บทความ

เอาดี นัมเบอร์วัน รถหรู ?


สำหรับเมืองไทย เมื่อพูดถึงรถระดับพรีเมียม ชื่อของ เมร์เซเดส-เบนซ์ บีเอมดับเบิลยู และ เอาดี ก็ผุดเรียงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ และในขณะที่ภาพลักษณ์ของ เมร์เซเดส-เบนซ์ ออกจะติดผู้ใหญ่ นักธุรกิจเสี่ยนิดๆ บีเอมดับเบิลยู กับเอาดี ก็จะดูโฉบเฉี่ยว เปรี้ยว เฟี้ยว และหนุ่มกว่า

ในขณะที่ เมร์เซเดส-เบนซ์ ต้องยกเครื่องภาพลักษณ์ของตัวเอง เพื่อให้ดูหนุ่มสาวขึ้น ส่วน บีเอมดับเบิลยู กับ เอาดี ก็ได้โอกาสบุกตลาดใหญ่

ล่าสุด เอาดี ซึ่งอยู่ในค่าย โฟล์คสวาเกน ก็เข้ามาท้าชิง ทั้ง เมร์เซเดส-เบนซ์ และ บีเอมดับเบิลยู บอกว่าฉันจะไต่อันดับขึ้นรถหรูนัมเบอร์วันให้ได้

โฟล์คสวาเกน บอกว่าจะลงทุนอีกถึง 3,260,000 ล้านบาท เพื่อส่ง เอาดี โมเดลใหม่ๆ ถึง 8 โมเดลสู่ตลาดภายในปี 2558 และมีเป้าหมายว่าเมื่อถึงเวลานั้น ตำแหน่งที่ 1 ในตลาดรถหรูจะไม่มีวันหลุดมือไปได้

ด้วยเงินลงทุนดังกล่าว เอาดี จะมีการปรับปรุงโรงงานผลิตในอิงโกลสตัดท์ให้เสร็จสมบูรณ์ในปี 2555 ส่วนการลงทุนในเรื่องโมเดลใหม่ๆ จะใช้เงินทั้งสิ้น 2,300,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 81 ของงบนี้ และจะใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ปี นับจากปี 2552 ในแผนงานนี้ยังมีการลงทุนในเครื่องจักรปั๊มชิ้นส่วนโลหะสำหรับ เอ 1 (A1) และเครื่องมือทดสอบเครื่องยนต์ รวมถึงศูนย์พัฒนาอุปกรณ์ส่งกำลัง และระบบไอเสียในอิงโกลสตัดท์อีกด้วย

นี่เป็นเฉพาะในส่วนของ เอาดี ส่วนในภาพรวมของตัว โฟล์คสวาเกน เอง ซึ่งสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ โวล์ฟบวร์ก ก็จะมีการลงทุนอีก 10 ล้านล้านบาท จากปี 2553-2555 เพื่อก้าวสู่ความฝันอันสูงสุดที่จtเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยคว้าตำแหน่งนี้จากแชมพ์ปัจจุบัน คือ โตโยตา

เมื่อถึง 2558 เอาดี จะมีรถเก๋ง และ เอสยูวี ให้เลือกถึง 42 รุ่น จาก 34 รุ่นในปัจจุบัน ภายในปีนี้jคาดกันว่า เอาดี จะขึ้นแท่นรถหรูหมายเลข 2 ของโลก แทนตำแหน่ง เมร์เซเดส-เบนซ์ ได้อย่างแน่นอน

และในบรรดารถโมเดลใหม่ที่จะวางตลาดในปีนี้ก็จะได้แก่ เอ 1 คอมแพคท์ รถรุ่นนี้คลอดออกมาเพื่อกะชนกับรถในเมืองขนาดเล็กของ บีเอมดับเบิลยู โดยเฉพาะทีเดียว รถรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่ราคาย่อมเยาที่สุดของ เอาดี และแน่นอนเมื่อ เอาดี ขยับ คู่แข่งอย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ ก็ต้องเขยื้อนตาม เมร์เซเดส-เบนซ์ จะลงทุนอีก 550,000 ล้านบาท พัฒนารถเล็กเหมือนกัน

ส่วนทางด้าน โฟล์คสวาเกน เองก็จะมีข่าวดีเช่นกัน คือ จะแนะนำรุ่น เอ 7 ซึ่งจัดเป็นรถคูเปหรูขนาดใหญ่ เอามาแข่งกับ ซีรีส์ 6 ของ บีเอมดับเบิลยู และ ซีแอลเอส ของ เมร์เซเดส-เบนซ์

ปีนี้ เอาดี ยังจะเริ่มวางตลาดรถยนต์ เอสยูวี ไฮบริด คิว 5 นับเป็นไฮบริดเวอร์ชันแรก ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ากับน้ำมันเชื้อเพลิง ต่อจากนั้นก็จะก้าวไปถึงการผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ชื่อ E-TRON ภายในสิ้นปี 2555

ยุทธศาสตร์ของ เอาดี จะประกอบด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์ที่มีในปัจจุบัน พร้อมกับการพัฒนารถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าไปพร้อมๆ กัน และทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การเติบโตสู่เป้าหมายสูงสุดของบริษัท

ที่แน่ยิ่งกว่านั้นก็คือ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ เอาดี แอกเซล สโตรทเบค บอกว่า เอาดี สามารถใช้เงินจากลิ้นชักของตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพา โฟล์คสวาเกน

เมื่อปลายปีที่แล้ว เอาดี ได้ปรับเพิ่มยอดขาย 2.8 % เป็น 925,000 คัน เนื่องมาจากตลาดจีนที่กำลังโตวันโตคืน และเป็นที่รู้กันว่าตั้งแต่ไหนแต่ไร โฟล์คสวาเกน นั้นมีฐานที่แน่นปึ๊กในจีนอยู่แล้ว เอาดี กะจะสร้างยอดขายในจีนให้ได้ 1.5 ล้านคัน ภายในปี 2559 ในขณะที่ เจดี เพาเวอร์ รายงานว่า ยอดขายของ บีเอมดับเบิลยู ในจีนน่าจะอยู่ที่ 1.02 ล้านคันปีนี้ ส่วน เมร์เซเดส-เบนซ์ ควรจะอยู่ที่ 950,000 คัน ขอให้ดูกันต่อไปว่า โฟล์คสวาเกน จะขึ้นแท่นที่ 1 แทน โตโยตา ได้ในเวลา…ไม่นานเกินรอ



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2553
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/KEF8l
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง