บทความ

หญิงสยาม ผู้กล้ายิ่ง


ห้วงเวลาระยะนี้ เมืองไทยมีสุภาพสตรีระดับโลก ขณะข้าพเจ้าบันทึกเรื่องนี้ นส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศไทย และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่52 ของโลก

ข้าพเจ้าคิดถึงสุภาพสตรีแห่งสยามท่านผู้หนึ่งในอดีต ชื่นชม บูชา และยกย่อง ความกล้ายิ่ง และความเป็นนักเขียนของท่าน และท่านผู้นี้ คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดี รังสิต

 

“ว. ณ ประมวญมารค” เป็นพระนามแฝงของท่านในด้านการประพันธ์ ซึ่งท่านทรงอธิบายถึงที่มาของพระนามแฝงไว้ว่า

 

“ว.” ย่อมาจากพระนามของท่าน “วิภาวดี”

 

“ณ” แปลว่า “แห่ง”“ประมวญ” เป็นชื่อถนนประมวญ ซึ่งวังประมวญตั้งอยู่ริมถนนสายนี้

 

“มารค” ก็คือ มรรคา หรือเส้นทาง หรือเรียกว่าถนนก็ได้อีกนัยหนึ่งทั้งหมดนี้เมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้ว ก็หมายถึง “วิภาวดี แห่งถนนประมวญ” ซึ่งข้าพเจ้าฟังแล้วก็ขนลุก ซาบซ่าในความคมกริบแห่งสำนวนที่ท่านรจนาหม่อมเจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต (พระนามเดิม) พระสกุลเดิม คือ “รัชนี” เป็นพระธิดาใน พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ และหม่อมเจ้าพิมลพรรณ วรวรรณ มีพระอนุชาร่วมพระบิดามารดาเดียวกันคือ มจ. ภีศเดช รัชนี

 

ทรงเสกสมรสกับหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต พระโอรสใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2489 โดยได้รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8

 

ทรงมีธิดา 2 ท่าน คือ มรว. หญิง วิภานันท์ รังสิต และ มรว. หญิง ปรียนันทนา รังสิตหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับในเมืองไทย ฉบับประจำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2520 พาดหัวข่าวใหญ่ความว่า มจ. หญิง วิภาวดี รังสิต สิ้นพระชนม์เมื่อวานนี้ (16 กุมภาพันธ์ 2520)

 

ด้วยเฮลิคอพเตอร์ที่ประทับถูกผู้ก่อการร้ายยิง ระหว่างเสด็จแทนพระองค์ประกอบพระกรณียกิจช่วยเหลือราษฎรในจังหวัดภาคใต้

 

นับเป็นการสูญเสียเจ้าหญิงอันเป็นที่รักใคร่และบูชาของราษฎร แสงทิพย์ที่เคยสาดส่องถิ่นทุรกันดารยังความสว่างไสว บัดนี้ดับวูบสิ้นเชิงอย่างไม่มีใครคาดคิด

 

มจ. หญิง วิภาวดี รังสิต ได้เข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณ โดยเสด็จเยี่ยมราษฎรตามจังหวัดต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่พุทธศักราช 2500 และประกอบพระกรณียกิจเสด็จแทนพระองค์

 

ทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจ และพลเรือน ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2510 เป็นต้นมาวันนั้นเป็นวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2520 จากบันทึกเหตุการณ์ของนายแพทย์สุพาศน์ บุรพัฒน์นายแพทย์ผู้ตามเสด็จทุกครั้ง เล่าว่า…

 

“…เช้าวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2520 หม่อมเจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต เสด็จลงมาด้วยสีพระพักตร์สดใส แย้มสรวลอย่างเคย กล่าวปฏิสันถารกับทุกคน ด้วยพระอารมณ์แช่มชื่น พวกเรามิได้คิดเลยว่าที่นี่จะเป็นที่ประทับครั้งสุดท้ายของพระองค์

 

…ขณะที่กำลังขนสัมภาระขึ้นเครื่องบิน ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 8 ที่ตามเสด็จได้รับวิทยุว่า หน่วย ตชด. บ้านเหนือคลอง ได้รับบาดเจ็บจากการถูกกับระเบิด 2 นาย เมื่อเช้ามืด ในขณะที่เดินทางขึ้นไปดูฝายน้ำล้น ใกล้ๆ หน่วยที่ตั้ง และขอเฮลิคอพเตอร์ไปรับ

 

เมื่อท่านหญิงได้ทรงทราบเรื่อง ด้วยความเป็นห่วง ได้ตรัสสั่งให้ใช้เฮลิคอพเตอร์ที่ประทับไปรับคนเจ็บ 2 รายนี้

 

…ก่อนเสด็จขึ้นเครื่องบิน ได้มีรับสั่งด้วยความห่วงใยตำรวจที่บาดเจ็บว่า “หมอช่วยไปรับคนเจ็บที่บ้านเหนือคลองด้วยได้ไหม ? เป็นการดีที่วันนี้ เรามีหมอมาด้วย”

 

“ฉันจะไปกับหมอ และมาลีด้วย เราสู้แหลกเลยวันนี้”แล้วจึงทรงพระอักษรที่นั่งเก้าอี้ทางด้านหน้าว่า ให้หลวงพ่อทั้ง 2 องค์พร้อมกับผู้ติดตามอีก 2 คนที่นั่งอยู่แถวหน้าลงที่หน่วย ตชด. กองร้อย 3 อำเภอเวียงสระ ด้วยพระองค์จะเสด็จไปรับคนเจ็บกับหมอ และมาลี ขอให้หลวงพ่อสวดมนต์ภาวนาให้ปลอดภัยด้วย…

 

…ประมาณ 09.17 น. มองเห็นพื้นที่ที่จะลงอยู่ข้างหน้า คงไม่เกิน 2-3 นาทีก็จะถึง เฮลิคอพเตอร์ลดความเร็วลงเล็กน้อย บินเรี่ยยอดไม้ เราได้ยินเสียงผิดปกติเพียงเบาๆ และเฮลิคอพเตอร์สั่นเล็กน้อยผมเองรู้สึกเจ็บแปลบที่เท้าขวา เมื่อยกเท้าดูก็เห็นมีเลือดออกชุ่มรองเท้า ขณะเดียวกันมองไปทางที่ประทับ ท่านได้รับสั่งด้วยสำเนียงปกติและสีพระพักตร์อันปกติที่สุดว่า “ฉันถูกยิง”

 

…เฮลิคอพเตอร์พระที่นั่งได้รับความเสียหายบินต่อไปไม่ได้ ต้องลงฉุกเฉินที่สนามหน้าโรงเรียนวัดบ้านส้อง ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 3-4 กิโลเมตร และห่างที่ตั้ง ตชด. กองร้อย 3 ประมาณ 3 กิโลเมตร

 

…เมื่อเฮลิคอพเตอร์ถึงพื้นดิน ทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็วมาก มีการเตรียมดับเพลิงและอื่นๆ เพราะพบว่าถังน้ำมันรั่วอย่างรุนแรง พร้อมทั้งความเสียหายต่างๆ ที่ลำตัวเฮลิคอพเตอร์อีกมากมาย นับรูกระสุนได้ในภายหลังที่เฮลิคอพเตอร์ถึง 106 รู ได้จัดที่ประทับนอนให้ท่านหญิง และได้ตกแต่งบาดแผลอย่างรวดเร็ว จัดถวายน้ำเกลือเข้าเส้นพระโลหิต และถวายพระโอสถอื่นๆ ตามสมควร และเท่าที่ในภาวะฉุกเฉินเช่นนั้นจะทำได้

 

…10 นาทีต่อมา พระอาการกลับคืนมาเป็นที่น่าพอใจมาก โดยจับชีพจรได้ดี เต้นแรง และการหายใจดีขึ้นพระสติกลับคืนมาเป็นปกติ ด้วยพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยความเมตตากรุณาอย่างแน่วแน่ โดยมิได้นึกถึงบาดแผลที่พระองค์เองได้รับแม้แต่น้อย ตรัสเป็นประโยคแรกเมื่อรู้สึกพระองค์ว่า“ตชด. ที่บาดเจ็บ ไปรับมาได้หรือยัง…ไม่ต้องวิทยุบอกไปว่าฉันได้รับบาดเจ็บนะ เดี๋ยวพวกเขาจะเหลิงกันมากไป”

 

…ตลอดเวลาที่ประทับนอนอยู่บนเฮลิคอพเตอร์บริเวณสนามโรงเรียนบ้านส้อง (เขต อ. เวียงสระจังหวัดสุราษฎร์ธานี) เพื่อรอคอยเฮลิคอพเตอร์ลำใหม่มารับเสด็จสู่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี มิได้รับสั่งถึงความเจ็บปวดที่พระองค์ได้รับเลยแม้แต่น้อย ประทับนอนอย่างสงบด้วยสีพระพักตร์เป็นปกติ เสียงที่รับสั่งถามก็เป็นเสียงปกติธรรมดาอย่างที่สุด ไม่มีวี่แววถึงความเจ็บปวดที่ได้รับ เพียงแต่ตรัสถึงองค์เองเพียงคำเดียวว่า

 

“รู้สึกร้อน และแน่นเท่านั้น” ประโยคสุดท้ายก่อนจะมีเฮลิคอพเตอร์ลำใหม่มารับ เหมือนจะทรงทราบอนาคตอันใกล้ของพระองค์ดีรับสั่งก่อนที่จะย้ายที่ประทับมาสู่เฮลิคอพเตอร์ลำใหม่เพื่อนำเสด็จส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีว่า

 

“ฝากกราบถวายบังคมลาพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ ฯ ฝากทูลลาท่านชาย (หม่อมเจ้า ปิยะรังสิต รังสิตพระสวามี) และท่านแม่ด้วย”

 

…ในขณะที่เฮลิคอพเตอร์ที่ประทับลำใหม่กำลังเร่งเครื่องขึ้นสู่ระดับบิน พระอาการเป็นที่หมดหวังปรากฏอย่างชัดเจน และมิได้รับสั่งอะไรอีกเลย…”

 

ณ วันที่ 4 เมษายน 2520 มีพระบรมราชโองการสถาปนาหม่อมเจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต เป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า วิภาวดี รังสิต ต่อมารัฐบาลภายใต้การนำของนายธานินทร์กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ได้ตั้งชื่อถนนซูเพอร์ไฮเวย์ (ชื่อเดิม) จากดินแดงถึงรังสิตเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดีของพระองค์ว่า “ถนนวิภาวดีรังสิต”

 

“ว. ณ ประมวญมารค” มีบทประพันธ์ที่ประทับใจผู้อ่านหลายเรื่อง ทั้ง “ปริศนา” “เจ้าสาวของอานนท์” “นิกกับพิม” “คลั่งเพราะรัก” “พระราชินีนาถวิกตอเรีย” “ตามเสด็จประพาสอิหร่าน”และ “เด็กจอมแก่น” ซึ่งเป็นพระนิพนธ์เรื่องแรก ทรงแปลมาลงหนังสือ “ประมวญสาร” ขายดีมาก ลูกค้าสำคัญก็เป็นนักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนที่อยู่ใกล้กับที่ตั้งของโรงพิมพ์ทรงรำลึกการเป็นนักประพันธ์ว่า

 

“การที่ข้าพเจ้ากลายเป็นนักเขียนขึ้นมาตั้งแต่อายุ 14 ปีนั้น ก็เพราะข้าพเจ้ามีพ่อแม่ที่เข้มงวดอยากให้ข้าพเจ้ารู้ค่าของเงิน จึงไม่ได้ตามใจข้าพเจ้าให้เงินทองใช้จนเหลือเฟือ แต่สนับสนุนข้าพเจ้าในทางที่ควร คือ สอนให้มีมานะ ให้รู้จักใช้หัวคิดที่จะทำโน่นทำนี่เพื่อถึงจุดหมายในความต้องการของตน…ถ้าพ่อแม่ของข้าพเจ้าไม่ฉลาด เห็นการณ์ไกลและสนับสนุนข้าพเจ้าในทางที่ถูกที่ควรแล้ว

 

ว. ณ ประมวญมารค ก็คงจะไม่มีกำเนิดขึ้นมาในโลก คงจะดำดินอยู่ตลอดชีวิต ไม่มีผลงานออกมาให้ใครได้อ่านสักชิ้นเดียวเป็นแน่”



------------------------------
เรื่องโดย : "สยาม เมืองยิ้ม"
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2554
คอลัมน์ : ระหว่างเพื่อน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/py4zr
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th