บทความ

เติมน้ำมันรถเมืองฝรั่ง


ในช่วงที่บ้านเมืองมีปัญหารุมเร้ามากมาย ทั้งที่เกิดจากพวกเราเองแท้ๆ และเกิดจากภัยธรรมชาติ ซึ่งนับวันแต่จะสาหัสสากรรจ์ เพราะโลกใบนี้ถูกคนรังแกอย่างหนัก จนไม่เหมือนเดิม จึงกลายเป็นภัยพิบัติให้คนนั่นแหละพบกับหายนะ นี่คือ เรื่องจริง ไม่ใช่ล้อเล่น โลกเคยประสบปัญหา ทำให้สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์เกือบหมด สักวันหนึ่ง ไม่ช้าไม่นาน มนุษย์จะต้องเจอกับสิ่งนั้นแน่นอน โดยไม่ต้องให้หมอดูมาฟันธงนั่นนี่

อย่างไรก็ตาม การใช้ชีวิตที่เมืองไทยในอีกมุมมองหนึ่ง ถือว่าสุโขยังกับราชา ซึ่งเราอาจจะไม่รู้ตัว นั่นคือ การ “เติมน้ำมันรถ” โดยบริการของ “เด็กปั๊ม”

แรกสุด รถเราเข้าจอดไม่ถูกที่ถูกทาง เด็กปั๊มต้องออกแรง บอกกล่าวอย่างสุภาพว่า ไปทางไหน เสร็จแล้วก็ต้องยิ้มหวาน พร้อมโค้งคำนับ กุลีกุจอไต่ถามว่า จะเติมอะไร เติมเท่าไร จากนั้นก็บรรจงเปิดฝาถังน้ำมันให้เรา ค่อยๆ เติมน้ำมันลงไปในรถให้เรา เติมเสร็จ ปิดฝาถังน้ำมันเสร็จ จึงจะมีสิทธิ์แบมือรับเงิน รับแล้วต้องรีบหาเงินทอน หากต้องทอน ลูกค้าต้องการใบเสร็จ ก็ขมีขมันเขียนให้ จัดให้ ระหว่างเติมน้ำมัน ยังมีบริการเช็ดกระจก และโค้งคำนับส่งท้าย ถ้าอยู่ในระหว่างที่เถ้าแก่กำลังทำตลาดแข่งกับปั๊มอื่น

กรณีลูกค้าไม่พอใจ เช่น บริการช้าไปหน่อย ทอนเงินช้า ให้ใบเสร็จช้าไปนิด หรือไม่เช็ดกระจกให้ เด็กปั๊มซึ่งเป็นเด็กจริงๆ หรือหนวดหงอก มีครอบครัวแล้วก็ตามที ยังโดนว๊ากอีกต่างหาก

สภาพดังว่ามา หากเป็นที่สหรัฐอเมริกา ถือว่าได้รับบริการเยี่ยงราชานั่นเทียว เพราะบ้านเขา ต้องช่วยตัวเองสถานเดียว ทั้งหญิง/ชาย หนุ่ม/แก่ หมายถึง เรื่องน้ำมัน ไม่ใช่เรื่องอื่น ครับ

ปั๊มแต่ละแห่ง ไม่ได้หรูหราสมกับที่เป็นยักษ์ใหญ่ ไปถึงเห็นแต่ถังจ่ายน้ำมัน กับที่ขายสินค้าคล้ายเซเวนของเรา หลังย่อมๆ แค่หลังเดียว ไม่ค่อยเจอชนิดที่มีจิปาถะ เช่น สวนอาหาร ห้องอาหารเข้าไปแจมแบบบ้านเรา

พอขับรถไปถึง ต้องควักแผ่นพลาสติคที่ใช้แทนเงินสด สุดแท้แต่ใครจะมียี่ห้อไหน รวมทั้งบัตรเอทีเอมของไทยที่มีเครือข่ายอินเตอร์ก็น่าจะได้ แล้วมองหาตู้อยู่ข้างๆ ที่จ่ายน้ำมัน สอดบัตรเข้าไปปุ๊บ ให้เครื่องเห็นปั๊บ รีบชักออกมาเก็บไว้ หากตู้ของปั๊มยอมรับเราก็จะรู้ ไม่ยอมรับ ต้องหาบัตรอื่นที่มีอยู่มาทำอย่างเดิม จนโอเค จึงไปคว้าหัวจ่าย มาเติมน้ำมันใส่รถของเราได้ ด้วยตนเอง ตามต้องการ เสร็จ เอาหัวจ่ายเก็บเข้าที่ ไม่ใช่ห้อยต่องแต่งไว้ จะปิดฝาถังน้ำมันของเราหรือไม่ตามใจ ไม่มีใครมาปิดให้หรอก ตู้จะเคลียร์ค่าน้ำมันจากบัญชีของเรา โดยมีกระดาษแผ่นเล็กๆ ไหลออกมาให้ดูต่างหน้า หากไม่ดึงไปคาไว้ คนมาทีหลังต้องดึงทิ้งด้วยความเซ็ง แต่ถ้าเป็นบัตรเอทีเอม เช่น ของไทยเราที่ติดตัวไปด้วย และใช้ต่างแดนได้ ต้องกดรหัสให้ตู้ยอมรับ จึงเติมน้ำมันได้ แค่นี้เอง

