บทความ

โทษของความไร้มาตรฐาน และกฎระเบียบ


การผลิตอุปกรณ์ใช้งาน เครื่องมือ หรือเครื่องใช้ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ไม่เคยมีมาก่อน ชื่อในภาษาใหม่ว่า “นวัตกรรม” หรือเป็นเพียงสิ่งที่ผู้ใช้คุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่ถูกดัดแปลงเพียงเล็กน้อยก็ตาม ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย จะต้องประเมินทั้งประโยชน์และโทษของสิ่งเหล่านี้ให้รอบคอบและครบถ้วนก่อนครับ ประโยชน์นั้นถ้ารู้ไม่ครบแล้วมันมีมากเกินที่คาดคิดไว้ ไม่มีปัญหาถือว่าเป็นโชคหรือผลพลอยได้ แต่โทษนั้นต้องถูกประเมินให้รอบด้าน ครบถ้วนที่สุด ก่อนที่จะถึงมือผู้บริโภค

จะอ้างว่ารอให้มันเกิดขึ้นก่อน แล้วค่อยหาทางป้องกันหรือแก้ไขไม่ได้ครับ เพราะบางกรณีอาจมีอันตรายถึงขั้นพิการ หรือเสียชีวิต ไม่ต้องให้ถึงแก่ชีวิตหรอกครับ บางกรณีแค่สิ่งที่ดูเหมือนเล็กน้อย และถูกผู้ผลิตละเลย ก็อาจสร้างปัญหาใหญ่ให้ได้ และไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นแก่ผู้ใช้ครับแต่เป็นผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย ที่บังเอิญมาอยู่ในระยะใกล้เคียงจนได้รับผลกระทบ

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงแล้ว ที่เป็นเรื่องใหญ่แต่ดูเหมือนเรื่องเล็ก ก็คือระบบกันขโมยรถยนต์ที่ติดตั้งเสริมทีหลังนี่แหละครับ ใครที่ใช้รถคุณภาพสูงพอสมควร โดยเฉพาะรถยุโรปไม่ว่าจะมีระบบกันขโมยระดับไหนก็ตาม จะไม่มีการส่งเสียงเมื่อผู้ใช้สั่งให้มันทำงาน คือ ลอค หรือยกเลิกการทำงาน คือ ปลดลอค มีเพียงแสงไฟให้รับรู้ได้บางตำแหน่งในรถ หรือไม่ก็เป็นการกะพริบไฟเลี้ยวทั้ง 4 มุม เพราะในประเทศเหล่านี้ เขาเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นครับ ไม่มีการส่งเสียงกวนประสาทผู้อื่น

ต่างจากชุดกันขโมย “ไทยประดิษฐ์” หรือ “ไทยเลียนแบบ” หรือจะเป็นประเทศในทวีปเดียวกันอีกบางประเทศก็ตาม สิ่งเหล่านี้มีมานานแล้ว เท่าที่ผมสังเกตดู เจ้าของรถมักจะใช้งานมันด้วยความรู้สึกพอใจ คงไม่ได้คิดอะไรมาก คิดเพียงว่ามันคงจำเป็น หรือไม่ก็ ถ้าไม่ดีจริงหรือจำเป็น ผู้ผลิตเขาคงไม่ทำมาให้

ผมไม่เคยใช้ระบบนี้กับรถคันใดของผม เพียงได้เห็นได้ฟังอยู่เป็นประจำตามลานจอดรถต่างๆ ผมนึกอยู่ในใจว่าถ้าเป็นรถของผม ผมจะต้องให้ผู้ติดตั้งยกเลิกการส่งเสียงอันอัปลักษณ์ของมันโดยเร็วที่สุด เพราะมันรบกวนผู้ที่อยู่ใกล้เคียงด้วย

รถที่ถูกส่งมาให้เราทดสอบ และมีระบบกันขโมยที่ถูกติดตั้งมาจากโรงงาน และผมมีโอกาสทดลองขับจำนวนหนึ่ง ล้วนไม่มีการส่งเสียงที่ว่านี้ครับ เพราะผู้ผลิตรถยนต์เขาทราบดีว่า ไม่มีเหตุผลใดเลย ที่จะให้มันส่งเสียงรบกวน เมื่อเราลงจากรถ แล้วกดปุ่มลอคที่ระบบควบคุมไร้สาย หรือรีโมทคอนทโรล ถ้าเป็นเวลากลางคืน ก็จะเห็นแสงไฟจากทั้ง 4 มุมสว่างระดับรบกวนตาเราอยู่แล้วครับ แม้เป็นกลางวัน และเรายังยืนอยู่ข้างรถ แค่ชำเลืองมองที่พื้นด้านหน้าหรือด้านหลัง ก็เห็นแสงสะท้อนแล้วครับ หรือถ้าจะให้มั่นใจกว่านี้ เนื่องจากความห่วงกังวลต่อรถของเรา มันคงไม่ลำบากอะไรเลย ถ้าเราชำเลืองมองด้านหน้า หรือหลังรถตอนเดินผ่าน พร้อมกับกดปุ่มลอค ก็จะได้เห็นไฟกะพริบยืนยันการทำงานของระบบกันขโมยอย่างเต็มตา

เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลใดทั้งสิ้นครับ สำหรับการใช้เสียงช่วยยืนยันการทำงานของระบบนี้ โดยแลกกับการสร้างความรำคาญ รบกวน รุกรานสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น ทุกครั้งที่ผมได้ยินเสียงอัปลักษณ์เหล่านี้ ผมจะต้องจินตนาการทันที ว่าผมจะเดือดร้อนขนาดไหน ถ้ามีบ้านอยู่ใกล้ที่จอดรถ โดยเฉพาะในตอนที่ผมต้องใช้สมาธิในการทำงาน หรือแม้จะยามพักผ่อนก็ตาม และที่หนักที่สุดก็คือในช่วงกลางคืน ที่เราต้องนอนหลับให้สนิทอย่างต่อเนื่อง และหากมันเกิดขึ้นกับผมแล้ว ผมจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ผมหาคำตอบที่ชัดเจน และให้ความมั่นใจแก่ตัวเองไม่ได้ครับ ในประเทศที่ไม่ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิของผู้อื่น

เหตุการณ์อย่างนี้ย่อมต้องเกิดขึ้นจริงแน่นอน เพราะด้านข้างของที่จอดรถหลายแห่งเป็นที่อยู่อาศัย และย่อมมีการใช้ลานจอดรถหลายแห่งในตอนกลางคืนด้วย และแล้วก็มีสิ่งที่มายืนยันครับ ผมได้อ่าน จม. ร้องทุกข์ในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง ผู้เคราะห์ร้ายรายนี้มีบ้านอยู่ใกล้สถานบันเทิงยามราตรีแห่งหนึ่ง ต้องเข้านอน 5 ทุ่ม เพื่อตื่นขึ้นในตอนตี 5 และเตรียมตัวไปทำงาน เขาไม่สามารถหลับได้เลยจนกว่าเวลาจะผ่านพ้นตี 2 เพราะจะมีเสียงจากระบบกันขโมยของรถดังรบกวนอยู่เป็นช่วงๆ ไม่ขาดสาย ตั้งแต่หลังเที่ยงคืน

มันเป็นทุกข์ที่หนักอย่างยากที่จะจินตนาการครับ ทั้งการถูกรบกวนไม่ให้หลับ ทั้งๆ ที่เหนื่อย และง่วง เป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงกับความเหนื่อยล้าที่ต้องทำงานในตอนกลางวัน โดยที่ได้หลับเพียงคืนละไม่ถึง 3 ชั่วโมง ดูเหมือนจะไม่มีคำตอบหรือวิธีแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพราะเจ้าของกิจการก็ต้องบอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง เป็นเสียงจากรถของผู้อื่นเจ้าของรถแต่ละรายก็คงบอกว่า ปล่อยเสียงแค่ 1 ถึง 2 วินาทีเท่านั้น ไม่เห็นจะรบกวนใคร

