บทความ

การเมืองเรื่องของทุกชีวิต


เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2554 ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าโชคดี ที่ได้ไปร่วมงานมอบรางวัลการประกวดวรรณกรรมการเมือง “รางวัลพานแว่นฟ้า” ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ยุคที่ ประภัสสร เสวิกุล เป็นนายก ฯ (ประภัสสร เสวิกุล ผู้ผลักดันงานสำคัญอันเป็นคุณประโยชน์แก่สมาคม ฯ และนักเขียนหลายประการ เช่น เริ่มดำเนินการและดูแลการสร้างที่ทำการสมาคม ฯ – จากการบริจาคที่ดินของอดีตประพันธกรใจบุญคนสำคัญ ส. บุญเสนอ หรือ เสาว์ บุญเสนอ -และผู้ริเริ่มจัดตั้ง “รางวัลนราธิป” ด้วยความร่วมมืออย่างดียิ่ง จากพระทายาทของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ฯลฯ) เป็นเจ้าของเรื่องจัดประกวดในนามรัฐสภามาแล้ว เป็นปีที่ 10 ทำให้ทราบว่า 5 ปีแรก (2545-2549)เป็นการประกวดเรื่องสั้น จากปีที่ 6 ต่อมาจึงเพิ่มประเภทบทกวีขึ้นอีกด้วย

เมื่อการประกวดดำเนินมาถึงปีที่ 10 คณะกรรมการจึงพิจารณาเพิ่มการมอบ ”รางวัลพานแว่นฟ้าเกียรติยศ”เป็นพิเศษ แก่บทประพันธ์ในช่วง 60 ปี (จาก 2475 จุดหมายสำคัญของระบอบประชาธิปไตยไทย) ที่มีเนื้อหาสาระทางการเมือง อันควรค่าแก่การยกย่อง 10 เรื่อง ได้แก่ บทกวีชื่อ “ขอบฟ้าขลิบทอง” ของ อุชเชนี (อ. ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ 2536) “คุณภาพแห่งชีวิต-ปฏิทินแห่งความหวังจากครรภ์ถึงเชิงตะกอน” ของ ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ปูชนียบุคคลผู้เปี่ยมคุณภาพและคุณธรรม ผู้เป็นที่รัก เคารพและยกย่องของสังคมไทย “แด่วัยดรุณแห่งชีวิต” บทกวี ของ ทวีปวร (ทวีป วรดิลก ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ 2538) “ทานตะวันดอกหนึ่ง” เรื่องสั้นของ เสนีย์ เสาวพงศ์ (ศักดิชัย บำรุงพงศ์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ 2533) “ธรรมาธิปไตย – หลักปฏิบัติศาสนาและศีลธรรม” บทนิพนธ์ของ พุทธทาสภิกขุ (พระธรรมโกศาจารย์ –เงื่อม อินทปัญโญ) “นักกานเมือง” เรื่องสั้นของ ลาว คำหอม (คำสิงห์ ศรีนอก ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ 2535) “เปิบข้าว- บทกวีตัดตอนจาก “วิญญาณหนังสือพิมพ์ คำเตือนจากเพื่อนเก่าอีกครั้ง” ของ จิตร ภูมิศักดิ์ กวีประชาชนจากสำนักเทวาลัย อักษรศาสตร์ จุฬาฯ “หมาตำรวจ” เรื่องสั้นของ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ 2528 และยูเนสโก ประกาศยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระ 100 ปีชาตกาล 2554 “อาชญากรผู้ปล่อยนกพิราบ” บทกวีกลอนเปล่าของ ดอกประทุม (กุหลาบ สายประดิษฐ์ )ประพันธกรเอกของไทย ที่ยูเนสโกยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบ 100 ปีชาตกาล 2554 และ “อีศาน” บทกวีของ นายผี (อัศนี พลจันทร กวีประชาชน)

ที่ว่าโชคดีเพราะผู้เขียนไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนี้แต่ประการใดทั้งสิ้น หากแต่ไปในฐานะผู้ติดตาม อ. ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้ได้รับรางวัลพานแว่นฟ้าเกียรติยศ ในงานนี้ แต่ในฐานะที่เกี่ยวข้องกับวงการวรรณกรรมนี้มานาน ทำให้เกิดความคิดบางประการ
ประการแรก ประธานการมอบรางวัลครั้งนี้ คือ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา น่าที่จะได้รับการแนะนำจากเจ้าหน้าที่ผู้จัดงานว่า ผู้ได้รับรางวัลพานแว่นฟ้าเกียรติยศ เป็นใคร มีความเป็นมา (อย่างน้อยก็โดยสังเขป) ว่าอย่างไรบ้าง ให้สมกับเกียรติยศที่คณะกรรมการ ฯ อุตส่าห์คัดสรรมายกย่อง เพราะผู้เป็นประธานมอบรางวัล ไม่ใช่สักแต่ว่ามาโดยหน้าที่ แม้ว่าจะติดภาระและมีเวลาในพิธีน้อย แต่เมื่อรับปากเป็นประธานในงานแล้ว ฝ่ายจัดงานต้องถือเป็นภาระหน้าที่ที่จะให้ประธานของงานได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับแขก ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะแขกเกียรติยศ

ประการที่ 2 ผู้เขียนเห็นว่าประธานก็คงอยากทราบข้อมูลบ้างเหมือนกัน ว่าแขกเกียรติยศที่มาด้วยตัวเองเพียงคนเดียวในวันนั้น คงมีความหมายบ้างไม่มากก็น้อย เพราะท่านเรียก อ. ประคิณว่า “คุณยายอายุ 90 กว่า” (โดยจับเอาจากคำเปรยของพิธีกร) หากประธานรู้ว่าผู้รับรางวัลเกียรติยศแต่ละคนมีข้อมูลอะไรบ้าง ก็คงจะกล่าว “สุนทรกถา” หรือ “แสดงความยินดี” หรือเรียกอย่างอื่น แทนที่จะเรียกว่า “ให้โอวาท” เพราะผู้มารับรางวัลไม่ใช่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยในหน่วยงานใต้การกำกับของประธานรัฐสภาสักหน่อย)

ประการที่ 3 ทายาทหรือผู้แทนที่มารับรางวัลเกียรติยศแทนท่านที่ยังมีชีวิต หรือท่านที่ล่วงลับแต่กาย แต่ผลงานและเกียรติคุณยังคงแนบแน่นแก่นใจคนไทย อย่างเช่น อ. ดุษฎี (พยมยงค์) บุญทัศน์กุล ผู้สร้างคณะนักร้องประสานเสียง ”ซอยสวนพลู” อันโด่งดัง ที่มารับแทน เสนีย์ เสาวพงศ์ (นักเขียนรางวัลศรีบูรพาคนแรก นักเขียนรางวัลอมตะคนแรก เจ้าของนวนิยายโด่งดัง เช่น ปีศาจ ความรักของวัลยา ผู้มีอายุ 93 ปี ไม่สะดวกที่จะมารับรางวัลด้วยตนเองได้) อ. วาณี (พนมยงค์) สายประดิษฐ์ ธิดาคนเล็กของ อ. ปรีดี และท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ลูกสะใภ้ผู้มารับแทน กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ กานดา วรดิลก ผู้ที่มารับแทนสามีคือ ทวีป วรดิลก อ. จอห์น ลูกชายผู้มารับแทน อ. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ก็ดี รวมหลานท่านพุทธทาส ที่มารับแทนท่านพระธรรมโกศาจารย์ (ท่านพุทธทาส) และที่น่าเสียดายที่ไม่มีผู้มารับแทน มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แทน อัศนี พลจันทร (หรือ นายผี เจ้าของบทกวีที่กลายมาเป็นเพลงโด่งดัง “เดือนเพ็ญ”) และแทน จิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งข้าพเจ้าคิดในแง่ดีว่า คงไม่สามารถติดต่อทายาทได้

