บทความ

ลูกค้า 3 กลุ่มของ “รถคันแรก”


หลังจากออกตัวทั้งดับทั้งกระตุกเหมือนพวก “มือใหม่หัดขับ” รถเกียร์แมนวลอยู่สักพัก ท่านก็ใช้วิชาเดียวกับพวกมือใหม่ที่ “รู้มาก” ขึ้นอีกนิด คือ ออกตัวล้อฟรีไปเลย

รถพุ่งฉิว แถมส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดให้สาวเหลียวอีกต่างหาก แต่ไม่รู้จะไปแหกโค้งข้างหน้าหรือเปล่า
ทายไม่ผิดหรอกครับ ผมกำลังจะพูดถึงโครงการ “รถคันแรก” ของรัฐบาลปูจ๋า ซึ่งเพิ่งจะเดินหน้า หลังจากประกาศไม่เปลี่ยนแปลงสเปค ทั้งเรื่องจำนวนซีซี และแหล่งผลิต โดยไม่สนคำขู่ว่าจะฟ้องร้องของบริษัทนำเข้ารถจากประเทศที่ล้วนมีข้อตกลงทางการค้ากับเราถือว่าเป็น “โค้งอันตราย” ที่รัฐต้องไปหาทางเอาตัวรอดในอนาคต

ผมขอวิเคราะห์ตามสเปคที่เป็นอยู่ตอนนี้ว่า นอกจากบริษัทรถยนต์แล้ว จะมีคนที่ดูเหมือนจะได้ประโยชน์จากโครงการนี้อยู่ 3 กลุ่ม
กลุ่มแรก คือ บรรดา “รากหญ้า” ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่รถกระบะ

ปัญหาอยู่ตรง กลุ่มรากหญ้าส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่า จะได้เงินคืนถึง 1 แสนบาท ตามชื่อแคมเปญที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียงกับพวกเขา
แต่ความจริงก็คือ รถพิคอัพ 2 ประตู เสียภาษีสรรพสามิตแค่ 3 % ส่วนพิคอัพ 4 ประตู เสียแค่ 12 %หนำซ้ำยังเป็นเปอร์เซนต์ที่คิดจาก “ราคาหน้าโรงงาน” ไม่ใช่ “ราคาขาย” อย่างที่หลายคนเข้าใจโดยทั่วไปราคาหน้าโรงงาน จะต่ำกว่าราคาหน้าโชว์รูมอยู่ประมาณ 20 กว่าเปอร์เซนต์สมมติว่า ซื้อพิคอัพ 2 ประตูมาทำมาหากิน ราคา 500,000 บาท ราคาหน้าโรงงานจะตกราว 400,000 บาท ภาษี 3 % เท่ากับ 12,000 บาท ไม่ใช่แสนบาทอย่างที่ฝันไว้แต่ประการใด

กลุ่มที่สอง ได้แก่ คนวัยทำงานที่เก็บหอมรอมริบจนพอมีเงินดาวน์อีโคคาร์สักคัน ก็จะถือโอกาสนี้ถอยรถคันแรกออกมา ซึ่งเช่นเดียวกับกลุ่มแรก คือ จะได้เงินคืนไม่ถึง 1 แสน สำหรับอีโคคาร์คันละไม่เกิน 600,000 บาท เพราะอีโคคาร์เสียภาษีเพียง 17 %
กลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มคนที่มีฐานะดี และแน่นอนว่าเคยมีรถมาแล้วหลายคัน แต่กลับจะได้อานิสงส์จากโครงการนี้เต็มๆ เพราะบ้านเราย่อมสามารถหา “นอมีนี” ที่อายุ 21 ปีบริบูรณ์ และยังไม่เคยมีรถได้ไม่ยากเย็น

พวกนี้จะซื้อรถเก๋งราคา 600,000-700,000 บาท ซึ่งจะได้เงินคืนเต็มแสน เพราะรถประเภทนี้เสียภาษีถึง 25 % ส่วนได้คืนมาแล้วจะแบ่งให้ “นอมีนี” เท่าไรนั้น…แหม…ผมว่ารัฐบาลน่าจะกำหนดเป็นกฎเกณฑ์ออกมาเลยนะครับ ไม่งั้นคงเกิดคดีอีกมาก แถมไม่รู้ว่าศาลจะรับฟ้องหรือเปล่า

อย่าลืมว่า ทั้งรถและเชคที่เขาจ่าย เป็นชื่อของ “นอมีนี” นะครับ

จากที่วิเคราะห์มาผมจินตนาการได้เลยว่า ตลาดรถตั้งแต่ปลายปีนี้จนถึงสิ้นปีหน้าคงวุ่นวายพอดูดี รถเก๋ง 1,500 ซีซี และพิคอัพจะขายดีขึ้นแน่ แต่หลังจากนั้น คงมีรถที่เจ้าของผ่อนต่อไม่ไหว หลุดมาสู่ตลาดยูสด์คาร์จำนวนมาก เพราะโครงการนี้นอกจากจะก่อให้เกิดอุปสงค์ปลอมแล้ว ยังสร้างกำลังซื้อปลอม ในคนกลุ่มแรก และกลุ่มที่สองที่เข้าใจผิดว่าจะได้เงินแสนคืน และกลัวเสียโอกาส เลยรีบซื้อทั้งที่ตัวเองยังไม่พร้อมจริง

สำหรับกลุ่มที่สาม อย่างมากก็โดน “นอมีนี” ชักดาบ สมน้ำหน้ากันไป ส่วนบริษัทรถยนต์ที่ดูเหมือนจะ “ส้มหล่น” ก็ขอให้ระวังช่วงหมดพโรโมชันให้ดี เพราะมีหวังจะได้นั่งหาวเรอกันอย่างน้อยครึ่งปี !



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2554
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/bqxDn

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
25 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th