บทความ

คูเปหรูค่ายดาวสามแฉก เปลี่ยนโฉมแบบ “ยกหน้า”


เยอรมนี-ค่าย “ดาวสามแฉก” เปิดเผยรูปโฉมและรายละเอียดของรถคูเประดับสุดหรูเมร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอล-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ CL-CLASS) รุ่น FACELIFT หรือ “ยกหน้า” ซึ่งมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งในส่วนของตัวถังและเครื่องยนต์กลไก โดยที่ในระยะแรกจะมีรถให้เลือกใช้เพียง 3 โมเดล มีทั้งรถขับ 2 ล้อและรถขับ 4 ล้อ

เมร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอล-คลาสส์ รุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 7 และมีรหัสโรงงานว่า W216 เริ่มจำหน่ายในเยอรมนีเมื่อเดือนกันยายน 2006 การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในลักษณะ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” ครั้งนี้ จึงเป็นการปรับปรุงในลักษณะที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า MIDCYCLE REFRESH หรือ “การปรับปรุงในช่วงครึ่งอายุ”

การปรับปรุงในส่วนของตัวถัง ส่งผลให้ขนาดความยาวตัวถังเพิ่มจาก 5.065 เป็น5.095 ม. คือ ยาวขึ้น 3 ซม. ในขณะที่ความกว้างยังคงเดิม คือ 1.871 ม.ความสูงยังคงเดิม คือ 1.419 ม. และช่วงฐานล้อยังยาวเท่าเดิม คือ 2.955 ม. ความเปลี่ยนแปลงในส่วนของตัวถังภายนอก ส่วนใหญ่อยู่ที่ส่วนหน้าของตัวรถ และจุดที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ดวงโคมไฟหน้าแผงกระจังหน้า และกันชนหน้าที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำได้ดี และทำให้รถมีหน้าตาที่ดูดีกว่าเดิมเป็นอย่างมากอย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวถัง หากอยู่ที่เครื่องยนต์ซึ่งเป็นหัวใจของรถทุกรุ่นทุกแบบ เป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อเป้าหมายสำคัญ 2เป้า คือ การลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์

ในระยะแรก รถคูเปสุดหรู เมร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอล-คลาสส์ รุ่นยกหน้า จะมีรถให้เลือกใช้เพียง 3 โมเดล คือ MERCEDES-BENZ CL500 BLUEEFFICIENCY (ขับล้อหลัง) MERCEDES-BENZ CL500 4MATIC BLUEEFFICIENCY (ขับ 4 ล้อ)
และ MERCEDES-BENZ CL600 (ขับล้อหลัง)

2 โมเดลแรก ติดตั้งเครื่องยนต์บลอคเดียวกัน คือ เครื่องฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHCวี 8 สูบ 4,663 ซีซี ติดเทอร์โบชาร์เจอร์คู่ ให้กำลังสูงสุด 435 แรงม้า ที่ 5,250 รตน. และแรงบิดสูงสุด 71.4 กก.-ม. ที่ 1,800-3,500 รตน. ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลังหรือทั้งคู่หน้าและคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ โมเดลแรกมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 9.5-9.9 ลิตร/100 กม.และอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 224-232 กรัม/กม. โมเดลที่ 2 ตัวเลขเปลี่ยนเป็น 9.9-10.1 ลิตร/100 กม.และ 237-242 กรัม/กม. ส่วนสมรรถนะความเร็ว ทั้ง 2 โมเดลทำได้เหมือนกัน คืออัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม.

ส่วนโมเดลหลังซึ่งเป็นรถโมเดลหัวกะทิ ติดตั้งเครื่องยนต์ SOHC วี 12 สูบ 5,513ซีซี ติดเทอร์โบชาร์เจอร์คู่ ให้กำลังสูงสุด 517 แรงม้า ที่ 5,000 รตน. และแรงบิดสูงสุด 84.7 กก.-ม. ที่ 1,900-3,500 รตน. ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 13.8-14.4 ลิตร/100 กม.และอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 322-328 กรัม/กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.6 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม. เช่นกัน



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2553
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/E0OgI

บทความที่เกี่ยวข้อง

VISION MERCEDES-MAYBACH 6 CABRIOLET
BMW CONCEPT Z4
BMW CONCEPT Z4
BMW M5
4,500,360
4,500,360
ASTON MARTIN ZAGATO
ASTON MARTIN ZAGATO
อัพเดทล่าสุด
24 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New