บทความ

ขายดีอีกแล้ว


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือน สิงหาคม ปี 53 กับ 52
ตลาดโดยรวม เพิ่ม 52.0 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 55.0 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 47.3 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่ม 71.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 66.9 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) เพิ่ม 182.4 %
อื่นๆ เพิ่ม 23.7 %

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือน มกราคม-สิงหาคม ปี 53 กับ 52
ตลาดโดยรวม เพิ่ม 53.6 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 57.7 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 46.7 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่ม 34.0 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 67.3 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) เพิ่ม 135.5 %
อื่นๆ เพิ่ม 53.2 %

ข่าวดีกับยอดการขายประจำเดือนสิงหาคม ที่เพิ่มขึ้นมาเดือนเดียวถึง 52.0 % ทำเอากระดี้กระด้ากันถ้วนหน้า เพราะคาดว่ายอดการขายปีนี้ ต้องขึ้นไปอยู่แถว 730,000 คัน แน่นอน

นั่นเป็นเรื่องของปลายปี เพียงแค่ตอนนี้มาคุยกันเรื่องทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่ๆ ก็โผล่มาเข้าที่ประชุม ครม. กันทันทีทันใจ แบบว่ามีการเตรียมงานเอาไว้ก่อนแล้วล่วงหน้า เพียงแต่ไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง

ก็เรื่องรถไฟความเร็วสูง ที่จะไปให้กระทรวงรถไฟจีน มาสร้างให้นั่นแหละ

เรื่องของเรื่องมาจาก คณะกรรมการแก้ไขการรถไฟ พิจารณาว่า ปัจจุบัน มีหัวรถจักรที่มีอายุใช้งานเกินกว่า 25 ปี จำนวน 151 รถจักร และ รฟท. มีโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้าใหม่เพื่อทดแทนรถจักร GE เดิม (อายุประมาณ 45 ปี) จำนวน 50 คัน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการเดินรถ ก็เลยอยากได้สินเชื่อเพื่อการส่งออกจากจีน

เรื่องแรกก็รถจักรดีเซลไฟฟ้า พร้อมอะไหล่ 50 คัน มูลค่าประมาณ 6,562 ล้านบาท เรื่องที่สอง ก็ปรับปรุงระบบรางสายประธาน ช่วง พิษณุโลก-เชียงใหม่ มูลค่า 4,428 ล้านบาท และระบบรางสายประธาน ทุ่งสง-ชุมทางหาดใหญ่ 2,680 ล้านบาท

ก็เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องโต ถึงขนาดรถไฟความเร็วสูงนั่นเชียว เพราะพอฝ่ายไทยไปประชุมคณะทำงาน เมื่อปลายปีก่อน ฝ่ายจีนก็คุยให้ฟังว่า รัฐบาลจีน ให้ความสำคัญในการสร้างทางรถไฟ และมีนโยบายการก่อสร้างและพัฒนารถไฟทั่วประเทศ กระทรวงการรถไฟ คุยให้ฟังว่า ได้ดำเนินงานด้านคมนาคมและการสร้างระบบรถไฟความเร็วสูง โดยปัจจุบันสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารจำนวน 1,400 ล้านคน/ปี และขนส่งสินค้าได้ 340 ล้านตัน/ปี

คณะทำงานก็เลยขอรับการสนับสนุนด้านเทคนิค เกี่ยวกับการพัฒนาระบบรถไฟ ซึ่งฝ่ายจีนก็ยินดีสนับสนุน ตามด้วยเรื่องขอรับการสนับสนุนสินเชื่ออีก 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ก็เลยมีการเยือนระดับสูง ไปเยี่ยมชมเวิร์ลด์ เอกซ์โป ที่เป็นข่าวมาแล้ว

หันมาดูเรื่องสินเชื่อที่ฝ่ายเราร้องขอบ้าง ก็มี ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน เป็นผู้ดูแล ซึ่งยังอยู่ในขั้นเจรจาในรายละเอียด แต่พอสรุปในรายละเอียดดอกเบี้ย ปรากฏว่าของพี่จีน แพงกว่าเพื่อน ถึง 5.08 % ขณะที่ถ้ากู้ธนาคารโลกจะเสียดอกแค่ 5.05 %

ตกลงว่าเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าแหล่งเงินกู้อื่น และเงื่อนไขข้อผูกมัดที่ยังไม่สามารถเจรจาได้ จะทำให้โครงการมีความล่าช้า คณะทำงานก็จะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจเพื่อพิจารณาต่อไป