ประการที่ 4 ผู้เขียนยังคิดถึงผลงานและผู้ที่สร้างงานวรรณกรรมการเมืองอื่นๆ เช่นที่ข้าพเจ้าขอยกตัวอย่าง สัก 3 คนคือ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรท์คนแรก และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ 2536 ปีเดียวกับ อ. ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา (ในฐานะประธานกรรมการ จึงไม่ยอมให้เสนอชื่อ) ทั้งๆ ที่งานที่ได้รับรางวัลซีไรท์อย่าง “เพียงความเคลื่อนไหว” และอีกหลายๆ บท รวมทั้งที่ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ ฉบับวันอาทิตย์ ทุกวันนี้ และ อดุล จันทรศักดิ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ 2550 ที่มีผลงานน่าสนใจทั้งในนามปากกา ธารี และ อัคนี หฤทัย (ที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ผู้เขียนไม่บังอาจเปิดเผยเอง) จากหนังสือ “ดอกไม้ไฟ” และ “ณ กาลเวลา” รวมทั้งที่เขียนประจำหน้าสุดท้ายของ สยามรัฐ สัปดาหวิจารณ์ ทุกสุดสัปดาห์ และ สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ 2548 เจ้าของบทกวีที่ข้าพเจ้าตรึงใจ ทั้งใน “ก่อนไปสู่ภูเขา” “ณ เพิงพักริมห้วย” (นามปากกา พนม นันทพฤกษ์) ฯลฯ และที่ข้าพเจ้าชอบมากในนามปากกา อินถา ร้องวัวแดง (ที่เปิดเผยแล้วในเอกสารสาธารณะ) ปัจจุบันบรรเลงใน สยามรัฐ สัปดาหวิจารณ์ เป็นต้น

ประการที่ 5 ขอแสดงความชื่นชม ที่รัฐสภา ร่วมกับสมาคมนักเขียน ฯ จัดให้มี “รางวัลพานแว่นฟ้า” ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้วรรณกรรมมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่นอกจากรางวัลที่มีมูลค่าสูงถึง 50,000 บาท หรือ 30,000 บาท และ 10,000 บาทแล้ว น่าจะได้รับการเผยแพร่ให้กว้างขวาง ยิ่งทำให้เกิดผลทางนำความคิด หรือนำไปปฏิบัติจริงได้บ้าง ก็จะดีไม่น้อย
ประการที่ 6 น่าที่จะมีการนำเสนอรางวัลเกียรติยศ ปีละ 1 รางวัล หรือถ้าไม่มีทุกปี เพราะเกรงจะเฝือก็อย่างน้อยสัก 5 ปีครั้ง (จะกี่รางวัลก็ได้ แต่อย่าให้เฝือ)

ประการสุดท้าย ผู้เขียนยังนึกถึงบทกวีอันมีคุณค่าหลายๆ บท ของกวีอื่นๆ อีกมากมายหลายคน ณ ที่นี้ ขอยก “คลื่นลูกใหม่” ของ สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ ที่ลงพิมพ์ใน ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ดังนี้ “คลื่นลูกใหม่เริ่มท้าทะเลหลวง รวีช่วงโชติฉายที่ชายผา เงาทมึนของทมิฬสวมวิญญาณ์ คำรามบ้าคำรนร้องก้องแผ่นดิน คลื่นลูกใหม่ประจัญหน้าทะเลหลวง ไล่ทะลวงโขดเขินและเนินหิน รณรงค์จนฟ้าน้ำตาริน ทัพทมิฬบ้าคลั่งก็พังครืน เหลือเลือดเนื้อซากศพกลบความเจ็บ ทำลายเล็บเนื้อก็ช้ำแต่จำฝืน เพื่อเสรีนิรันดร์อันยาวยืน พิทักษ์พื้นทะเลหลวงของปวงชน รวีโชติช่วงฉายที่ปลายผา คือสัญญาสยามแจ้งทุกแห่งหน ขับความมืดความกลัวความมัวมน บนถนนความคิดสิทธิ์เสรี แว่วลำนำคำขับจับสำนึก ให้ระลึกถึงความรักถึงศักดิ์ศรี ถึงเมตตาการุณย์คุณความดี เริ่มวันนี้แล้วประชาธิปไตย จากรอยยิ้มของหัวใจสู่ใบหน้า สู่แววตาสู่ความฝันของวันใหม่ ความฝันที่ไม่เหมือนฝันของวันใด วันมีชัย ”ธรรมศักดิ์”* พิทักษ์ธรรม” (จากหนังสือ “กวีนิพนธ์บนถนนประชาธิปไตย” จัดพิมพ์โดยกองทุนศรีบูรพา สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และสโมสรสยามวรรณศิลป์ พิมพ์ครั้งที่ 1-มิถุนายน 2550)

(หมายเหตุ * หลังเหตุการณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในยามที่บ้านเมืองว่างรัฐบาลจากการเลือกตั้ง)



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ซองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2554
คอลัมน์ : ชีวิตคือความรื่นรมย์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/HTlNk

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
17 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th