เท่าที่เห็น แสดงว่า เขาป้องกันการทิ้งบัตรไว้ เพราะความรีบร้อน หรือขี้ลืม จึงใช้วิธีให้เจ้าของดึงบัตรเครดิทหรือบัตรเอทีเอมออกจากตู้ไปซะก่อน ค่อยทำธุระต่อไป การเบิกเงินจากตู้เอทีเอมของเขาก็ทำนองเดียวกัน ต่างจากของเรา ต้องทำอะไรต่อมิอะไรจนเสร็จสรรพ ตู้จึงคืนบัตรให้ อีแบบนี้ผมเคยลืมบัตรหลายหน เดือดร้อนพอสมควร ยังดีไม่มีใครมากดเอาสตางค์ไปฟรีๆ เหมือนอย่างที่เขาโดนกัน ทั้งๆ ที่ไม่ได้รีบแจ้งแบงค์ เนื่องจากนานเป็นวันๆ จึงนึกได้ เพราะหาบัตรไม่เจอ ถือว่าโชคยังเข้าข้าง ไม่เจอคนโกงและรู้วิธีโกง

เมื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงบริการอย่างเลิศจากเด็กปั๊มของเราแล้ว สิ่งที่ผมขอดัดจริตขอนำเสนอโดยสุจริตใจก็คือ สมควรให้ “ทิพ” เด็กปั๊ม เพราะเขาบริการอย่างล้นเหลือ ขณะที่รายได้เชื่อว่ายังแย่ เราจึงเห็นเด็กปั๊มแต่ละปั๊มเปลี่ยนหน้าตลอดเวลา อย่างหนึ่งน่าจะมาจากความฝืดเคือง ต้องดิ้นรนไปทำงานอื่นเสียส่วนใหญ่

เมื่อเด็กปั๊มที่เขาดี หรือดีพอใช้ บริการเราๆ ท่านๆ ถึงขนาดนั้น ถ้ามีเงินทอน 5 บาท 10 บาท พอเจียดเป็นค่าทิพได้ ไม่ทำให้เราจนลง หรือมั่งมีขึ้น น่าจะช่วยเขาได้ไม่น้อย ขออย่างเดียว เถ้าแก่ปั๊มอย่าเสนอหน้าเอาส่วนแบ่งก็แล้วกัน ยังกล้าเอา ผมขอแช่ง เพราะน่าเกลียดน่าชัง เมื่อเด็กปั๊มมีรายได้เสริมพอที่จะอยู่ได้ เขาคงตั้งใจทำงานให้เจ้าของปั๊มอย่างดีเช่นกัน นี่คือ ผลพลอยได้ ขออีกอย่าง รายไหนไม่ให้ทิพ อย่ามีปฏิกิริยา นานไปเขาเห็นคนอื่นให้ คงเอาอย่างเอง

ใครเห็นด้วยตามที่ผมเสนอ ไม่ยากเลย ช่วยกันแบ่งปันด้วยเงินค่าทิพเล็กๆ น้อยๆ ได้ทันที ผมขออนุโมทนา สาธุ

มีคดีความตบท้ายตามธรรมเนียม งานนี้ซื้อของแล้วมีแถมอย่างแรง เรื่องเป็นยังไง ของแถมคืออะไรตามไปดู

วันนั้นรถบรรทุกสิ่งก่อสร้าง ขับไปจอดในบริเวณบ้านของ “นายโชคช่วย” พอคนขับจอดรถเตรียมขนของลงตามเถ้าแก่สั่ง มีคนงานของทางร้านติดมา 2 คน ทำหน้าที่ขน ยังไงไม่รู้ “นายกาแ ฟ” หนึ่งในคนขนของ อายุแค่ 16 ปี ยังเป็นวัยรุ่น คงเมากาแฟ ทะลึ่งเข้าไปยังที่นั่งคนขับ แล้วมือซน บิดกุญแจที่คาอยู่ โชเฟอร์ไม่ได้ดึงออก เครื่องยนต์ครางกระหึ่ม ขณะที่เกียร์ยังไม่ได้ปลดเช่นกัน รถบรรทุก 6 ล้อของทางร้านจึงกระชากไปข้างหน้า

