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อแล้ว ยังถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมต่อเนื่องของ อีซูซุ และมิตซูบิชิ อย่างที่เกริ่นไว้ คงมีลูกค้าจำนวนมากที่อยากได้ ไฮลักซ์ วีโก ไว้ใช้งาน แต่สงวนท่าทีรอดูเวอร์ชันใหม่ รวมถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านราคาเสียก่อนค่อยตัดสินใจ จึงยังคงมีตัวเลขเป็นสีแดงอยู่ ยอดจำหน่ายรวมของพิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ อยู่ที่ 29,145 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว 4.6 % ยอดรวมตั้งแต่ต้นปี 180,203 คัน เพิ่มขึ้น 20.9 %

ดี-แมกซ์ ของ อีซูซุ ยึดหัวแถวต่อเนื่อง ทั้งยังทำให้ยอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่ต้นปีขยับหนีห่าง โตโยตา ออกไป เฉพาะเดือนมิถุนายน อีซูซุ มียอดจำหน่าย 11,169 คัน สูงขึ้นกว่ามิถุนายนปีที่แล้ว 0.5 % ขณะที่ยอดรวมตั้งแต่ต้นปีมีทั้งสิ้น 68,041 คัน เพิ่มขึ้น 11.6 % หนีห่างยอดรวมของ โตโยตา ออกไปเป็นเกือบ 8,000 คัน โดยยอดรวม 6 เดือนของ โตโยตา อยู่ที่ 60,436 คัน เพิ่มขึ้น 4.0 % เดือนมิถุนายนจำหน่ายได้ 8,992 คันลดลง 18.9 % ดาวเด่นของตลาด มิตซูบิชิ เฉพาะเดือนมิถุนายน มียอดจำหน่ายสูงถึง 3,842 คัน เพิ่มขึ้นจากมิถุนายนปีก่อนถึง 106.2 % สำหรับยอดรวมมีอยู่ทั้งสิ้น 20,337 คัน เพิ่มขึ้น 173.3 % สบายใจได้กับอันดับที่ 3 ส่วนอันดับที่ 4 เป็นของ นิสสัน แน่นอนเช่นกัน มิถุนายนจำหน่ายไปได้ 1,488 คัน เพิ่มขึ้น 8.3 % สำหรับยอดรวมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 11,699 คัน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 12.7 % อันดับที่ 5 น่าจะมีลุ้นดีเหมือนกันระหว่าง โคโลราโด ของ เชฟโรเลต์ กับบีที-50 ของ มาซดา แต่น้ำหนักน่าจะเทไปทาง เชฟโรเลต์ เสียแล้ว เพราะมีกระแสข่าวว่า บีที-50 ใหม่ น่าจะเป็นปีหน้า ส่วน เชฟโรเลต์ ช่วงนี้มีลุยพโรโมชันให้ได้เห็นได้ยินบ้างเหมือนกัน คล้ายกับกำลังเร่งปล่อยของเคลียร์พื้นที่อยู่ เอาเป็นว่า ณ เวลานี้ เชฟโรเลต์ ยึดอันดับที่ 5 อยู่ก็แล้วกัน เดือนที่ 6 ของปี จำหน่ายไปเกือบ 1,000 คัน อยู่ที่ 993 คัน เพิ่มขึ้นถึง 39.7 % ส่วนยอดรวม 6 เดือนแรก อยู่ที่ 5,181 คัน สูงขึ้น 66.3 %

ตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ เทียบกับปีที่แล้วยังไม่สดใสซาบซ่าเท่าใดนัก ถึงแม้รถพิคอัพประเภทนี้ประโยชน์ใช้งานจะมากขึ้นกว่าในแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ทั้งรูปร่างหน้าตา องค์ประกอบโดยรวม ก็สะดุดตาสะดุดใจมากกว่า แต่เรื่องของการบริโภคน้ำมันในสภาวะน้ำมันแพงเช่นนี้ ก็ทำให้ต้องคิดหนักอยู่ไม่ใช่น้อย ซึ่งก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ยอดยังไม่เดินเท่าที่ควร ยังติดลบอยู่ 2.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 6 เดือนแรกปี 2554 จำหน่ายไปทั้งสิ้น 8,091 คัน แบ่งเป็น โตโยตา 4,921 คัน ลดลง 11.6 % อีซูซุ 1,489 คัน ลดลง 8.4 % นิสสัน 807 คัน เพิ่มขึ้น 62.4 % มิตซูบิชิ 647 คัน เพิ่มขึ้น 115.7 % ฟอร์ด 146 คัน ลดลง 33.9 %

รถกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเอสยูวี ที่มีหลายราคาให้เลือกซื้อ ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงระดับเศรษฐี เป็นรถยนต์ประเภทหนึ่งที่มีปัญหาในด้านของการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเช่นกัน เดือนมิถุนายนปรับตัวลดลงไปจากที่เคยทำผลงานไว้ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว 16.7 % มีความน่าสนใจอยู่ 2 ประการสำหรับตลาดนี้ นั่นคือ ความต้องการของ โตโยตา ลดน้อยลง เสียตำแหน่งหล่นไปอยู่อันดับที่ 2 อีกแล้ว ต้องลุ้นกันว่าเมื่อ ฟอร์ทูเนอร์ ใหม่ ที่ปรับตามพื้นฐานของ ไฮลักซ์ วีโก ที่เป็นต้นแบบ ออกสู่ตลาดในเวลาไล่เลี่ยกับ ไฮลักซ์ วีโก ใหม่ จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเหมือนที่เคยได้รับมาหรือไม่ ส่วนอีกประการหนึ่งเป็นความสำเร็จของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท ที่เดินหน้าโกยยอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ยึดหัวหาดเป็นอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่นต่อไป จากยอดจำหน่าย 3,621 คัน มิตซูบิชิ แบ่งไปเสีย 1,797 คัน โตโยตา เอาไป 570 คัน อีซูซุ 439 คัน ฮอนดา 261 คัน และเชฟโรเลต์ 151 คัน ที่เหลือแบ่งๆ กันไป ผลงานของตลาดนี้ตั้งแต่ต้นปีมีทั้งสิ้น 26,692 คัน เพิ่มขึ้น 6.1 % ส่วนแบ่งมากสุดเป็นของ มิตซูบิชิ 9,226 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 81.7 % โตโยตา 6,482 คัน ลดลง 30.5 % อีซูซุ 3,489 คัน เพิ่มสูงขึ้น 6.6 % ฮอนดา ตามหลัง อีซูซุ ไม่กี่มากน้อยจำหน่ายไปแล้วทั้งสิ้น 3,398 คัน แต่เป็นตัวเลขที่ปรับลดลง 21.3 % ส่วน เชฟโรเลต์ จำหน่ายไปแล้ว 1,898 คัน เพิ่มขึ้น 3.9 % สำหรับรถเอมพีวี ยอดรวม 6 เดือนยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ ถึงแม้เดือนมิถุนายนจะมียอดที่ติดลบไปบ้างก็ตามที ตลาดนี้น่าจะเป็น 1 ใน 2 ตลาดที่เป็นของตายสำหรับตำแหน่งแชมพ์ของ โตโยตา นอกเหนือจากความเป็นเจ้าตลาดรวม เดือนมิถุนายน มียอดจำหน่ายรวม 1,056 คัน ลดลง 16.4 % ส่วนยอดรวม 6 เดือน 6,567 คัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.2 %

ตามดูกันต่อไปว่า ไฮลักซ์ วีโก แชมพ์ ใหม่ จะโดนใจนักเลงรถพิคอัพขนาดไหน หลังจากยกขบวนขึ้นสู่โชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์ โตโยตา ทั่วประเทศ อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม และดี-แมกซ์ ที่มีคลิพหลุดว่อนอยู่ในโลกออนไลน์ จะเหยียบพื้นถนนในเมืองไทยจริงหรือไม่ และจะสกัด ไฮลักซ์ วีโก แชมพ์ ใหม่ อยู่หรือไม่ น่าติดตามจริงๆ สำหรับสงครามรถพิคอัพ ปี 2554

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมิถุนายน ปี 54 กับ 53
ตลาดโดยรวม -0.4 %
รถยนต์นั่ง 0.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ 4.6 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -1.0 %
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ -16.7 %
รถเอมพีวี -16.4 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-มิถุนายน ปี 54 กับ 53
ตลาดโดยรวม 21.1 %
รถยนต์นั่ง 27.3 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ 20.9 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -2.6 %
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ 6.1 %
รถเอมพีวี 1.2 %


------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2554
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Ay1NU
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th