บทความ

สงครามบนท้องถนน !


การแพ้ชนะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เสมอมา ทั้งเรื่องจริงๆ จังๆ ชนิดคอขาดบาดตาย ไปจนถึงเรื่องเล่นๆ เช่น กีฬา หรือเกมต่างๆ มหกรรมฟุตบอลโลก 2010 ซึ่งผ่านมา ส่งผลให้เซียนมุดรู ขณะที่หมูร่าเริง พากันขึ้นตึกเป็นแถว ตลอดจนถึงเกมชีวิต เช่น การทำมาหากิน การแสวงหาความสำเร็จ การพิชิตความรัก ต่างมีแพ้มีชนะ หมุนเวียนกันไป ตามโชคชะตา หรือความสามารถเฉพาะตัว

การแพ้ชนะทางสงคราม คือ สิ่งที่ร้ายแรงสำหรับมนุษย์ มันหมายถึงการเข่นฆ่าล้างผลาญ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คนไทยด้วยกัน ตั้งหน้าจุดไฟสงคราม เพื่อหวังผลเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ยังดีที่จบลงได้ด้วยมาตรการเบาไปหาหนัก ค่อยๆ กระชับพื้นที่ หากเป็นประเทศอื่นๆ ที่ออกแนวซาดิสต์ ป่านนี้แบ่งพวกรบกันทั้งประเทศไปแล้ว แต่ใช่ว่าผู้ก่อเหตุจะละความพยายาม คนไทยนั่นแหละต้องระวังให้หนัก อย่าหลงกลโดนชักนำให้ฆ่ากันเอง เดี๋ยว ลาว เขมร เวียดนาม พม่า นั่งหัวเราะเยาะ

“ไหมล่ะ นึกว่าแน่ นึกว่าประเทศสูจะสงบสุข มาฆ่ากันเองเลียนแบบตูชัดๆ มีหวังบ้านแตกสาแหรกขาด ตายกันเป็นเบือ อะโด่ มันโบราณมันเชยแหลก ดันเอาอย่างพวกตูได้ สมน้ำหน้า”

ลีลาการขับรถในบ้านเมืองเรา ปัจจุบันก็คล้ายสงครามย่อยๆ เพราะออกแนวป่าเถื่อน ต่างจากประเทศที่เจริญแล้ว ซึ่งบังคับใช้กฎหมายได้อย่างศักดิ์สิทธิ์ ของเราขับตามอำเภอใจ ประเภทแซงดะ หรือไม่ก็ขับแม่งเป็นเรือเกลืออยู่บนถนน ผลคือ มีการเอาแพ้เอาชนะกันอยู่เสมอ โดยพวกเราไม่เฉลียวใจว่า ในที่สุดนำมาซึ่งความรุนแรง ครั้งแล้วครั้งเล่า

นั่นหมายถึงการ “ฆ่า” โดยมิได้มีสาเหตุโกรธเคืองใหญ่โตกันมาก่อน แค่ขับปาดหน้า หรือแซงกันไปมาหนสองหน ก็ชักปืนยิงใส่กัน บาดเจ็บล้มตาย ถ้าจะนับ ผมว่านับไม่ถ้วน นี่คือเรื่องจริง หลายคนเป็นอาจารย์ นายทหาร นายตำรวจ แม้กระทั่งชาวต่างประเทศ ตกเป็นเหยื่อการเอาแพ้เอาชนะบนท้องถนนในเมืองไทย จบชีวิตโดยไม่คาดฝัน ฝ่ายที่ยังอยู่เข้าคุกเข้าตะราง หากหนีไม่พ้น ระยะหลังๆ เกิดขึ้นเป็นรายวันก็ว่าได้

นี่คือผลพวงจากระบบจราจรอันโหลยโท่ย ใช้วิธีขับรถตามอำเภอใจ ขณะที่เจ้าพนักงานไม่กวดขันแก้ไข ตั้งหน้าหาเหตุหาเงินเข้ากระเป๋า ด้วยการออกใบสั่งลูกเดียว จึงเตือนมายังท่านผู้อ่านที่เคารพ อย่าได้มองข้ามปัญหาที่น่ากลัว สำหรับการใช้ถนนในประเทศไทย ขอฝากเรื่องนี้ไปยังผู้บริหารประเทศด้วยนะครับ

การเป็นถ้อยร้อยความในศาล หมายถึง การเอาแพ้เอาชนะที่สำคัญไม่น้อย ลุ้นกันจนเหงื่อตกกลีบเชียวล่ะ ใครไม่โดน ไม่รู้หรอกว่า รสชาติเหลือรับขนาดไหน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ นี่คือเรื่องจริง
“

บริษัท รวยเห็นๆ การยนต์ จำกัด” ก็ลุ้นอย่างหนักกับเขาด้วย เนื่องจากซ่อมรถยนต์ของลูกค้า ซึ่ง “บริษัท ทีเด็ดประกันภัย จำกัด” ส่งมาตั้งหลายคัน ซ่อมเสร็จส่งมอบรถไปแล้ว ทำท่าจะได้แต่ลมแห้งๆ โดยไม่มีฝนอีกต่างหาก ทวงถามเรียกเก็บครั้งแล้วครั้งเล่า จนพนักงานบริษัทเบื่อลาออกไปหลายคน ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ค่าจ้างซ่อมรถจากบริษัท ทีเด็ดประกันภัย ฯ

