บทความ

เปิดตัวโรดสเตอร์ซูเพอร์คาร์ ติดเครื่องหมายดาวสามแฉก


เยอรมนี-เจ้าของเครื่องหมายการค้า “ดาวสามแฉก” เปิดเผยโฉมหน้ารถสปอร์ทซูเพอร์คาร์หลังคาเปิดประทุน เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเอส เอเอมจี โรดสเตอร์ (MERCEDES-BENZ SLS AMG ROADSTER) พร้อมยืนยันสมรรถนะความเร็ว และความแข็งแรงไม่เป็นรองรถคูเป ตัวจริงเสียงจริง สัมผัสได้เดือนกันยายนปีนี้ ส่วนกำหนดออกตลาด คือ ไตรมาสสุดท้ายปี 2012

 

เพียง 1 ปีเศษหลังจากนำรถสปอร์ทซูเพอร์คาร์ประตูปีกนก เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเอส เอเอมจี (MERCEDES-BENZ SLS AMG) ออกจำหน่ายในตลาด ด้วยค่าตัวระดับ 8 ล้านบาท เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์ ก็หยุดการรอคอยของคนรักรถสปอร์ทกระเป๋าใหญ่ ที่ชื่นชอบรถเปิดประทุน โดยการเปิดเผยโฉมหน้า และรายละเอียดบางส่วนของรถเปิดประทุน เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเอส เอเอมจี โรดสเตอร์ ที่ออกแบบและพัฒนาเคียงคู่กับรถคูเปประตูปีกนกแบบดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า โอกาสแรกที่คนรักรถ จะได้สัมผัสตัวจริงเสียงจริงของรถเปิดประทุนแบบนี้ คือ งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทครั้งที่ 64 ซึ่งจะมีขึ้นในเมืองเบียร์ ระหว่างวันที่ 15-25 กันยายน 2011

 

ในภาพที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งสื่อเวบไซท์ รถเปิดประทุน เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเอส เอเอมจี โรดสเตอร์ ปรากฏตัวในรูปลักษณ์ที่มีการปกปิดเพียงเล็กน้อย คือ มีแค่สติคเกอร์สีดำปิดโลโก “ดาวสามแฉก” กับบางส่วนของดวงโคมไฟหน้า และไฟท้ายเท่านั้น หน้าตาและรูปทรงองค์เอวของตัวรถที่เห็นในภาพ เมื่อมองอย่างเผินๆ ก็แทบไม่มีอะไรแตกต่างจากรถคูเป จนเมื่อพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน รวมทั้งอ่านละเอียดที่เผยแพร่พร้อมกับภาพ จึงจะทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดอยู่ 2 จุด คือ การเปลี่ยนจากหลังคาแข็ง เป็นหลังคาเปิดประทุนแบบอ่อน และการเปลี่ยนประตูข้างจากประตูที่เปิด/ปิดแบบปีกนกเป็นประตูติดบานพับแบบธรรมดา

 

ประทุนหลังคาแบบอ่อนที่ค่าย “ดาวสามแฉก” นำมาติดตั้งในรถแบบใหม่นี้ เป็นประทุนซึ่งทำจากผ้าแฟบริค 3 ชั้น มีโครงน้ำหนักเบา ซึ่งทำจากชิ้นส่วนแมกนีเซียม/อลูมิเนียม/และเหล็กกล้า การเปิดหรือปิดด้วยการกดปุ่มแต่ละครั้งจะใช้เวลาแค่ 11 วินาที และสามารถเปิดหรือปิดเมื่อยังใช้ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ค่าย “ดาวสามแฉก” ยืนยันว่าเป็นหลังคาเปิดประทุนที่ผ่านการทดสอบมาเป็นอย่างดี และด้วยมาตรฐานอันสูงส่ง คือ มีการทดสอบความทนทาน โดยการเปิด/ปิดบนโต๊ะทดสอบรวม 20,000 ครั้ง โดยปราศจากปัญหาใดๆ ทั้งในส่วนของกระบอกสูบไฮดรอลิค มอเตอร์ไฟฟ้า และข้อต่อต่างๆ นอกจากนั้นยังมีการทดสอบการเปิด/ปิด อีก 2,000 ครั้ง ขณะรถวิ่งในสภาพต่างๆ คือ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด เมื่อมีหิมะตก มีความชื้นสูง กับในทะเลทรายที่แห้ง และลมแรง

 

เพื่อความปลอดภัย ยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์จะจำกัดความเร็วไว้ที่ 317 กม./ชม. เหมือนรถคูเป โดยที่อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. คาดว่าจะทำได้ใน 4.0 วินาที คือ ช้ากว่ารถคูเป 0.2 วินาที มีกำหนดออกตลาดในฤดูใบไม้ร่วงปี 2012 ด้วยค่าตัวที่คาดว่าจะสูงกว่ารถคูเปประมาณ 12,000 ยูโร หรือประมาณ 0.52 ล้านบาทไทย



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา/บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2554
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/fUnd8
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th