บทความ

PUSH START ของเล่นอินทเรนด์ ของรถยุคนี้


ยุคนี้สมัยนี้ การสตาร์ทรถด้วยการบิดกุญแจ แทบจะตกยุคไปเสียแล้ว เนื่องจากรถใหม่ๆ มักให้ปุ่ม PUSH START มาจากโรงงาน แต่ถ้ารถใครยังไม่มีแล้วอยากติดบ้าง สามารถติดเพิ่มเติมภายหลังได้

กว่าจะมาเป็นปุ่มกดสตาร์ท

เคยสังเกตกันไหมว่าพวกรถแข่งทั้งหลาย มักใช้การสตาร์ทเครื่องยนต์แบบปุ่มกด เนื่องจากเขาต้องการลดน้ำหนักให้มากที่สุด ด้วยการนำชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นออกให้หมด การสตาร์ทรถแบบใช้กุญแจ จึงไม่จำเป็นสำหรับรถประเภทนี้ ต่อมาการสตาร์ทแบบปุ่มกดนั้น ถูกนำมาใช้ในรถสปอร์ทหลายค่าย เนื่องจากดูแล้วเท่ หรูหรา ไฮโซ กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกับรถแข่ง แต่พอมายุคนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว การสตาร์ทแบบปุ่มกด ได้กลายมาเป็นออพชันที่อยู่ในรถบ้านทั่วไป จุดประสงค์เพิ่มความเท่ แปลกใหม่ และสะดวกสบายนั่นเอง แม้บางคนจะบอกว่า “ไม่เห็นจะแปลก” ในรถจักรยานยนต์ก็มีถมไป ตั้งแต่รถแม่บ้านยันรถบิกไบค์ แต่รู้ไหมว่า นอกจากเพียงแค่กดแล้วสตาร์ทรถได้ มันยังมี “ลูกเล่น” แพรวพราว แถมฟังค์ชันเพียบ !

ใช้งานอย่างไร ?

โดยปกติรถยนต์ทั่วไป จะมีการสตาร์ทอยู่ด้วยกัน 3 สเตพ คือ ACC, ON และ START (ในรถยุโรปบางรุ่นอาจมีถึง 4 สเตพ) ถ้าเราต้องการสตาร์ทรถ ก็ต้องบิดรูกุญแจไปทีละสเตพ จนถึงตำแหน่งสตาร์ทรถถึงจะติดเครื่องให้ แต่ถ้าเป็นการสตาร์ทแบบปุ่มกด เราสามารถกดปุ่มสตาร์ทได้เลยทันที โดยที่ไม่ต้องกดไปทีละสเตพ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องเหยียบเบรคพร้อมกับกดปุ่มไปด้วย โดยที่เกียร์ต้องอยู่ที่ตำแหน่ง P หรือ N เท่านั้น (รถเกียร์อัตโนมัติ) ส่วนเกียร์ธรรมดาเช่นเดียวกัน ต้องอยู่ในเกียร์ว่าง (N) และต้องมีตัวคีย์คาร์ด (รีโมทรถยนต์) อยู่ภายในห้องโดยสารด้วยเสมอ ถ้าไม่มีคีย์คาร์ด ไม่ว่าจะทำอย่างไร รถมันก็ไม่ติดเครื่องให้ ที่ไม่ติดเป็นเพราะว่า ในการสตาร์ทรถแต่ละครั้ง จะมีตัวรับส่งข้อมูลผ่านคลื่นความถี่วิทยุแบบ RFID (RADIO FREQUENCY IDENTIFICATION) ผ่านรหัส 128 BIT เมื่อใดที่ข้อมูลตรงกัน ระบบจะยอมให้สตาร์ทรถได้ ข้อมูลนี้จะถูกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการโจรกรรมข้อมูล ในบางยี่ห้อสามารถที่จะใช้สวิทช์กุญแจเดิมสตาร์ทเครื่องได้

อุปกรณ์เสริมเพียบ ติดตั้งไม่ยาก ?

นอกจากจะใช้เพื่อสตาร์ทและดับเครื่องยนต์แล้ว ยังมีลูกเล่นอื่นๆ อีก เช่น สามารถเปิด/ปิด ลอคประตูรถโดยอัตโนมัติ เพียงพกคีย์คาร์ดเข้าใกล้รถในระยะประมาณ 1. 5-2 เมตร ระบบจะปลดลอคประตูให้ และลอคประตูอีกครั้งเมื่อพ้นระยะนั้นไปแล้ว ในบางยี่ห้อสามารถสั่งสตาร์ทรถ เปิด/ปิดกระจก และเปิดฝากระโปรงท้ายได้อีกด้วย ส่วนการติดตั้งนั้นไม่นานเลย ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม./คัน แต่ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญสักหน่อย เขาใช้วิธีต่อพ่วงเฉพาะสัญญาณที่จำเป็นต้องใช้ เช่น ระบบเซนทรัลลอค ระบบสตาร์ท ระบบเปิด/ปิด กระจกไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนตำแหน่งการวางสวิทช์สตาร์ทนั้น ลูกค้าสามารถเลือกจุดที่ถูกใจได้เลย หรือจะติดตั้งแทนสวิทช์กุญแจเดิมไปเลยก็ทำได้ ส่วนราคานั้นอยู่ที่ประมาณ 15,000-17,000 บาท การรับประกันส่วนมากประมาณ 1-2 ปี แล้วแต่ละยี่ห้อ

RFID ระบบเก็บข้อมูลอัฉริยะ

RFID หรือ (RADIO FREQUENCY IDENTIFICATION) เป็นวิธีการเก็บข้อมูล หรือระบุข้อมูลแบบอัตโนมัติ โดยรับสัญญาณจาก TAG เข้าสู่ตัวส่งสัญญาณ ผ่านทางคลื่นวิทยุ TAG ของ RFID มีขนาดเล็ก สามารถติดตั้งเข้ากับผลิตภัณฑ์สินค้า สัตว์ หรือบุคคลได้ ซึ่งเมื่อตัวส่งสัญญาณส่งคลื่นวิทยุไปแล้วเกิดเจอ TAG นี้ สัญญาณจะถูกส่งกลับพร้อมกับข้อมูลที่เก็บไว้ใน TAG ตัวส่งสัญญาณนี้ยังสามารถบันทึกข้อมูลลงใน TAG ได้เอง TAG RFID ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนวงจรไฟฟ้าที่เก็บข้อมูลคำนวณการ และส่วนเสาอากาศ หรือตัวรับ/ส่งสัญญาณนั่นเอง



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2554
คอลัมน์ : เกาะกระแส
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/JDa6B

Follow autoinfo.co.th