บทความ

โอนิสึกะ ไทเกอร์


ผมสรุปเอาเอง จากการสังเกตตาม ศูนย์การค้าหรู และในงานอีเวนท์ต่างๆ ว่า โอนิสึกะ ไทเกอร์ (ONITSUKA TIGER) เป็นรองเท้าแฟชันที่กำลังได้รับความนิยมมากในหมู่คนหนุ่มสาวทันสมัย

ใครที่ยังไม่รู้จัก ขอให้ดูภาพประกอบในคอลัมน์นี้ แล้วลองไปเดินสำรวจตามแหล่งที่ผมว่าเถอะครับ
ภายในหนึ่งชั่วโมง จะพบหนุ่มสาวที่สวมรองเท้ายี่ห้อนี้ 5-6 คนเป็นอย่างน้อย

ถ้าจะเอามาตรฐานของคนทั่วไปมาวัด มันก็น่าสงสัยว่าเหตุใด “โอนิ” จึงกลายเป็นรองเท้าโคตรฮิทไปได้ ทั้งๆ ที่ราคาสูง คู่หนึ่งตั้งแต่ 3,000-10,000 บาท แล้วแต่รุ่นและแหล่งที่ซื้อ แถมยังไม่ใช่รองเท้าที่เรียกได้ว่าใส่สบาย โดยเฉพาะรุ่นฮอทที่สุดอย่าง เมกซิโก 66 (MEXICO 66)

ถามผม ผมว่าเป็นเพราะลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์กับสีสันที่โดนใจ รวมไปถึงรูปทรงที่เข้ากันสุดๆ กับสกินนียีนส์ หรือยีนส์ขาเดฟ ตลอดจนกางเกงขา 3 ส่วน, 4 ส่วน ที่กำลังเป็นทเรนด์แฟชันในขณะนี้

ที่สำคัญคือ ใส่ได้ทุกวัย ถ้าหุ่นให้ วัยรุ่นตอนปลายใกล้ 50 อย่างผม ก็เล่น “โอนิ” ได้ครับ เลือกสีเหมาะๆ รับรองไม่เคอะเขินแต่ประการใด

โอนิสึกะ ไทเกอร์ เริ่มผลิตมาตั้งแต่ปี 2492 จากฝีมือของ คิฮาชิโร โอนิสึกะ (KIHACHIRO ONITSUKA) ที่ต้องการสนับสนุนให้เยาวชนญี่ปุ่นหันไปเล่นกีฬา เพื่อเยี่ยวยาจิตใจอันบอบช้ำจากความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผลิตรองเท้าบาสเกทบอลเป็นรุ่นแรก

หลังจากนั้น โอนิสึกะก็ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักกีฬาญี่ปุ่น โดยในโอลิมปิค 1964 ที่โตเกียว นักกีฬาที่สวมโอนิสึกะ สามารถคว้าเหรียญทองได้ถึง 20 เหรียญ จนได้รับฉายาว่า “รองเท้าแห่งชัยชนะ”

พอถึงปี 1977 บริษัทโอนิสึกะ ไปรวมกับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬา กลายเป็นบแรนด์เอสิคส์ (ASICS) ที่โด่งดังไปทั่วโลก

กระทั่งอีก 14 ปีต่อมา เอสิคส์จึงหันมาผลิตรองเท้าในบแรนด์โอนิสึกะ ไทเกอร์ อีกครั้ง แต่ออกแบบให้เป็นรองเท้าแฟชันสำหรับคนหนุ่มสาว เพื่อไม่ให้ซ้ำไลน์กับเอสิคส์ ที่ติดลมบนไปแล้วในด้านรองเท้ากีฬา

อย่างไรก็ตาม “โอนิ” กลายเป็นทเรนด์แฟชันจริงๆ ก็เมื่อมันไปปรากฏตัวเป็นรองเท้าคู่กายของแม่นาง
อูมา เธอร์แมน (UMA THURMAN)

ในภาพยนตร์เรื่องดัง KILL BILL ของผู้กำกับซาดิสต์ เควนติน ตารันตีโน (ZUENTIN TARANTINO) เมื่อปี 2546

“โอนิ” ที่ อูมา เธอร์แมน สวมนั้น เป็นรุ่นไทชิ (TAICHI) สีเหลืองคาดดำ ซึ่งเลิกผลิตแล้ว และกลายเป็นของสะสมที่หายากยิ่ง

นอกจากรุ่นไทชิ และเมกซิโก 66 ยังมีรุ่นอื่นๆ ที่ขายดิบขายดีไม่แพ้กัน ได้แก่ รุ่นรันสปาร์ค (RUNSPARK) คูลิดจ์ โล (COOLIDGE LO) คอร์แซร์ (CORSAIR) ฯลฯ โดยรุ่นทอพ คือ เดอลุกซ์ นิปปอน เมด (DELUXE NIPPON MADE) ทำจากหนังจิงโจ้ ราคาคู่ละประมาณ 10,000 บาท

อีกสาเหตุหนึ่งที่น่าจะทำให้แพง คือ รุ่นนี้ เมดอินแจแปน ขณะที่รุ่นอื่นๆ จะเมดอินเวียดนาม อินโดนีเซีย และจีน

ตอนที่เริ่มฮิทใหม่ๆ เมื่อ 3-4 ปีก่อน ในบ้านเราค่อนข้างหาซื้อยาก ต้องอาศัยพ่อค้าสมัครเล่น ที่ซื้อมาขายผ่านทางเวบไซท์ หรือไม่ก็ไปหิ้วมาเองจากญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฯลฯ จนกระทั่งเมื่อต้นปีมานี้เอง จึงมีตัวแทนนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยเปิดคอร์เนอร์เล็กๆ เฉพาะตามห้างดังๆ อย่าง เซนทรัลและพารากอน แต่ตั้งราคาโหดพอสมควร ทำให้พวกพ่อค้าสมัครเล่นยังสามารถทำมาหากินต่อไปได้อย่างสบาย

ส่วนของปลอม มีให้เลือกดาษดื่น ตั้งแต่เกรด A มาถึง AAA ราคาสูงสุดอยู่ราวๆ พันกว่าบาทเท่านั้น ยกเว้นจะโชคร้ายโดนของเลียนแบบในราคาของแท้ เพราะฉะนั้นก่อนซื้อควรศึกษาหาข้อมูลให้ดี

แม้จะหาซื้อง่ายขึ้น ทว่าด้วยค่าตัวที่ค่อนข้างสูง โอนิสึกะ ไทเกอร์ เลยยังรักษา “ระดับ” ไว้ได้ ไม่กลายเป็นรองเท้าแฟชันโหลๆ

อนาคตจะเป็นเช่นไรไม่อาจรู้ แต่ตอนนี้ถ้าอยากเท่ อินทเรนด์ ต้องมี “โอนิ” ติดเท้าไว้สักคู่ครับ



------------------------------
เรื่องโดย : สายยศ สุวรรณหงษ์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2553
คอลัมน์ : คุยข้างแคมพ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Eywp8
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New