ขณะเดียวกัน กระทรวงรถไฟจีน ได้แจ้งให้กระทรวงคมนาคมทราบถึงข้อตกลงร่วมกันระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่จะสร้างรถไฟขนาดทางมาตรฐาน (1.435 เมตร) จากเมืองคุนหมิงมายังนครเวียงจันทน์ ระยะทาง 420 กม. และเสนอให้มีการพัฒนาความร่วมมือในโครงข่ายเส้นทางรถไฟต่อขยายมายังประเทศไทย ที่บริเวณจังหวัดหนองคายจนถึงกรุงเทพมหานคร ระยะทาง 580 กม. และเชื่อมต่อไปยังจังหวัดระยอง ระยะทางประมาณ 220 กม.

เรียกว่า เรื่องกู้เงินยังคุยกันก่อนได้ แต่มาคุยเรื่องที่จะพัฒนาโครงข่ายเส้นทางรถไฟกันก่อนดีไหม

นักข่าวก็เลยเก็บเอามาเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ก็ไม่อยากจะตอมแมลงวันด้วยกันเอง แต่บอกได้อย่างเดียวว่า

อีก 20 ปีจะได้เห็นหรือเปล่าเนี่ย

กลับมาเรื่องมาตรวัดของเราก่อน เรื่องรถไฟ รับรองว่าตามในรายละเอียดมานำเสนอแน่นอน เรื่องสนุกออกอย่างนี้

ยอดการขายรถยนต์ในเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา เห็นว่าเป็นตัวเลขการเจริญเติบโตที่ดีที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ขายกันได้ทั้งตลาด 65,724 คัน เพิ่มเดือนเดียว 52.0 % ขณะที่ยอดรวมตั้งแต่ต้นปี เพิ่ม 53.6 % ด้วยตัวเลข 488,088 คัน

โดยยอดรวมแยกรายยี่ห้อ ชนะเลิศ โตโยตา ขาย 26,985 คัน เพิ่มขึ้น 44.4 % ส่วนแบ่งตลาด 41.1 % อันดับสอง ได้แก่ อีซูซุ ขาย 11,595 คัน เพิ่ม 30.5 % ส่วนแบ่ง 17.6 % อันดับสาม ฮอนดา ขาย 10,004 คัน เพิ่มเยอะ 46.5 % ส่วนแบ่ง 15.2 % อันดับสี่ มาทวงคืน นิสสัน ขาย 5,020 คัน เพิ่ม 107.6 % ส่วนแบ่ง 7.7 % และอันดับห้า มิตซูบิชิ ขาย 3,248 คัน เพิ่ม 110.0 % ส่วนแบ่ง 4.9 %

แยกเป็นประเภทรถยนต์นั่ง ยอดรวมเดือนเดียว ขาย 26,920 คัน เพิ่ม 55.0 % รวมแต่ต้นปี เพิ่ม 57.7 % ขาย 201,296 คัน โดยค่ายที่ยอดขายมากที่สุด โตโยตา ขาย 10,429 คัน เพิ่ม 27.8 % ส่วนแบ่ง 38.7 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 8,903 คัน เพิ่ม 39.9 % ส่วนแบ่ง 33.1 % ที่สาม นิสสัน ขาย 2,620 คัน เพิ่ม 212.6 % ส่วนแบ่ง 9.7 %, ที่สี่ มาซดา ขาย 2,262 คัน เพิ่ม 581.3 % ส่วนแบ่ง 8.4 % และที่ห้า มิตซูบิชิ ขาย 552 คัน เพิ่ม 110.7 % ส่วนแบ่ง 2.1 %

ผู้เสียภาษีมากสุด แจกวาร์ ขาย 3 คัน ลัมโบร์กินี กับ แฟร์รารี ขายเจ้าละ 2 คัน โพร์เช และ โลทัส ขายเจ้าละ 1 คัน

รถอเนกประสงค์อื่นๆ เดือนเดียวเพิ่ม 182.4 % ขาย 1,200 คัน รวมเพิ่ม 135.5 % ขายกัน 8,890 คัน โดยมีเจ้าตลาด โตโยตา ขาย 3,549 คัน เพิ่ม 33.4 % ครองเจ้าตลาด 39.9 %

ธันวาคม นี่ ก็ยิ่งจะดีมากกว่านี้อีก คอยดูในงาน “มหกรรมยานยนต์” ของเราก็แล้วกัน

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2553
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/f1bVQ

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New