ถ้าเกิดขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้เดือดร้อนสามารถแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เลยครับ มีการมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และห้ามปรามกัน หรือถ้าเป็นประเทศที่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันเป็นทางการ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ จะนำเครื่องมือวัดเสียงมาตรวจสอบ และไม่ต้องดูว่าถึงระดับที่เข้าข่ายรบกวนผู้อื่น หรือไม่หรอกครับ มันเกือบจะเป็นกฎหมายสากลไปแล้ว ว่าห้ามผู้ใดส่งเสียงรบกวนผู้อื่นในที่อยู่อาศัย หลัง 22 นาฬิกา หรือ 4 ทุ่ม อย่างเด็ดขาด แต่ถึงอย่างไร ถ้าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว กฎหมายของเขาก็ไม่อนุญาต ให้ระบบกันขโมยของรถ ปล่อยเสียงรบกวนออกมาอยู่แล้วครับ

เคยมีคดีฆ่า 8 ศพ โดยคนที่ถูกส่งเสียงรบกวนไม่ให้หลับ กลุ่มผู้ตายเสพสุราส่งเสียงเฮฮารบกวนเป็นเวลา หลายชั่วโมง ทั้งๆ ที่ผู้ต้องหาได้มาขอร้อง ชี้แจงความเดือดร้อนแล้ว ก็ยังไม่เลิก และยังเยาะเย้ยซ้ำ จึงถูกยิงอย่างไม่ต้องยั้งคิด เพราะคนที่อดนอนอย่างหนัก อาจ “สติแตก” ได้ แต่ก็มีความแตกต่างกับกรณีแรกครับ เพราะผู้ก่อความเดือดร้อนมีจำนวนมาก ไม่เกี่ยวข้องกัน และไม่ได้มีเจตนาทำให้ใครเดือดร้อนด้วย แล้วผู้ก่อความเดือดร้อน โดยไม่เจตนาเหล่านี้ ยังไม่ใช่คนเดิมเสมอไปด้วย เพราะส่วนหนึ่งเป็นลูกค้าจร เจ้าของสถานบันเทิง ซึ่งแม้จะรู้ปัญหา และมีความเห็นใจ ก็คงทำอะไรไม่ได้เพราะลูกค้าก็จำเป็นต้องจอดรถ

สาเหตุที่แท้จริง อยู่ที่การไม่มีกฎหมายห้ามระบบกันขโมยส่งเสียงรบกวนครับ เรื่องเล็กน้อยที่ผู้เกี่ยวข้องไม่คำนึงถึง หรือปล่อยปละละเลยอาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ร้ายแรงได้ และมักจะเป็นเช่นนี้ด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด หาไม่ยากครับ ดูการทำมาหากินแบบผิดกฎหมายของเจ้าหน้าที่เทศกิจ และตำรวจที่ปล่อยให้ขายของกันบนทางเท้า และบนผิวจราจร จนระบาดไปทั่วประเทศ ก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชน ที่อยู่ในสภาพไม่ต่างจากผู้ถูกรุกรานหรือถูกรังแก หรือการปล่อยให้พืชหรือสัตว์ สายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดนอกประเทศ เข้ามาเติบโต ทำลายวงจรชีวิตของพืช และสัตว์พื้นเมือง โดยไม่มีใครคิดจะป้องกันหรือแก้ไข ตั้งแต่ปัญหาเหล่านี้ยังไม่ลุกลามบานปลาย

ถ้ามีการปฏิรูปประเทศไทยเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การสร้างภาพลวง ถ่วงเวลาเพื่อความได้เปรียบทางการเมือง จะต้องบรรจุปัญหาการเคารพสิทธิส่วนบุคคลเข้าไว้ เป็นวาระที่สำคัญของชาติเราครับ



------------------------------
เรื่องโดย : เจษฎา ตัณฑเศรษฐี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2553
คอลัมน์ : รอบรู้เรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/KCViv

บทความที่เกี่ยวข้อง

คันเร่งค้าง ฝันร้ายของผู้ใช้รถ
เรื่องไร้สาระของการใช้
วิธีใช้
ใครเกลียด
ขับเคลื่อนล้อหน้า
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New