บทความ

ดีเซล น้ำมันการเมือง


การตัดสินใจนำเงินจากกองทุนน้ำมันไปชดเชยกว่า 2 หมื่นล้านบาท รวมถึงยอมลดภาษีสรรพสามิตลงจนแทบจะเรียกได้ว่า ไม่เก็บเลย เพื่อประคองราคาขายปลีกไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท (เฉพาะในกรุงเทพ ฯ) โดยเฉพาะมาเร่งทำในช่วงก่อนจะประกาศยุบสภาเพียงไม่กี่สัปดาห์ แบบนี้ใครอย่ามาปฏิเสธให้ยากเลยครับว่า ดีเซลไม่ได้กลายเป็น “น้ำมันการเมือง” ไปแล้ว

 

ความจริงในบ้านเรา การเมืองกับราคาน้ำมันเป็นของคู่กันมานาน เพียงแต่ในยุคก่อน น้ำมันทุกชนิดเป็นน้ำมันการเมือง นั่นคือ รัฐบาลจะพยายามทุกวิถีทางที่จะไม่ปรับราคาขายปลีกน้ำมันขึ้นตามตลาดโลก ซึ่งเป็นที่มาของการจัดตั้งกองทุนน้ำมัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการราคาน้ำมันหน้าปั๊มให้มัน “นิ่ง”

 

แม้เมื่อมีการลอยตัวราคาแล้ว กองทุนน้ำมันก็ยังคงอยู่ และรัฐบาลก็ยังคงใช้เครื่องมือนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นควบคุมราคาดีเซลเพียงชนิดเดียว ปล่อยให้ราคาน้ำมันชนิดอื่นๆ ขึ้นลงตามระบบผูกขาด…เอ๊ย…กลไกตลาด

 

ที่เลือกจับจ้องเฉพาะดีเซลก็เพราะน้ำมันชนิดนี้มันมีบทบาทมากในภาคการคมนาคมขนส่ง ซึ่งเกี่ยวพันอย่างแนบแน่นกับการกำหนดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ขนาดแค่มีข่าวดีเซลจะขึ้นเท่านั้น ราคาอาหารและข้าวของเครื่องใช้ก็ปรับตัวไปรอแล้ว

 

ด้วยเหตุที่ราคาขายปลีกดีเซล ถ้าปล่อยให้สูงขึ้น จะส่งผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศ นักการเมืองที่มาเป็นรัฐบาล จึงยอมไม่ได้ จนกว่าจะถึงที่สุดจริงๆ แม้ว่าเมื่อถึงตอนนั้น ผลเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะมากกว่า “ของแพง” หลายเท่าก็ตาม

 

ผมแปลกใจจริงๆ ว่า ทำไมท่านจึงไม่ปล่อยให้ราคาดีเซลขึ้นลงตามกลไกตลาด โดยอาจใช้กองทุนน้ำมันเป็นเครื่องมือในการชะลอการปรับแต่ละครั้งให้มีระยะเวลาที่เหมาะสม ทำอย่างนี้ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำมันแพง จะเหลือเพียงประการเดียว คือ “ของแพง” ซึ่งถ้ามีฝีมือจริงก็สามารถแก้ไขหรือบรรเทาได้ไม่ยาก

 

คนระดับคุณอภิสิทธิ์ และคุณกรณ์ ต้องทราบดีครับว่า การตรึงราคาดีเซลไว้แบบนี้ จะเกิดผลเสียหายที่มากกว่า “ของแพง” ตามมามากมาย

 

ที่เห็นชัดๆ คือ รายได้จากภาษีที่หดหายไปหลายหมื่นล้านบาท ยังไม่ต้องพูดถึงทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ผิดเพี้ยน เพราะคนแห่ไปใช้รถเครื่องดีเซล หรือการที่คนไทยจะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้วิธีรับมือกับ “ของจริง” เมื่อพวกท่านหมดบุญวาสนาไปแล้ว ฯลฯ

 

และยิ่งไม่ต้องพูดถึงความอยุติธรรมที่คนใช้เบนซินทุกคนรู้สึก

 

เพราะเราทำใจแล้วว่า นี่เป็นราคาที่พวกเรา ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยต้องจ่าย เพื่อซื้อคะแนนเสียงจากคนส่วนใหญ่ให้แก่พวกท่าน

 

ที่ร้าย คือ ผมมั่นใจ ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล วัฏจักรเดิมจะเวียนวนกลับมาอีก ตราบใดที่นักเลือกตั้งยังเห็นดีเซลเป็น “น้ำมันการเมือง” อยู่แบบนี้



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2554
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/VTa0d
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th