ไม่รู้ว่าโดนอีกฝ่ายวางแผนถ่วงเวลา คราวหน้าได้แน่ๆ แล้วไม่ได้เงิน รวมทั้งไอ้ที่เรียกว่า “แน่” ก็ไม่ได้ หรือบริษัท รวยเห็นๆ การยนต์ ฯ มัวชักช้า เลยเวลา 2 ปี ไปตั้งนาน จึงให้ทนายฟ้องบริษัทประกันภัย เรียกเงินค่าซ่อมรถหลายล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

จำไว้ให้ดี ผู้ที่เป็นทนายจำเลยแทบร้อยทั้งร้อย จะหาทางนอคคู่ต่อสู้เพื่อเอาชนะคดี ด้วยข้อโต้แย้งเรื่อง “อายุความ” หากปรากฏว่า ขาดอายุความจริง หมายถึง ชนะอย่างหวานคออีแร้ง แทบไม่ต้องออกแรง เท่ากับชนะฟาล์ว โดยไม่ต้องดูว่าใครเบี้ยวใครโกงใครผิด เล่นเอาฝ่ายที่แพ้เพราะอายุความ จุกแอ๊ด พูดไม่ออกก็แล้วกัน

บริษัท ทีเด็ดประกันภัย ฯ มั่นใจว่าข้อต่อสู้เรื่องอายุความเป็นทีเด็ด นอกเหนือจากข้ออ้างต่างๆ ยังอ้างด้วยว่าบริษัท รวยเห็นๆ การยนต์ ฯ นำคดีมาฟ้องเรียกร้องหนี้ค่าจ้างซ่อมรถเมื่อเกิน 2 ปี นับแต่วันที่มีสิทธิเรียกเก็บเงิน ถือว่าขาดอายุความแบบขาดกระจุย ศาลต้องรีบชูมือให้บริษัทประกันชนะอย่างสบายโก๋ โดยผู้พิพากษาไม่ต้องออกเหงื่อพิจารณาข้ออื่นๆ ให้เมื่อยตุ้ม

ยกแรกศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ตัดสินให้บริษัทประกันภัยแพ้คดี บังคับให้จ่ายเงินค่าซ่อมรถตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ย โดยไม่ลังเล

ไม่ต้องตกใจ แค่ศาลชั้นต้น อุทธรณ์ขึ้นไปชนะชัวร์ เลี้ยงฉลองล่วงหน้าได้เลย ทนายของบริษัทประกันภัยยืนยันเสียงใส ศาลอุทธรณ์จึงโชคดีแต่หน้ามุ่ย มีงานเพิ่มขึ้นอีกสำนวนหนึ่ง

ยกสอง ผลออกมาเหมือนเดิมซะนี่ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืน ให้บริษัท รวยเห็นๆ การยนต์ ฯ ชนะเช่นเดิม

เอ๊ะ มันชักยังไง ไม่เป็นไรน่าเสี่ย ทนายปลอบใจเถ้าแก่บริษัทประกันภัย นอคยกท้ายแน่ๆ คดีขาดอายุความแน่ๆ เชื่อสิเฮีย คดีจึงถึงศาลฎีกา เพราะบริษัทประกันขอลุ้นจนเฮือกสุดท้าย ยืนยันว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความแหงๆ

ศาลฎีกาเพ่งดูคดีนี้ไม่นาน หลังจากที่คิวของคดีมาถึงเมื่อเวลาผ่านไปตั้งหลายปี ตามธรรมเนียมในบ้านเรา แล้วท่านก็ฟันธงออกมาว่า

บริษัท รวยเห็นๆ การยนต์ ฯ ซ่อมรถของผู้ที่ทำประกันไว้กับบริษัทประกัน ซึ่งบริษัทประกันต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่ใช่ซ่อมรถของบริษัทประกันภัย จึงเป็นการทำเพื่อกิจการของบริษัทประกันภัยผู้เป็นลูกหนี้ เข้าข่ายตามกฎหมายแพ่งมาตรา 193/34 (1) ตอนท้าย และในมาตรา 193/33(5) กำหนดอายุความไว้ตั้งยาว คือ 5 ปี ไม่ใช่แค่ 2 ปี อย่างที่บริษัทประกันภัยอ้าง คดีไม่ขาดอายุความชัวร์ ศาลล่างตัดสินแล้วล่ะ

ศาลฎีกา พิพากษายืน ให้บริษัทประกันภัยแพ้คดี หมดสิทธิ์เบี้ยว

ปัญหานานายังเกิดขึ้นกับระบบการประกันภัยในบ้านเรา โดยมีชาวบ้านเป็นเหยื่ออยู่เสมอ ก็หวังว่าระบบระเบียบของทางราชการ จะจับได้ไล่ทันพวกนี้ ช่วยผู้บริโภค ไม่ต้องตกที่นั่งลำบากยากเย็นต่อไป

การใช้รถใช้ถนนก็ต้องมีสติ ไม่งั้นอันตราย นะครับ

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2484/2552



------------------------------
เรื่องโดย : "จอมยุทธ"
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2553
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/m3qUA
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th