บทความ

5 อุปกรณ์ที่ควรติดตั้ง สำหรับรถยกสูง


ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ทั้งรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ และ 2 ล้อยกสูง หรือแม้กระทั่ง รถพีพีวี
ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเพราะว่ารถประเภทนี้มีความคุ้มค่า คุ้มราคา และสามารถตกแต่งให้มีความสวยงามตามแบบที่เจ้าของอยากได้ ทว่าการตกแต่งโดยการยกสูงที่สวยๆ นั้น มันกลับแฝงอันตรายในการขับขี่เอาไว้ไม่น้อย

ลำพังรถแบบขับเคลื่อน 4 ล้อนั้นก็ค่อนข้างสูงเอาเรื่องอยู่แล้ว แต่เมื่อได้รับการตกแต่งเพิ่มความสูงเข้าไปอีก ยิ่งทำให้การขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น เพราะความสูงที่เพิ่มขึ้น จะทำให้บางมุมมองมีจุดบอดมากยิ่งขึ้น หลายครั้งทำให้เกิดอุบัติเหตุโดยไม่ได้ตั้งใจ โชคดีก็เป็นเรื่องเบา แต่ถ้าโชคร้ายอาจถึงบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้อย่างที่เคยๆ เป็นข่าว มาดูกันว่า เมื่อยกสูงแล้ว อะไรบ้างที่เราควรติดตั้งเพิ่มเติม ซึ่งบางอย่างเมื่อติดตั้งเข้าไปแล้ว อาจได้ทั้งความปลอดภัย และความสวยงามแถมมาด้วย

1. กระจกส่องมุม
โดยปกติแล้วเจ้ากระจกส่องมุมนี้ มีจุดมุ่งหมายสำหรับการใช้งานแบบเอาไปลุยโหดๆ ชนิดที่ว่า จะต้องมีการข้าม

สะพานซุง หรือทางแคบๆ เพราะจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถกะระยะล้อรถของตนเองได้อย่าง
แม่นยำ จะได้ไม่มีอาการตกสะพาน หรือคร่อมซุง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายไม่น้อย แต่เชื่อหรือ
ไม่ว่า การใช้งานในเมืองนั้น มันก็สามารถช่วยเพิ่มทัศนวิสัยได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะรถที่มีการยกสูงเพิ่ม
หรือใส่ยางใหญ่ๆ ในการเข้าจอดเทียบฟุตบาท จะสามารถกะระยะได้ง่ายกว่า และบางครั้งก็ช่วยให้เห็น
จุดบอดที่กระจกมองข้างมองไม่เห็น หรือแม้กระทั่งการเลี้ยวในซอยแคบๆ ที่มีตึกแถวเยอะ บางครั้งจะมี
สิ่งของ หรือกระถางต้นไม้วางเกะกะ เราอาจจะทับโดยไม่ได้ตั้งใจ ร้ายแรงหน่อยอาจถึงกับทับเด็ก
ตัวเล็กๆ ได้

ดังนั้นอย่ามองว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นอุปกรณ์ตกแต่งเพียงอย่างเดียว เมื่อติดตั้งแล้วก็ควรใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วย ในการเลือกกระจกนั้นบางรุ่นสามารถส่องได้ถึง 2 มุม คือ ส่องด้านข้างตามแนวล้อรถ กับส่องด้านหน้าตามแนวกันชนหน้ารถ ซึ่งจะช่วยในการกะระยะได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เพราะบางครั้งการที่เรารีบ อาจมองได้ไม่ทั่วถึง บางครั้งคิดว่าข้างหน้าโล่ง แต่ไม่ทันมอง ว่ามีของวางกองอยู่กับพื้น ในการเลือกซื้อ ถ้าสามารถเลือกรุ่นที่มองได้ 2 มุม ก็ควรเลือกโดยไม่ลังเล แม้ว่าจะต้องเพิ่มเงินอีกหน่อย ส่วนของที่ทำ

เอาไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียวก็ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว
ยังอาจจะทำให้ตัวรถมีตำหนิจากการเจาะอีกด้วย

2. กระจกส่องหลัง

สำหรับรถอเนกประสงค์ การมองกระจกหลัง และการกะระยะ จะยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่ แม้ด้านท้ายจะตัดตรง ช่วยให้กะระยะง่ายก็ตาม แต่มุมมองนั้นมันแคบมากๆ โดยเฉพาะกับมุมมองลงต่ำ กระจกส่องหลังที่ติดไว้ที่แนวขอบกระจกหลังนั้น จะช่วยเพิ่มมุมมองได้มากกว่า ถ้ามีสิ่งกีดขวางที่อยู่บนพื้น หรือ
เด็กเล็กที่วิ่งไป/มา กระจกส่องหลังจะเพิ่มความปลอดภัยในการถอยเข้าจอดได้มากทีเดียว เพียงแต่การ
ติดตั้ง หรือการเลือกใช้นั้น ควรจะเลือกกระจกที่ออกแบบมาสำหรับรถรุ่นนั้นๆ โดยเฉพาะ เพราะการติดตั้งจะได้ไม่ต้องเจาะ หรือถ้าจะเจาะ ก็จะเป็นจุดที่ออกแบบเอาไว้ให้เจาะโดยเฉพาะอยู่แล้ว

หลายคนอาจจะมองว่ากระจกแบบนี้เกะกะ หรือดูไม่สวย แต่ถ้าวันหนึ่งถอยไปเสยจักรยานยนต์สักคันแล้ว คุณจะรู้ถึงประโยชน์ของมัน ซึ่งผมเองก็เคยโดนมาแล้ว จังหวะที่เดินมาขึ้นรถ เรามองเห็นแล้วว่าท้ายรถว่างไม่มีอะไรขวาง ขึ้นรถได้ก็สตาร์ท มองกระจกหลังก็โล่งไม่มีอะไรขวาง พอเข้าเกียร์ถอยปุ๊บ…ก็ชนเข้าโครม จักรยานยนต์ลงไปนอนเเอ้งแม้งอยู่กับพื้น ดีนะที่เจ้าของรถเดินไปแล้วจึงไม่บาดเจ็บใดๆ แต่โชคยังดีที่เจ้าของรถไม่เอาเรื่อง เพราะแค่ไฟหน้าแตก และยอมรับผิดที่มาจอดซุกอยู่ท้ายรถเรา ทั้งๆ ที่เห็นเรากำลังเดินขึ้นรถ ก็เลยรอดตัวไปไม่ต้องจ่ายเงินค่าซ่อม แต่ก็ได้รอยที่กันชน

ท้ายมาเป็นที่ระลึก

3. เซนเซอร์ถอยหลัง หรือกล้องมองหลัง

เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะทั้งรถเอมพีวี หรือแม้กระทั่งรถกระบะ เพราะบางคนอาจไม่ชอบกระจกส่องหลังที่
เกาะบนแนวหลังคา หรือรถกระบะที่ไม่สามารถติดตั้งกระจกชนิดนี้ได้ อย่างแรกที่เราจะพูดถึง คือ
เซนเซอร์ถอยหลัง เดี๋ยวนี้มีขายกันมาก ตั้งแต่ชุดละไม่ถึงพันบาท จนแพงกว่านั้น เพียงแต่ต้องเลือก
และทดสอบการใช้งานก่อนว่ามันทำงานได้จริง เพราะบางยี่ห้อก็มีแต่เสียงเตือนว่าเข้าเกียร์ถอยหลัง
อย่างเดียว ไม่ได้เตือนถึงระยะห่างระหว่างการถอยหลัง

การทดสอบก็ไม่ยาก ให้คนหนึ่งขึ้นรถแล้วเข้าเกียร์ถอยไว้ แล้วตัวเราก็เดินอยู่บริเวณท้ายรถ เดินเข้า
เดินออกให้ระยะมันเปลี่ยนไป แล้วลองฟังเสียงเตือนของเซนเซอร์ว่าเป็นอย่างไร ยิ่งเราเข้าใกล้
เซนเซอร์ เสียงเตือนจะต้องถี่รัว แต่ถ้าเดินเข้าเดินออกเซนเซอร์มีแค่เสียงเดียว ก็ไม่ควรซื้อ (ทางที่ดี
ควรขอลองกับรถของร้านก่อนตัดสินใจ) การเลือกเซนเซอร์ ควรเลือกตัวเซนเซอร์ประมาณ 4 จุดเป็น
อย่างน้อย เพื่อให้ครอบคลุมรัศมีการกวาดหาเป้าหมาย หรือสิ่งกีดขวาง ถ้าน้อยกว่านั้นอาจจะทำงาน
ได้ไม่เต็มที่ เจ้าเซนเซอร์นี้ช่วยได้มากในการถอยจอดในที่ๆ ไม่คุ้นเคย เพราะบางจังหวะเราอาจจะไม่ได้มองพื้นที่ด้านหลังได้ดีเท่าที่

ควร หลายคนอาจจะถอยไปเจอหัวรับน้ำดับเพลิงบ้าง ถังขยะบ้าง หรือสิ่งของที่มีคนวาง
กองเอาไว้ ของเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อาจก่อให้เกิดอันตราย หรือความเสียหายกับตัวรถได้
ส่วนกล้องมองหลังนั้น หลายคนเปลี่ยนเครื่องเสียงมาใหม่ ติดตั้งจอมาด้วย หลายๆ รุ่นสามารถต่อพ่วง
กับกล้องส่องหลังได้ ดังนั้นถ้าคิดจะติดเครื่องเสียงก็ลองดูว่าจอที่ท่านจะติดนั้น สามารถทำงานร่วมกับกล้องส่องหลังได้หรือไม่ ถ้าได้ก็ควรเลือกแล้วซื้อกล้องมาติดเพิ่มเข้าไป เพราะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากๆ โดยเฉพาะท่านที่มีเด็กเล็กๆ ซึ่งเราจะมองเขาไม่เห็นจากกระจกส่องหลัง หรือกระจกมองข้าง ในบางมุมเจ้ากล้องนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากเลยทีเดียว เพราะเคยมีข่าวออกมาเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างแล้ว ว่าถอยรถทับลูกเล็กๆ ของตนเอง ดังนั้นเมื่อคิดจะติดเครื่องเสียงใหม่ หรือติดไปแล้ว ก็ควรสำรวจเพิ่มอีกนิด ว่าสามารถติดตั้งกล้องเพิ่มเติมได้หรือไม่ ถ้าได้ก็ควรจะติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

4. สัญญาณเตือนถอยหลัง

อันนี้ไม่ใช่สำหรับให้เจ้าของรถทราบนะครับ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ให้คนภายนอกได้ยิน อย่างรถที่ประเทศญี่ปุ่น เขา

จะมีเสียงสัญญาณเตือนเป็นเสียงต่างๆ ซึ่งเสียงที่ดังขึ้นมานั้น จะทำให้คนที่อยู่
บริเวณท้ายรถนั้นเกิดความสนใจ และหันมามอง ซึ่งทำให้เค้ารู้ว่ามีรถกำลังถอยหลังอยู่บริเวณนั้น
มีทั้งเสียงเพลง, คำพูด เช่น “ระวังรถถอยค่ะ” เพราะเวลาที่คนใจจดจ่ออยู่กับอะไรสักอย่าง มักจะไม่
ให้ความสนใจคนรอบข้างสักเท่าไรนัก ดังนั้นเสียงเตือนก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้นอีก
ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่ขายของอยู่ริมถนน หรือคนที่ได้ยินเสียงรถจนชินหู เพราะได้ยินเสียง
แปลกๆ แบบที่ว่า ก็จะหันมาให้ความสนใจมากขึ้นโดยทันที

5. สปอทไลท์สำหรับกลางคืน

ว่ากันต่อเรื่องของการถอยหลังอีกสักนิด อุปกรณ์ที่กล่าวมานั้น หลายชิ้นอาจจะมีราคาค่อนข้างสูง
ท่านที่มีงบจำกัดอาจจะมองว่ามันไม่จำเป็น เพราะถ้าเพิ่มความระมัดระวังในการมองให้มากขึ้น
ก็จะช่วยได้ แต่นั่นอาจจะยังไม่พอ เพราะบางครั้งในเวลากลางคืน อุปกรณ์บางอย่างก็ช่วยได้ไม่มากนัก การติดตั้ง

สปอทไลท์สำหรับถอยหลังนั้น ช่วยได้มากเช่นกัน เพราะสามารถเพิ่มมุมมองได้อย่างน่าอัศจรรย์ และยังช่วยเตือนคนที่

อยู่ด้านหลังได้อย่างดี เพียงแต่ว่าการต่อวงจรนั้น ต้องต่อให้ใช้งานเฉพาะตอน
ถอยหลังเท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อพ่วงเข้ากับไฟถอยหลังเลยจะดีที่สุด และต้องติดตั้งรีเลย์เพิ่มเติม
เข้าไปด้วย เพื่อการใช้งานระยะยาว โดยเฉพาะรถที่ยกสูงๆ จะมีผลมาก เพราะแสงไฟจะช่วยเพิ่ม
ทัศนวิสัยในการมองเห็นได้ดีขึ้น ไฟจากไฟถอยหลังเดิมๆ นั้นยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความปลอดภัย
ในยามค่ำคืนได้

การปรับมุมของลำแสงไฟนั้น ต้องปรับให้ส่องลงพื้นเท่านั้น ไม่ต้องปรับไปไกล เพราะมันจะไปส่องตาคนขับรถคันหลัง หรือผู้ที่อยู่ข้างหลัง เอาเพียงแค่รัศมีของไฟที่ส่องออกไปกินวงสัก 2-3 ม. ก็เพียงพอแล้ว และอย่าได้ทำสวิทช์แยกเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้ลืมปิด และอาจพาลทำให้รถคันหลังโกรธโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะฉะนั้นการติดตั้งควรจะต่อพ่วง

กับไฟถอยหลังเท่านั้นครับ

สิ่งต่างๆ เหล่านี้บางท่านก็หามาติดตั้งกับรถตัวเองแล้ว ซึ่งควรจะใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ส่วนใคร
ที่ยังไม่มี ก็ควรพิจารณาหามาติดตั้ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น
การถอยหลังไปชนโอ่ง หรือถังขยะ เป็นเรื่องที่ทำให้หงุดหงิด แต่ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตนั้นยิ่งกว่า เพราะมัน
ไม่คุ้มเลยที่จะต้องมานั่งเศร้าใจภายหลัง รถที่มีจุดบอดข้างหลังมากๆ อย่างรถกระบะ หรือรถยกสูง
หลายครั้งทำให้เราเกิดอุบัติเหตุโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยขับรถประเภทนี้ จะไม่รู้เลยว่า
ท้ายรถมันมีมุมอับ ทั้งๆ ที่เราให้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่แล้ว



------------------------------
เรื่องโดย : พหลฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2553
คอลัมน์ : รู้ลึกอุปกรณ์ตกแต่ง
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/uWhIL
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
13,500,000
20.
1,316,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th