ผลคือ รถบรรทุกชน นายโชคช่วย และเด็กกับผู้หญิงซึ่งอยู่แถวนั้น จนบาดเจ็บสาหัสไปตามๆ กัน นายโชตช่วยหนักกว่าเพื่อน

ตามธรรมเนียมไทยๆ ไม่มีใครรับผิดชอบ นายโชคช่วย จึงค้าความเป็นคดีนี้ จ้างทนายยื่นฟ้อง นายกาแฟ กับ “นายเบียร์” พ่อของ นายกาแฟ และ “นายเฮีย” กับ “นางเจ๊” นายจ้างของ นายกาแฟ รวมเป็นจำเลยตั้ง 4 คน ให้ร่วมรับผิดบังคับให้จ่ายเงินหลายแสนบาท

นายกาแฟ กับ นายเบียร์ 2 พ่อลูก ไม่มีปัญญาจ้างทนายสู้คดี เพราะฐานะแย่ จึงอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร

นายเฮีย ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของรถ 6 ล้อ กับ นางเจ๊ ซึ่งต่างก็จ้าง นายกาแฟ เป็นลูกจ้างสู้คดีอยู่แล้ว อ้างว่านายกาแฟ ไม่ได้เป็นลูกจ้าง แต่ถ้าศาลฟังว่าเป็นลูกจ้างของพวกตน นายกาแฟ ก็มีหน้าที่ขนของแบกของ ไม่ได้มีหน้าที่ขับรถ เพราะมีคนขับไปทำหน้าที่อยู่แล้ว นายกาแฟ จึงไม่ได้กระทำการตามที่จ้าง พวกตนไม่ต้องรับผิดแม้แต่แดงเดียว ขอให้ยกฟ้อง

คดียังไม่ทันเริ่มในศาล นายโชคช่วย คงเจ็บมาก เลยตายซะก่อน หรืออาจตายด้วยเหตุอื่น ลูกต้องเข้ามาเป็นโจทก์แทนศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ตัดสินให้ นายกาแฟ คนก่อเหตุ นายเบียร์ ไม่ดูแลสั่งสอนลูกที่เป็นผู้เยาว์ และนายเฮีย กับ นางเจ๊ ในฐานะนายจ้างของ นายกาแฟ รวม 4 คน ร่วมกันรับผิด แต่ลดจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายให้แก่ นายโชคช่วย ลงครึ่งหนึ่ง

คนเป็นเถ้าแก่มีเงินอย่าง นายเฮีย และ นางเจ๊ ไม่ยอมจ่ายง่ายๆ พากันยื่นอุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้องเช่นเคย

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน

เรื่องยาวถึงศาลฎีกาจนได้ เพราะ นายเฮีย กับ นางเจ๊ ตื้อ เพราะไม่อยากจ่าย และต้องการดึงเกม

ศาลฎีกาส่องดูคดีนี้ นับรวมทุกศาลแล้ว เวลาผ่านไปเกือบ 6 ปี จึงชี้ขาดออกมาว่า

ขณะเกิดเหตุความสัมพันธ์ระหว่างลูกจ้างนายจ้างยังมีอยู่เต็มๆ ในเมื่อ นายกาแฟ อยู่ระหว่างทำหน้าที่ขนของลงจากรถ แล้วไปขับรถ โดยคนขับที่ไปด้วย ก็ไม่ควบคุมดูแลรถให้ดี นายเฮีย กับ นางเจ๊ จึงหนีไม่พ้น ต้องรับผิด ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามที่ศาลล่างว่าไว้ ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันจ่ายเงินและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์

ครับการฟ้องเรียกค่าเสียหายอย่างคดีนี้ คนฟ้องจะได้เท่าไร ศาลไทยเราถือเอาฐานะรายได้ของคนฟ้องมาเป็นส่วนหนึ่งในการคำนวณว่าจำเลยต้องจ่ายเท่าไร ต่างจากฝรั่ง ใครฟ้องก็โดนเท่าๆ กัน คนขับรถในบ้านเขาจึงระวังมากๆ ไม่งั้นจ่ายอ่วม ไม่มักง่ายอย่างบ้านเรา

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1160/2546



------------------------------
เรื่องโดย : "จอมยุทธ"
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน มกราคม ปี 2554
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/qv4Ib
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง